มูลเหตุกัมมัฏฐาน ข้อที่ ๓
นายใจมาได้ฟังคำสอนของครูบาแล้ว
อยู่ไปไม่นานก็เดินไปในป่าแห่งหนึ่ง ก็ไปนั่งอยู่ใต้ตนไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงอึ่งอ่างร้องอยู่ในโพรงบนปลายไม้
เสียงดังอ๊บๆ นายใจมาก็หันไปหันมา ก็ไปเห็นรังแกไส้รังหนึ่ง นกไส้ตัวเล็กเท่านกกระจอก
ทำรังใหญ่เท่าผลมะพร้าวทั้งเปลือกนายใจมาก็นึกว่าเป็นอึ่งอ่าง ทำไมขึ้นต้นไม้ได้
นกไส้ตัวนี้ทำรังเท่านี้ก็ยังได้นายใจมารู้เหตุอย่างนี้แล้ว ก็กลับมากราบเรียนครูบา
ครูบาขาวปีสอนกัมมักฐาน
ข้อที่ ๓
cครูบาก็เทศนาว่า นกไส้สัตว์นั้น มันก็เป็นชาติสัตว์แท้ๆ ตัวมันก็เล็กเท่านั้น
มันก็ยังพยายามทำรังมันใหญ่ขนาดนั้น มันทำรังนั้นไม่ใช่ทำเดี๋ยวเดียว มันต้องค่อยๆ
ขนเอาเศษใบไม้ใบหญ้ามาทำทีละเล็กทีละน้อยหลายเดือนหลายวันจึงจะเสร็จ มันขนเอาเศษใบไม้ใบหญ้ามาทำรังนั้น
ก็ค่อยพยายามเอาทีละเล็กทีละน้อย เพราะมันประสงค์ทำรังให้ลูกมันอยู่นั่นเอง
เราเป็นชาวป่าชาวดง อย่าถือตัวว่าเป็นใหญ่เป็นโต อย่าถือตัวเป็นเจ้าเป็นนาย ให้ถือตัวเป็นคนป่าจึงจักสมควร
เราเป็นชาวป่าชาวดง อย่าถือตัวว่าเป็นใหญ่เป็นโต อย่าถือตัวเป็นเจ้าเป็นนาย ให้ถือตัวเป็นคนป่าจึงจักสมควร
บั้งไฟเวลาเมื่อมันขึ้นก็ขึ้นจากปลายไม้ขึ้นไป เวลาเมื่อมันหมดไฟแล้วมันไม่นอนอยู่ในอากาศ
เดี๋ยวเดียวก็ร่วงลงเหนือพื้นดิน ก็ยังต่ำกว่าตอนขึ้น กระบอกก็แตก หวูดเสสียงก็แตก
ท้องก็กลวง อยากขึ้นปลายไม้ที่เก่าอีก ใครก็ไม่เอาขึ้น มีแต่จะเอาไม้ไผ่หางบั้งไฟมาทำไม้สำหรับสอยผลไม้
หรือเอาไว้ให้เด็กน้อยเล่นเท่านั้น
เหตุนี้ ถ้าเราถือตัวว่าเป็นใหญ่เป็นโต เราก็คิดผิด ก็จักตกลงต่ำกว่าเดิม เหมือนอึ่งอ่างเคยหากินตามสระหนองหรือตามเหนือพื้นดิน
แต่ทำตัวสูงขึ้นไปอยู่ในโพรงบนต้นไม้ ถึงเวลาจะร้องก็ออกมาจากโพรงไม้แล้วพองตัวเต่งตึงเหมือนหนังหน้ากลอง
วิ่งไปถูกปลายไม้แหลมเสียบแพงใส่ตัวก็จักตาย
นิทานกัมมัฏฐาน
ข้อที่ ๓
ยังมีนกไส้ตัวหนึ่งทำรังแล้วก็ไข่
ไข่แล้วก็ฟักได้ลูกออกมา แล้วลูกยังอ่อนอยู่ในรังที่นั้น ยังมีช้างสานตัวหนึ่งเดินไปในที่นั้น
นกไส้ก็เห็นว่าช้างสารจักไปเหยียบรังแห่งตนแล้วก็ไหว้วอนขอช้างสานตัวนั้นว่า เราขออย่าไปในที่นั้น
จักเหยียบใส่รังลูกแห่งเรา ช้างสารตัวนั้นก็ไม่ฟัง ก็ไปเหยียบใส่รังลูกนกไส้ตัวนั้น
ลูกนกตัวนั้นก็ตาย
นกไส้ตัวเป็นแม่ก็ร้องไห้ไปมา ก็ไปวิงวอนขอกาตัวหนึ่งแมลงวันหมู่หนึ่ง กบตัวหนึ่ง
เราขอช่วยเราฆ่าช้างสารตัวนั้นให้ตายเสียที กาตัวนั้นก็ว่าไม่ยาก เราจะช่วย แมลงวันหมู่นั้นก็ว่า
ไม่ยาก เราจะช่วย กบตัวนั้นก็ว่าไม่ยาก เราจะช่วย
กาตัวนั้นก็ไปจิกตาช้างสารตัวนั้น ช้างก็บอดไปทั้ง ๒ ข้าง แมลงวันก็ไปไข่ใส่ตาข้างสารตัวนั้น
ตาช้างก็เน่าทั้ง ๒ ข้าง กบตัวนั้นก็ไปร้องอยู่ในห้วย ช้างสารตัวนั้นก็อยากกินน้ำ
ได้ยินเสียงกบร้อง ก็ค่อยๆ คลำเดินไปแต่ก็พลาดเสียทีไปลื่นล้มตกลงไปในห้วยตายไปเลย
เหตุนี้แล นกไส้ตัวน้อยก็ยังเอาชนะช้างสารได้
ครูบาขาวปีสอนกัมมัฏฐาน
ข้อที่ ๓
เราได้บวชเป็นพระภิกษุก็ดี
ได้บวชเป็นสามเณรก็ดี ได้บวชเป็นชีผ้าขาวก็ดี เป็นคนคฤหัสถ์ก็ดี ก็ควรปฏิบัติบำเพ็ญเมตตาภาวนา
สวดมนต์เช้าเย็นไปทุกวันๆ
อนึ่ง ก็ให้ปฏิบัติอุปัฏฐากครูบาอาจารย์ และผู้เฒ่าผู้แก่พ่อแม่ของเราให้มีพลานิสงส์กล้างขวางในศาสนาไปภายหน้าเป็นดั่งนกไส้มีความพยายามทำรับง
อนึ่ง ให้กระทำเพียรไปเป็นดั่งนกไส้ทำความพยายามฆ่าช้างสารนั้น
ถ้าเราปฏิบัติตามดังกล่าวแล้วนั้น ก็จักเจริญด้วยกัมมัฏฐาน ก็จักได้เป็นที่พึ่งแก่โลก
โลกก็ได้พึ่งเรา