|
ขอออกนอกเรื่องหน่อย เพราะหลายคนคิดว่าทฤษฎีดนตรีเป็นเรื่องยากและหลายคนคิดว่าทฤษฎีดนตรีเป็นเรื่องของแบบแผน
ซึ่งถ้าใครคิดแบบนี้ ผมอยากให้คุณเปลี่ยนทรรศนะคติใหม่ อยากให้คุณลองคิดว่ามันเป็นเหมือนไวยากรณ์ทางภาษา
อย่างภาษาไทยของเรา
ทุกคนที่มีการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นสามารถเข้าใจในสิ่งที่เราสื่อสารกันได้ด้วยเสียงโดยไม่จำเป็นต้องอ่านออก-เขียนได้
ก็เหมือนกับดนตรีล่ะครับ พวกเราทุกคนสามารถทำความเข้าใจกับดนตรีได้โดยไม่จำเป็นต้องศึกษาโน้ต
(แต่ต้องมีปฏิสัมพันธ์เป็นประจำสม่ำเสมอนะครับ) คนไม่รู้โน้ตก็เล่นดนตรีได้
และแม้แต่คนที่อ่านโน้ตศึกษาทฤษฎีดนตรีมาก็ไม่ใช่ว่าเขาจะนึกถึงทฤษฎีดนตรีขณะที่เขากำลังเล่นดนตรี
!
ลองนึกถึงตัวคุณเองก็ได้ครับ เวลาคุณพูดคุยกับเพื่อน คุณเคยคิดถึงประโยคที่กำลังพูดไหมว่า
"คำนี้เป็นประธาน" "คำนี้เป็นสกรรมกริยา" คำนี้เป็นคำวิเศษณ์" "คำนี้เป็นบุพบท"
ฯลฯ คุณไม่จำเป็นต้องคิดใช่ไหม คุณแค่พูดคุยสื่อสารออกไป และไม่จำเป็นจะต้องใช้ไวยากรณ์ให้ถูกต้องด้วย
ขอเพียงให้คนฟังเราพูดเข้าใจก็พอ และมันก็อาจเป็นสำนวนประจำตัวของเราไปถ้าเราพูดในไวยากรณ์แบบนั้นบ่อย
ๆ
ดังนั้นคนที่เขียนมาถามผมว่า chord progression
ชุดนี้จะใช้สเกลใดในการโซโล่คงไม่ถามอะไรแบบนี้มาอีก เพราะนั่นหมายความว่าคุณกำลังมองดนตรีเป็นเรื่องของแบบแผน
เป็นวัตถุอะไรสักอย่าง ทฤษฎีดนตรีมีไว้เพื่อให้เราศึกษาสืบต่อเนื่องกัน
แต่ดนตรีมีเพื่อการติดต่อสื่อสารกันระหว่างคนเล่นกับคนฟัง แน่นอนคนที่ศึกษาทฤษฎีดนตรีได้เปรียบตรงที่จะได้แนวความคิดอย่างเป็นระบบขึ้น
ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ศึกษาทฤษฎีดนตรีจะต้องเก่ง จะต้องมีความล้ำเลิศ
บางทีแค่บทเพลงง่าย ๆ ใช้คอร์ดไม่กี่คอร์ดมันอาจสร้างความประทับใจมากกว่าเพลงที่มีเสียงประสานซับซ้อนเสียด้วยซ้ำ
ฉบับนี้ขออกนอกเรื่องหน่อยก็แล้วกัน นิดเดียวคงไม่เปลืองเนื้อที่มากเกินไป
เข้าเรื่องกันดีกว่า คือเรื่อง Chord voicingsหรือการจัดเรียงตัวโน้ตในคอร์ด
ซึ่งถ้าคุณศึกษาเรื่องนี้ให้ดีแล้วคุณจะนำไปใช้ในการเล่นดนตรีได้หว้างขวางมาก
สมมติว่าเราจะเล่นคอร์ด C รูปแบบการจับคอร์ดนี้บนคอกีต้าร์ที่ง่ายที่สุดก็คือการจับคอร์ดตาม
Fig 1 เราจะทำอะไรกับคอร์ดนี้ได้บ้าง
?

