เมนูสาระทางดนตรี

Melody

ในฉบับที่แล้วดูเหมือนว่าผมจะเขียนนอกเรื่องมากไปหน่อย ก็เป็นแบบนี้ละครับคนที่มีสติปัญญาเท่าหาง
อึ่งอย่างผมก็จะพูดจาไม่รู้เรื่องเป็นธรรมดา ใครคุยกับผมแล้วรู้เรื่องนี่น่าจะระวังตัวเอาไว้ ลองไปเช็คสมองกันซะบ้างคงจะเข้าที (:) สังสัยจาบ้าพอกัน) น่าจะลองไปเช็คสมอง กันซะบ้างคงจะเข้าที

ครั้งนี้ก็จะเป็นการต่อเนื่องจากครั้งที่แล้วล่ะครับ เขาเรื่องกันเลย topic ดั้งเดิมอยู่ที่ว่าเราจะเอาสิ่งที่ผมเคยเขียนถึงไป
ต่างๆนานาเนี่ยมารวมเข้าด้วยกันจนกระทั่งมันจะกลายเป็นเพลงได้อย่างไร? ก็เริ่มต้นกันไปในฉบับที่แล้ว
จนกระทั่งได้ motive มาหนึ่งท่อนแล้ว มันจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามด้วยความละเหี่ยในดวงหทัยพลัน !!!

เรามาทบทวนสิ่งที่ผมเขียนไปก่อนหน้านั้นก็คือ ชื่อเพลงให้ชื่อว่า Missing (ชื่อนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตาม
สันดานอันไม่คงที่ของผม !!! )
และตั้งใจจะให้เป็นเพลงช้าก็เลยเลือกทาง minor และให้มันอยู่ใน key of G
ใช้ time signature 4/4 ธรรมดาสามัญประจำบ้านและครอบครัว ดังนั้นขั้นตอนการเขียนเพลงในตอนนี้จะมา
โฟกัสกันที่เรื่องของเมโลดี้ก่อน อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มี motive แล้วอย่างที่นำเสนอไป

ปัญหาต่อมาก็คือว่าเราจะเอาmotive นี้มาขยายผลได้อย่างไรบ้าง สิ่งที่ลืมบอกไปในฉบับที่แล้วก็คือผมกำหนดความเร็วของเพลง
(tempo) ไว้ที่ quarter note = 60 b.p.m ซึ่งก็อย่างที่เคยบอกไว้แล้วก็คือ สิ่งที่เราจะทำกันอยู่นี้มันสามารถ
เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นชื่อเพลงหรืออะไรอื่นรวมถึง tempo ด้วย เพราะว่านี่ยังไม่ใช่ขั้นตอน
สุดท้ายมันเพิ่งจะเป็นการเริ่มต้นเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงจะต้องดำเนินต่อไปจนกว่าเราจะพอใจ

สำหรับ motive หรือว่าวลีของเพลง ก็ไม่ต้องไปซีเรียสอะไรกับมัน เพียงแค่คุณฮัมอะไรบางอย่างออกมา ถ้ามัน
ใช้ได้ก็ถือว่าใช้ได้แล้วล่ะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้คำนึงถึงก็คือ เรากำลังเขียน melody ของเสียงร้อง ดังนั้นการ
กำหนดระดับเสียงของคนร้องก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละคนจะมีระดับเสียงที่แตกต่างกันออกไป วิธี
ทดสอบระดับเสียงที่ง่ายที่สุดก็ลองให้ทดลองร้องดูว่าตัวเองมีระดับเสียงต่ำในระดับ “ร้องสบาย” อยู่ที่ใด แล้วก็
ไปไปหาว่าเสียงสูงที่ยังร้องได้อย่างสบายว่าอยู่ในระดับ ตรงนี้ต้องบอกว่า “ร้องสบาย” เพราะว่ามันจะเป็น
ช่วงเสียงที่จะใช้กำหนดเป็นช่วงของ melody นอกจากนี้ให้ลองหาระดับเสียงต่ำสุดและสูงสุดที่สามารถร้องได้
โดยเสียงไม่แกว่ง เพื่อเป็นการเพิ่มช่วงเสียงให้น่าสนใจอาจจะเป็นในช่วง climax ของเพลง แต่ถ้านักร้องนำคน
นั้นรู้ว่าตัวเองร้องในคีย์อะไรได้ดี ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก

