32. แดดร้อนหรือ อากาศหนาวหรือ ถามเขาดูซี่ แดดเขาว่าร้อนไหมอากาศเขาว่าหนาวไหม เขาไม่ได้ว่าอะไรไม่ใช่เรอะ เราต่างหากเป็นตัวร้อนตัวหนาว 33. ความรู้สึก เบาตน เบาตัว ร่างเบา กายหายทุกข์ หายยาก หายความลำบากรำคาญ ส - บ๊ - า - ย เย็นอกเย็นใจ นั้นแหละความสุข 34. มันเกิดตรงไหนก็ดับตรงนั้นไม่รู้จักที่เกิด ไปดับที่อื่น มันก็ไมดับซี่ อุปมาเหมือนดับไฟฟ้า ดับดวงนี้ ดวงนั้น ดวงอื่นยังอยู่ คนผู้ฉลาดดับที่หม้อแบตเตอรี่มันมืดมิดทั่วพระนคร อันนี้ไปดับจิตดวงเดียวก็หมด ไม่ต้องไปดับตา ดับหู ดับจมูก ดับลิ้น ดับกาย ดับใจ ดับที่ใจดวงเดียวแล้วดับมืด เพราะทั้งหมดมันเกิดจากใจ 35. มโนความน้อมนึก ใจนึกอันใดก็เป็นอย่างงั้น มันนึกเอา มันน้อมไปท่านไม่ให้น้อมไป ให้น้อมเข้ามาโอปะนะยิโก 36. ความพ้นทุกข์เป็นอย่างไงเล่า พูดง่ายๆ คือจิตเราไม่ทุกข์ มันก็พ้นทุกข์ จิตยังมีทุกข์อยู่มันก็ไม่พ้นทุกข์ 37. เราจะเข้าสู่สงคราม กิเลสสงครามคืออะไรเล่า คือความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายนี้ เวลาเราจะดับขันธ์ให้ตั้งสติเพ่งตรงผู้รู้ เข้าถึงสมาธิคือจิตตั้งมั่น มันก็ไม่หวั่นไหวในทุกขเวทนาทั้งหลาย เวทนาก็สักแต่ว่าเวทนา สัญญาก็สักแต่ว่าสัญญา สังขารวิญญาณก็สักแต่ว่าสังขารวิญญาณ นึกถึงแต่ผู้รู้ รู้เท่าสังขาร รู้เท่าวิญญาณ เรื่องมันเป็นยังงั้น 38. ร่างกายคือต้นศาสนา กว้างศอกยาวหนาคืบนี่เอง นี่แหละตู้พระธรรม แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ก็อยู่ในตู้นี่แหละ 39. อกุสลัง จิตตัง อกุศลจิตคือจิตทุกข์จิตยาก จิตวุ่น จิตวาย จิตเดือดจิตร้อน จิตฟุ้งซ่านรำคาญ นี่ให้พิจารณาดูซี่ มันไม่ได้เกิดจากอื่น อกุศลทั้งหลายมันเกิดจากจิต 40. ให้เราเป็นผู้สำรวมกาย สำรวมวาจา สำรวมใจให้เรียบร้อย เมื่อมีความสำรวมยังงี้จะไปฆ่าผู้ฆ่า สัตว์ตัวโตๆ ยังไง แม้แต่มดแดงแงตัวน้อยท่านก็ไม่ให้กระทำ ไม่ให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน 41. จุติแปลว่าความเคลื่อน ภาษาเราว่าตาย แท้ที่จริงนั้นจิตวิญญาณมันไม่ใช่ของแตกของทำลาย และไม่ใช่ของสูญหาย 42. ท่านว่ามันไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นไม่ใช่ตัวตน จิตของเรา ถ้ามันไม่เที่ยงไม่แปรผันโยกย้ายไปมา