ก่อนจะเข้าเรื่องขอออกนอกเรื่องหน่อย คืออยากจะพูดถึงเรื่องการฝึกกีต้าร์ว่า
ถ้าคุณอยากจะเล่นกีต้าร์จริง ๆ คุณควรจะมีจุดมุ่งหมายในการฝึกกีต้าร์ว่าคุณจะไปในทิศทางไหน
อยากจะเล่นสนุก ๆ หรือว่าอยากจะให้เป็นอาชีพ อยากจะเล่นตามผับ ตามเธค
หรือว่าอยากเขียนเพลงเอง เลือกทิศทางของตัวเองให้ได้ก่อน เพราะแต่ละทางจะมีหนทางการฝึกฝนต่างกัน
หากคุณต้องการเล่นตามผับตามเธคก็ต้องหัดแกะเพลงให้ไวไวเข้า หากอยากเล่นสนุกๆ
ก็ไม่ต้องซีเรียสอะไร แต่สำหรับทิศทางของ Break on Through ตอนนี้จะไปสู่การเรียบเรียงดนตรี
และวิเคราะห์ค้นหาแนวความคิดมากกว่าจะเขียนเรื่องอื่น คือบางคนอาจจะคิดว่าการที่ผมแต่งเพลงเองได้มัน
เป็น เรื่องพิเศษ แต่สำหรับผมมัน เป็น เรื่องธรรมดา ถ้าจะไม่ธรรมดาก็คือว่าสักวันหนึ่งเพลงของผมเกิดมีคนสนใจขายได้หลายสตางค์นี่สิ
แบบนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นเรื่องไม่ปกต
ถ้าคุณอยากจะเป็นนักดนตรีที่เก่ง คุณก็ต้องฝึกฝน ไม่มีหนทางลัดอื่น
แต่สำหรับผมแล้วทุกวันนี้ผมไม่สนุกกับการฝึกกีต้าร์อย่างเมื่อก่อน ผมมีงานประจำอย่างอื่นเพื่อเลี้ยงชีวิตแล้วครับ
และมันก็ไม่เกี่ยวกับดนตรีเลย แต่ว่าดนตรีก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผมเหมือนเดิม
ทุกวันนี้ผมสนุกกับการแต่งเพลง การเรียบเรียงเพลงเอาไว้ฟังคนเดียว หรืออาจจะให้เพื่อนอีกไม่กี่คนได้ฟัง
ผมสนุกในจุดนั้น และ Break on Through ในปัจจุบันก็กำลังนำเสนอในจุดนั้น
จุดที่อยากให้คุณลองสร้างอะไรขึ้นมาด้วยตัวเอง
สิ่งที่ผมเขียนขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่พวกคุณเห็นโน้ตแล้วอาจจะเกิดความเกร็งไปเอง
ขอเพียงแค่คุณมีพื้นฐานเล็กน้อยเท่านั้นคุณก็จะเข้าใจ เพราะผมเองก็อาจจะอธิบายผ่านตัวอักษรไม่สะดวก
บางเรื่องมันต้องเล่นให้ดูกันตัวต่อตัว ให้เห็นเป็นจุด ๆ ไป สิ่งที่ผมทำได้ในตอนนี้ก็คือลองทำเพลงประกอบบทความที่เขียนขึ้นแล้วเอาไปเผยแพร่ในwebsite
ของคุณสมณะดนตรี หากคุณมีข้อสงสัยอะไรก็เขียนจดหมายหรือสง e-mail
มาถามก็แล้วกัน
สำหรับมือใหม่ที่ไม่รู้จะเริ่มสร้างแนวทางอย่างไร ก็อ่านเรื่อง Difference
Yesterday ซึ่งผมกำลังอธิบายวิธีการเล่นสนุกกับเพลงของชาวบ้าน
เพราะก่อนที่คุณจะสร้างอะไรขึ้นมาเอง คุณคงต้องศึกษางานของคนอื่นก่อน
เมื่อศึกษาแล้วก็ต้องดัดแปลง และในฉบับที่แล้วผมก็นำเสนอในจุดนี้แหละครับ
การดัดแปลง แต่ไม่ใช่การ copy นะ ฉบับนี้ผมจะอธิบายถึงที่มาของการเล่นและแนวคิดที่ได้ทำลงไปในตอนที่แล้ว
ผมคิดว่าเพลง Yesterday เป็นเพลงที่ไม่ยากเกินไปสำหรับมือกีต้าร์หัดใหม่
ซึ่งในฉบับที่แล้วผมลงโน้ตเพลงให้ดูแต่ยังไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพราะเนื้อที่หมดเสียก่อน