ลองมาดูกันว่าเราควรกำหนดความยาวของ “ประโยค” สักแค่ไหนจึงจะดี ผมเลือกที่ 4-บาร์อันเป็นของสามัญ ประจำบ้านอีกเหมือนกัน-คุณลองเอาโน้ตในตัวอย่างนี้มาเรียงต่อกัน 4 บาร์สิครับ ฟังแล้วมันทุเรศหูมั่งมั้ย น่าจะ
ทะแม่งๆ นะครับ สิ่งแรกที่ผมทำก็คือการดัดแปลงและคลี่คลายท่วงทำนองจาก motive ที่มีอยู่ว่าจะให้มันไปได้
อย่างไรตรงไหนบ้าง จำเป็นจะต้องพูดถึงในส่วนของ melody มากซักหน่อยเพราะผมมีประสบการณ์ที่น่า
ละอายเล็กน้อย เนื่องจากเป็นคนที่เล่นดนตรีไม่เป็น (ฮากันเข้าไป แต่จะมีใครเชื่อมั้ยว่าเป็นความจริง:):)) แล้วพอ
เวลาเขียน melody จากกีตาร์เป็นหลักแล้วเสียงกีต้าร์มันทำให้เกิดความไขว้เขวไปเล็กน้อย แต่เล่นเอามึน
เหมือนกัน เพราะติดนิสัยที่จะให้ ท่วงทำนองเลื่อนขึ้นเลื่อนลงไป มันเกิดจากความเคยชินในการเคลื่อนตัวของนิ้ว
ไปบนคอกีต้าร์ ยิ่งปล่อยให้เสียงมันกระโดดไปกระโดดมา โหยยยยยย มันเป็นเสียงที่ไพเราะเสนาะหูอะไรขนาด
นั้น แต่ว่าพอเอาเสียงทำนองจากกีตาร์มาเป็นเสียงร้องแล้วมันการเป็นหายนะ เพราะมันเป็นเรื่องฑารุณ(แต่ท้าทาย
ความสามารถของคนเป็นนักร้องนำนะ ผมว่า )
ดังนั้น เวลาคุณคิดท่วงทำนองคุณควรจะลองฮัมมันเสียก่อน
ท่วงทำนองที่ดีไม่จำเป็นจะต้องขึ้นสูงลงต่ำกันขนาดนั้นหรอกครับ คุณลองดูตัวอย่างที่ผมเอามาจากเพลง Self
Esteem
ของ Offspring มาเป็นตัวอย่างให้ดูว่าการเขียนท่วงทำนองเป็นอย่างไร เพราะคิดว่าคุณน่าจะเคยฟัง
ผ่านหูกันมาบ้าง คุณจะเห็นว่าท่อนร้องท่อนที่ผมยกมานี้มีทั้งหมด 8 บาร์ โดยที่ประโยคของเพลงนี้จัดเป็น 2-bar
phrase ซึ่งผมได้วงรอบเป็นกรอบสีแดงให้เห็นเอาไว้แล้ว อย่างแรกที่อยากให้มองก็คือในบาร์ที่ 2 นั้นคือท่อนที่
เล่นเหมือนเดิมทั้ง 4 รอบ คุณมองลงมาจะเห็นว่าท่วงทำนองของโน้ตเป็นเหมือนเดิมทั้งหมด มีเพียงคำร้องเท่านั้น
ที่เปลี่ยนไป ส่วนในบาร์แรกคุณจะเห็นว่ามันก็เหมือนๆเดิม เพียงแต่มีการดัดแปลงตกแต่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หากคุณเห็นตรงนี้แล้วคิดว่าน่าจะทำให้คุณเข้าใจในเรื่องที่ผ
หากคุณเห็นตรงนี้แล้วคิดว่าน่ำจะทำให้คุณเข้าใจในเรื่องที่ผมมเขียนให้อ่านกันในฉบับที่แล้วว่าการมี motive ที่
สร้างจากสัดส่วนโน้ตและระดับเสียงเป็นอย่างไร และมันจะเอาไปดัดแปลงได้อย่างไร

เหมือนเดิม ฉบับนี้ทิ้งเอาไว้ให้มันค้างๆคาๆเพียงเท่านี้ ฉบับหน้าค่อยมาว่ากันใหม่ถ้าผมยังไม่โดนบรรณาธิการที่
เคารพถีบโด่งออกจาก Music Express และเหมือนเดิมอีกครั้ง ใครมีคำถามกรุณาส่งมาทาง lamour666@hotmail.com และโปรดตั้ง subject เป็นภาษาไทยเพื่อเลี่ยงจากการโดนลบทิ้งโดยไม่เจตนา
เพราะว่า junk mail มันมากเหลือเกิน



 

|| Index | Back ||