Modes ออกเสียงว่า
" โหมด " เป็นเรื่องพื้นฐานที่ผมไม่ค่อยเขียนถึงเพราะเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก
หากคุณอ่านสิ่งที่ผมเขียนไปเรื่อย ๆ ก็น่าจะเข้าใจได้เอง อีกทั้งเมื่อก่อนนี้ก็มี
Discovery of Music ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องพื้นฐานพวกนี้อยู่แล้วก็เลยไม่อยากเขียนซ้ำซ้อนกัน
แต่ปรากฏว่ายังคงมีคนไม่ค่อยเข้าใจกับเรื่องนี้อยู่บ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เพราะเมื่อก่อนผมก็สงสัยเหมือนกันว่า modes คืออะไร มีไว้ทำอะไร และเอาไปใช้อย่างไรบ้าง
Modes ก็คือชื่อเรียกสเกล ตัวอย่างเช่น C major scale (C-D-E-F-G-A-B-C).
ถ้าเราเรียกในแง่ของ modes มันจะเป็น C Ionian mode (อ่านว่า ไอโอเนี่ยน
โหมด) คือลักษณะการเรียงตัวโดยมีโน้ต C เป็นโน้ตเริ่มต้น เราเรียกโน้ตเริ่มต้นตัวนี้ว่า
tonic หรือ root แต่ถ้าเราขยับ root ไป 1 ตัว ให้เป็นตัว D เราก็จะได้
mode ซึ่งเรียกว่า D Dorian (อ่านว่า ดอเรียน) โดยที่โน้ตที่ใช้ยังเรียงตัวกันแบบเดิม
[ดู figure 1] ประกอบ. ทำแบบนี้ไปทีละขั้นเราจะได้ mode ทั้งหมด 7
แบบ คือ...Ionian, Dorian, Phrygian(ฟรีเจียน), Lydian(ลีเดียน), Mixolydian(มิกโซลีเดียน),
Aeolian(เอโอเลียน), and Locrian(โลเครียน). [ดู figure 2 ประกอบ]
สำหรับ Aeolian Mode มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า natural minor scale



คุณควรจดจำการเรียงลำดับของ mode แต่ละชนิดเรียงกัน เพราะมันจะมีผลในเรื่องความสัมพันธ์กันระหว่าง
mode แต่ละ mode (หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Scale & Modes Relationship
) ซึ่งจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสเกลกับคอร์ด ลองตั้งคำถามกับตัวเองเช่น
- Mode ที่ 3 ของ Aeolian คืออะไร
- Mode ที่ 4ของ Phrygian คืออะไร
- Mode ที่ 5 ของ Ionian คืออะไร
- Mode ที่ 6 ของ Dorian คืออะไร
- เป็นต้น
ความสัมพันธ์ที่นำมาใช้ได้ง่ายที่สุดก็เช่น ถ้าคุณมีท่อนริฟฟ์ใน A Aeolian
(หรือ A minor) คุณอาจเล่นโซโล่ด้วย C major หรืออาจจะเล่นด้วย D Dorian
เพราะถ้าคิดในแง่ของโน้ตที่ใช้แล้วมันเป็นโน้ตชุดเดียวกัน ดู Figure
3 ประกอบ คุณสามารถใช้รูป fig 3 นี้ในการเล่นได้ครบทั้ง 7 modes แต่การเริ่มด้วย
root ต่างกัน ผลที่ได้มันจะต่างกัน
ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ
เพราะคุณอาจคิดว่าโน้ตมันเหมือนกันเริ่มตรงไหนก็ได้ แต่ผมจะย้ำเสมอว่าการฝึกสเกลหรือ
modes ใดก็ตาม คุณเริ่มด้วย root อะไร ก็ควรจบด้วย root นั้น เพราะไม่เช่นนั้นอาจกำลังหลงทางได้
อย่างเช่น Figure 3 นั้น ถ้าคุณไม่ใช้ C เป็น root คุณอาจไม่ได้เล่น C
major scale ก็ได้ หากว่าคุณเน้นไปที่การเล่นรอบ ๆ โน้ต D มันอาจจะหมายถึงว่าคุณกำลังเล่น
D Dorian และถ้าคุณคิดว่า C Ionian มันเหมือนกับ D Dorian ล่ะก็ มันแปลว่าคุณกำลังเข้าใจในเรื่องของ
mode คลาดเคลื่อน เพราะ C Ionian มันเป็น major tonality ส่วน D Dorian
มันเป็น minor tonality
ถ้าคุณยังมองไม่เห็นความแตกต่าง
ลองมาดูตัวอย่าง
ตัวอย่าง >>>
Ionian Mode อยากให้ลองฟังท่อนริฟฟ์ตรงคอรัสของเพลง
Hello Goodbye ของ The Beatles ท่อนนี้ใช้ Ionian mode ซึ่งจะให้เสียงแจ่มใส

>> อ่านต่อ <<