ARPEGGIO
สิ่งที่ผมใช้มากในการเรียบเรียง เพลง Yesterday
ในฉบับที่แล้วก็คือการเล่น Arpeggio หรือการเล่นโน้ตในคอร์ดทีละตัว
สิ่งนี้เป็นพื้นฐานธรรมดาสามัญที่หยิบมาใช้ได้เสมอเวลาที่คิดอะไรไม่ออก
เรามาดูตัวอย่างที่ 1 เริ่มจากบาร์ที่ 20 เป็นต้นไป
คือในช่วงปลายท่อน Bridge ต่อกับช่วงต้นของท่อน verse บาร์ที่ผมอยากให้คุณดูคือบาร์ที่
22และบาร์ที่ 23 ซึ่งใช้คอร์ด G ยืนพื้น คอร์ด G ประกอบด้วยโน้ต G-B-D
บาร์ที่ 22 คือบาร์สุดท้ายของท่อน
bridge เป็นช่วงสุดท้ายที่ร้องว่า Day ลากยาว ถ้าเราเล่นแต่เสียงเมโลดี้เพียงอย่างเดียว
ในที่นี้คือ whole note ที่เล่นที่เฟร็ท 3 สาย 1 ในส่วนที่เป็น 8th -note
ทั้งหมดคือโน้ตที่ประดับเข้ามาให้ไม่ให้มันเกิดช่องว่างขึ้นมา ตรงนี้ผมรู้อยู่แล้วว่าใช้คอร์ด
G ก็เลยบรรเลงคอร์ด G ในแบบ arpeggio เลย และตรงนี้คุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงเล่นคีย์
G เหตุผลก็คือคีย์นี้มีคอร์ดที่ใช้สายเปิดช่วยได้มาก
ในการคิดทางนิ้วสำหรับYesterday เวอร์ชั่นนี้ผมพยายามจะเลี่ยงการเล่นโน้ตซ้ำในสายเดียวกัน
และพยายามใช้ประโยขน์จากสายเปิดให้มากที่สุด เพื่อความ"ง่าย"ในการเล่น
อย่างเช่นโน้ต D ที่เล่นในบาร์ที่ 22 นี้ ผมอาจจะเล่นด้วยสาย 5 เฟร็ท
5 ก็ได้ แต่ไม่เล่น ผมใช้สายเปิดดีกว่า ในบาร์นี้ผมใช้โน้ตเพียง 3 ตัวจากคอร์ด
G เท่านั้นคือ G-B-D ไล่ขึ้นแล้วก็ไล่ลงเพื่อให้ไปรับกับบาร์ต่อไปที่จะเข้ามาซึ่งก็ยังอยู่ในคอร์ด
G อยู่เหมือนเดิม
สำหรับบาร์ที่ 23 เป็นบาร์แรกของท่อน
Verse ขอให้สังเกตในจุดที่ว่าถ้ามีโน้ตที่เป้นเมโลดี้อยู่ผมจะไม่ค่อยแทรกโน้ตอื่นเข้าไปเพื่อป้องกันไม่ให้
เสียงที่ใส่เข้าไปตีกับเสียงเมโลดี้ เพราะเป้าหมายของการใส่โน้ตอื่นเข้าไปนี้จะช่วยประคองให้เสียงเมโลดี้มีความมั่นคงมากขึ้น
หากว่าใส่เข้าไปแล้วทำให้ เมโลดี้มันไม่อาจแสดงตัวตนออกมาได้ก็ต้องพิจารณาตัดทอนลงไป
ในบาร์ที่ 23-24 คุณจะเห็นว่าผมใส่คอร์ดลงไปกับทำนองด้วย การใส่เป็นคอร์ดลงไปนี้ผมจะเลือกใส่ตรง
Strong beat อย่างในบาร์ที่ 23 นี้ เมโลดี้ เป็น โน้ต A เข้าหาโน้ต G
โดยลักษณะของเสียงมันเป็นคอร์ด G คุณจะเห็นว่าสิ่งที่ผมเล่นก็เป็นแค่โน้ตในคอร์ด
G เท่านั้นที่เสริมเมโลดี้เข้ามา
อีกจุดหนึ่งที่อยากให้ดูก็คือบาร์ที่ 20 และ 21 ลักษณะของการเรียบเรียงในช่วงนี้จะให้เบสไลน์เคลื่อนตัวตรงกันข้ามกับเสียงเมโลดี้
เสียงโน้ตที่อยู่บนสุดคือโน้ตเมโลดี้ มันอาจจะไม่ดำเนินไปตรงข้ามเสียทีเดียว
แต่ก็ดูโดยรวมแล้วมันใช่
ทั้งหมดนี้ก็ขอให้คุณลองดูจากโน้ตที่นำมาประกอบนี้ดู
อาจจะช่วยทำให้เข้าใจมากขึ้น

- END -