เมนูสาระทางดนตรี

NUKE SONG

เพลง Nuke The Madness เป็นท่อนโซโล่กีต้าร์สั้น ๆ ประมาณนาทีเศษ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Light My Fire ของ The Doors แต่สาบานได้ว่าผมไม่ได้ copy มานะ มาดูรายละเอียดการคิดของผมดูก็ได้


GETTING START WITH RHYTHM

เพลง Nuke :The Madness นี้เป็นเพลงร็อคสนุก ๆ เมื่อตอนที่คิดริฟฟ์นี้ผมอยากจะรำลึกอดีตสมัยที่ดนตรีเมทัลยุค 80sกำลังโด่งดัง ตอนที่ผมเริ่มฟังเพลงมันประมาณปี 1983 - 1984 ดนตรีที่ผมชอบก็จะเป็นเมทัลยุคนั้น อาจจะเชยและตกยุคตกสมัยไปหน่อย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน
เพลงนี้ใช้ความเร็ว 130 bpm. อยู่ในคีย์ E เสียงโดยรวมออกมาทางไมเนอร์ โดยดูจากทางเดินคอร์ด main riff ของเพลงนี้ผมใช้ทางเดินคอร์ด E5 - C5 - A5 - G5 - B5 กีต้าร์ที่เล่น rhythm ใช้ power chord ทั้งหมด ซึ่งเป็นคอร์ดอยู่ใน diatonic ของ E minor


SOLO WITH KEY

เนื่องจากท่อนริฟฟ์นี้อยู่ในคีย์ E minor มือกีต้าร์ร็อคหลายคนจะใช้ E minor pentatonic หรือ E Blues ง่าย ๆ วนไปวนมา ผมเองก็ใช้วิธีเช่นนั้นเหมือนกัน J สมองของผมมีไว้เพื่อเติมกระโหลกให้เต็มเท่านั้นเอง คือในท่อนโซโล่นี้ผมมีท่อนริฟฟ์อยู่ท่อนเดียว เป็น 2 -- bar riff ผมจะไม่คิดเรื่องทางเดินคอร์ด เพราะมันปรากฏขึ้นเพียงเดี๋ยวเดียวเท่านั้น (แต่แทรกอยู่ทั้งเพลง) หากจะมานั่งคิดเรื่อง mode พร้อมกับการเปลี่ยนคอร์ดคงไม่ไหวมั้ง ดังนั้นคิดว่ามันอยู่ในคีย์ E อย่าเดียวก็พอ

Measures 1 - 6 ผมเริ่มต้นเล่นท่อนโซโล่ด้วย E minor pentatonic ผมใช้ minor pentatonic lick สร้างประโยคของท่อนโซโล่เพลงนี้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Light My Fire ของ The Doors คือผมมาใส่ท่อนโซโล่หลังจากวางท่อนริฟฟ์นานหลายวัน ก็เลยลองเล่นดูปรากฏว่าพอจะไปด้วยกันได้ ลองเล่นไปเล่นมา โดยใช้ E minor pentatonic [ E, G, A, B, D ] จนในที่สุดได้ท่อน lick 2 บาร์แรกออกมา บาร์แรกก็คือ motive ชองท่อนโซโล่นี้ ผมอยากให้คุณสังเกตทิศทางการเคลื่อนตัวของโน้ตใน 2 บาร์แรกนี้ เพราะว่าผมนำมันมาขยายและตัดแต่งจนมันกลายเป็นท่อนโซโล่ทั้งเพลงนี้


Measures 7 - 8 การเล่นในบาร์ที่ 7 และ8 บาร์ยังอยู่ในคีย์ E เหมือนเดิม เพียงแต่คิดอีกแบบ กล่าวคือผมใช้ Em7 arpeggio กับ Am7 arpeggio เข้ามาเสริม Em7 Arpeggio ประกอบด้วย E,G,B,D ตรงนี้คุณอาจไม่คิดว่าเป็น Em7 arpeggio ก็ได้ เพราะว่ามันเป็นโน้ตใน E minor pentatonic อยู่แล้ว ส่วน Am7 ประกอบด้วย A,C,E,G ซึ่งมีโน้ต C เป็นโน้ตนอกสเกล E minor pentatonic แต่ผมไม่สนใจ เพราะว่ามันยังเป็นโน้ตในคีย์ E minor อยู่เหมือนเดิม ตรงนี้ต้องบอกนิดนึงว่า ผมคิดทางนิ้ว 2 บาร์นี้จากทางเดินคอร์ด คือในท่อนริฟฟ์มันจะใช้คอร์ดE5 ต่อด้วย A5 ผมก็เลยเล่นarpeggio 2 คอร์ดต่อเนื่องกันเสียเลย กล่าวโดยสรุปแล้ว 8 บาร์แรกของท่อนโซโล่นี้เป็น minor tonality


MEASURES 9 - 12 ถ้าเป็นเพลงป๊อปทั่วไปโซโล่แค่ 8 บาร์ก็เห็นจะพอ แต่สำหรับเพลงของผมมันเป็นการอุ่นเครื่อง หลังจากเล่นไปได้ 8 บาร์ผมบอกตรง ๆ ว่า No Idea [-_-]! คิดอะไรไม่ออกในบาร์ที่ 9 - 12 ก็เลยไล่สเกล E major Pentatonic ซะ 4 บาร์ อย่างที่บอกในตอนต้นว่าผมสนใจแค่ว่าเพลงนี้ใช้คีย์ E เท่านั้น ไม่กังวลเรื่อง tonality แต่เนื่องจากเพลงนี้ผมเขียนอยู่ใน minor tonality ผมก็เลยขึ้นต้นด้วย minor pentatonic ก่อน ถ้าจะถามว่าเล่นแบบนี้มันไม่แหก คีย์ หรือ ???? ผมเล่นในคีย์ E เพียงแต่มีโน้ตบางตัวมันออกนอกคีย์เท่านั้น แล้วเป็นอย่างไร ตรงนี้ผมจงใจเล่นถึง 4 บาร์เพื่อจะให้sound นอกคีย์ได้ยินชัด ๆ คือจะมีโน้ต F#, G#, C# ซึ่งโน้ตเหล่านี้จะทำให้เสียงเปลี่ยนไป อย่างที่บอกตอนต้นว่า power chord ไม่ได้บ่งบอกและไม่ได้จำกัด tonality เพียงแต่ทางเดินคอร์ดที่ต่อเนื่องกันจะบอก tonality

>> อ่านต่อ <<


 

|| Index | Back ||