ก่อนอื่นเราคงต้องมาดูก่อนว่าคอร์ด C ประกอบด้วยโน้ตอะไรบ้าง
สูตรโครงสร้างคอร์ดก็คือ 1-3-5 ในคีย์ C ก็คือ C-E- G โน้ตเพียง 3 ตัวเท่านี้เราสามารถเล่นอะไรกับมันได้หลายอย่าง
เรามาดูวิธีการเคลื่อนย้ายโน้ตกันก่อน มันก็คือสิ่งที่เรียกว่า inversion
หรือการพลิกกลับของตัวโน้ตสูงขึ้นหรือต่ำลง 1 octave
ในFig 2 คือตัวอย่างของคอร์ด C
ซึ่งมีการพลิกโน้ตขึ้นไปข้างบนทีละขั้น จากเดิม C - E - G ก็จะเป็น E
- G - C ขยับไปอีกขั้นก็จะเป็น G - C - E และท้ายที่สุดก็จะเป็น C -
E - G อีกครั้ง แต่เสียงจะสูงขึ้น 1 octave การพลิกกลับนี้คุณจะพลิกกลับขึ้นไปหรือลงมากก็ได้ไม่สำคัญ
ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเอง ลองมาดูในบาร์ที่ 5 ของตัวอย่างนี้
เป็นการ double note เข้ามา แต่โน้ตทุกตัวที่เพิ่มเข้ามาก็ยังคงเป็นโน้ต
C - E - G อยู่เหมือนเดิม

ตรงนี้อย่าสับสน การ double note ไม่ใช่การเพิ่มโน้ต ( adding note)
เรานับเฉพาะตัวโน้ตเท่านั้น ลองดู Fig. 3 ในบาร์แรกก็คือโน้ต
A ระดับเสียงเดียวกัน แต่เล่นในตำแห่งที่ต่างกันคือสายที่ 5 เปิด กับสายที่
6 เฟร็ทที่ 5 อย่างนี้เราถือว่ามีโน้ตเพียงตัวเดียว คือโน้ต A หรือในบาร์ที่
2 เป็นโน้ต A แต่อยู่กันคนละระดับเสียง เราก็ยังนับว่ามีแต่โน้ต A เท่านั้น
หรืออย่างในบาร์ที่ 3 มีโน้ต E อยู่ 3 ระดับเสียง เราก็ถือว่าเป็นโน้ต
E เพียงตัวเดียว การ double คือการ "ซ้ำโน้ต" ไม่ใช่การ "เพิ่มโน้ต"
นอกจากนี้เรายังอาจมองหาวิธีการเล่นโดยตัดโน้ตบางตัวออกไปก็ได้ แต่เราจะต้องทำความเข้าใจในcharacter
ของโน้ตแต่ละตัวเสียก่อน อย่างเช่นคอร์ด Cmaj7 ซึ่งประกอบด้วยโน้ต C
- E - G - B ถ้าเราเล่นเป็นวง เราอาจจะให้มือเบส เล่นโน้ต C ดังนั้นเหลือแค่โน้ต
E - G - B แต่ว่าโน้ต G เราจะตัดทิ้งเสียก็ได้ ก็จะเหลือโน้ต E - B ซึ่งตัดทิ้งไม่ได้เพราะโน้ต
E บอกลักษณะคอร์ดว่าเป็นคอร์ดเมเจอร์ ส่วนโน้ต B คือตัวบอกลักษณะ major
7th แนวคิดนี้พบได้บ่อยในการเล่นกีต้าร์แจ๊ส หรือแม้แต่เพลง Highway
Star ของ Deep Purple ก็ใช้วิธีนี้ ลองกลับไปอ่าน Break on Through ฉบับเก่า
ๆ ผมเคยเขียนพาดพิงไว้บางส่วนแล้ว ลองดูในตัวอย่างถัดมาที่หามาให้ เป็นการเล่นคอร์ดแบบ
2-note chord voicing โดยใช้ทางเดินคอร์ด ii
- V - I
คอร์ด Dm7 (D - F - A - C) ก็จะมีแต่โน้ต C -
F
คอร์ด G7 (G - B - D - F) ก็จะเหลือแต่ B - F
คอร์ด Cmaj7 (C - E - G - B) ก็จะเหลือแต่โน้ต B - E
ทั้ง 2 ชุดที่เขียนให้ดูนี้ใช้โน้ตเหมือนกันแต่ว่ามีการพลิกกลับโน้ตต่างกัน
ลองเล่นและสังเกตให้เห็นถึงความแตกต่างด้วยตัวของคุณเอง


ผมคิดว่าเรื่อง chord voicing เป็นเรื่องที่ไม่ยากและมีอะไรให้คุณเล่นได้มาก
อย่างเช่นถ้าคุณคิดโจทย์ว่า จะเล่นคอร์ดด้วยสายกีต้าร์ 3 สายล่างเท่านั้นก็ทำได้
อย่างเช่นในตัวอย่างสุดท้ายที่จะนำมาให้คุณดู เป็นการเล่นคอร์ดตาม diatonic
ในคีย์ C ลองวิเคราะห์การวางโน้ตเอาเองก็แล้วกันครับเป็นฝึกไปในตัว
|