CHORD PROGRESSION II
หลังจากที่เรารู้จักการเรียกชื่อตำแหน่งของคอร์ดต่างๆใน
diatonic ไปแล้วในบทก่อน เราคงจะพอมองเห็นภาพแล้วว่า อะไรที่เขาเรียกว่า
ทางเดินคอร์ด หรือ Chord Progression จริงๆ แล้วเรื่องของทางเดินคอร์ดนี้
เราแทบจะไม่ต้องเรียนหรือศึกษาเลยก็ได้ เพราะเวลาที่เราคิดสร้างสรรค์เพลงต่างๆ
เราก็มักไม่ได้หยิบจับไปใช้มากมายสักเท่าไหร่ (กึ่งประชด)
โดยเฉพาะเพลงไทยเรา แต่เห็นที่มีใช้บ่อยๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของสไตร์เพลงนั้นๆ
ไป ก็เห็นจะมีบทเพลงจำพวกแจ๊ส [ jazz music ]
เพลงในตระกูลแจ๊ส มักจะนิยมใช้รูปแบบของการ Voicing
chord ที่ค่อนข้างจะหรูหรา ไม่ต้องอะไรมาก ถึงแม้คุณจะไม่เคยเรียนทฤษฎีดนตรีมาก่อนเลย
เวลาที่คุณลองไปหาเพลงพวกแจ๊สมาทดลองเล่นดู คุณจะพบว่า "นี่คอร์ดอะไรหว่า...ไม่เคยจับ"
ก็เคยจับแต่ C Am F G หรือ อย่างมากก็ dim พอเราไปเห็นคอร์ดต่างๆ ในบทเพลงแจ๊ส
เราจึงรู้สึกได้ทันทีว่ามันไม่ธรรมดาเลย ตรงนั่นแหละที่เขาเรียกการ
Voicing chord [ อธิบายง่ายๆ ให้อ่านกัน ] คือ
ความต้องการของบทเพลงประเภทแจ๊สจะไม่เหมือนบทเพลงทั่วๆไป แจ๊สต้องการอะไรทีจะมารองรับเรื่องของความคิดสร้างสรรค์
เพราะดนตรีแจ๊สเป็นเรื่องของไอเดีย [ideal]
มาในบทนี้เราก็มาเรียนรู้เรื่องราวของคอร์ดที่เป็นพื้นฐานสัก
1 เรื่อง คือเรื่องของทางเดินคอร์ดในแบบ I
- IV - V.
ทางเดินคอร์ดในแบบ I - IV - V. (อ่านว่า
หนึ่ง - สี่ - ห้า) เป็นที่นิยมใช้กันมากกับบทเพลงทั่วๆ ไป วิธีคิดก็โดยให้เราคิดจาก
diatonic chord ที่เราเรียนรู้กันไปเมื่อบทก่อน เช่น ในคีย์ C major
คอร์ดที่ หนึ่ง - สี่ - ห้า ในคีย์นี้ก็จะมีคอร์ด C - F - G แต่ในการเรียบเรียงทางดนตรีแล้วในคอร์ดที่ห้านั้น
นิยมที่จะใช้เป็นคอร์ดประเภท dominate 7 (โดมิแนนท์
เซเว่น) ลองดูตัวอย่างใน Pic.1
Pic.1

สาเหตที่นิยมใช้ทางเดินคอร์ดในแบบนี้ในการเรียบเรียงดนตรี
ก็เพราะว่าทางเดินคอร์ดแบบนี้ สามารถรองรับโน้ตทุกๆ ตัวในสเกลนั้นๆ ได้ทั้งหมด
ถ้าเราสังเกตให้ดีเราจะเห็นว่า แค่เพียง 3 คอร์ดนี้ โน้ตในแต่ละคอร์ดก็มีโน้ตในสเกลอยู่ในคอร์ดต่างๆ
ครบหมดทั้ง 7 โน้ต
ส่วนสาเหตที่นิยมใช้เป็นคอร์ด โดมิแนนท์ เซเว่น ในคอร์ดที่ 5 นั้น ก็เพราะว่า
เมื่อคอร์ดนี้ส่งกลับไปให้คอร์ดโทนิค [Tonic]
แล้ว มันรู้สึกจบสมบูรณ์ ไม่ต้องการๆ การเคลื่อนที่อีก
(การเคลื่อนที่ของเสียง) ลองเปิดฟังตัวอย่างเสียงจาก
Control ด้านล่าง ซึ่งเป็นเสียงที่มาจากโน้ตใน Pic.1 นั่นเอง