ก็พึ่งพาอาศัยได้ นี่มันไม่เป็นยังงั้น บอกให้มันนิ่งมันก็ไม่นิ่ง บอกให้ไปทางนี้มันไปทางโน้น ยังงี้จึงพึ่งไม่ได้ เราจึงต้องมาพากันทำสมาธิ 43. เหมือนกะเราปลูกต้นไม้ เราต้องรักษาต้นรักษาโคน หมั่นใส่ปุ๋ยรดน้ำโคนมันดีต้นมันก็ต้องดี ดอกผลไม่มีใครบังคับ มันเกิดเอง ต้นมันดี ดอกผลมันก็ดี อันนี้เอาอะไรเป็นต้น คือดวงใจเป็นต้น เมื่อใจเราดีแล้ว ทำอะไรก็ดี หาอะไรก็ดี 44. เมื่อใจไม่ดีแล้ว นึกพุทโธ พุทโธ ตัดมันเสีย 45. อาทิกัลยาณัง งามเบื่องต้นคือผู้มีศิล...มัชโณกัลยาณัง งามท่ามกลางคือผู้มีสมาธิ... ปริโยสาณะกัลยาณัง งามที่สุดคือผู้มีปัญญา 46. การปฏิบัติถ้าไม่ได้ทำจริง มีแต่เรียนก็ไม่รู้ พระพุทธศาสนาคือการประพฤติปฏิบัติ การกระทำยังน้อยความรู้มันก็น้อย ความรู้มันก็น้อย เห็นแต่เผินๆ 47. บางคนกลัวผีเวลาเพ่ง ผีอยู่ที่ไหนล่ะ วันหนึ่งๆ ฝังกี่ศพ ทีคนตายไปกลัว ทีฝังในตัวเองไม่กลัว กี่ศพล่ะวันนี้ ผีปลาทูปูเค็มผีวัวผีควาย ผีเป็ดไก่สุกร เต็มอยู่ในท้องโม๊ด ทำไมไม่กลัวล่ะ 48. เมื่อใจไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ดี การงานก็ไม่ดี สมัครผู้แทนก็ไม่ได้ ค้าขายก็ไม่ได้ ทำมาหากินก็ไม่ดี ครอบครัวก็ไม่ดี พี่น้องก็ไม่ดี ชาวบ้านร้านตลาดก็ไม่ดี ประเทศชาติก็ไม่ดี 49. เมื่อจิตเราดี ทำอะไรก็ดี ค้าขายก็ดี ทำมาหากินก็ดีเล่าเรียนก็ดีครอบครัวก็ดี ชาวบ้านร้านตลาด ประเทศชาติก็ดี 50. พุทธะคือผู้รู้ ความรู้นี้ไม่ใช่สว่าง ไม่ใช่แจ้ง ไม่ใช่หลง ความที่มันหลงเราก็รู้อยู่ มืดเราก็รู้อยู่ สว่างเราก็รู้อยู่ สุขมันก็รู้ ทุกข์มันก็รู้ ยังงี้ 51. ถ้าจิตเราไม่ดี ก็ทุกข์ยากวุ่นวายเดือดร้อน หนักหน่วง ง่วงเหงาหาวนอน เดือดร้อน ฟุ้งซ่านรำคาญ 52. กิเลสทั้งหลายมันเกิดจากภายใน ทุกข์ทั้งหลายมันเกิดจากภายใน สุขทั้งหลายมันเกิดจากภายใน สุขทั้งหลายมันเกิดจากภายใน 53. ให้เลือกเฟ้นหัวใจของเรา ใจมันมีมากใจดีใจชั่วใจทุกข์ ใจสุข ใจนรกใจเปรต ใจสัตว์เดรัจฉานก็มี ใจใบ้ใจบ้า เสียจริตก็มี ใจหูหนวกใจตาบอด ใจกระจอกงอกง่อย ใจขี้เลื้อนกุดถังก็มี คนเรามีหลายใจ ใจเทวบุตรใจเทพธิดา ใจพระอินทร์ในพระพรหม ใจท้าวพญามหากษัตริย์ก็มี ใจเศรษฐีคหบดีก็มี ใจคนมั่งมีศรีสุขก็มี ใจนายร้อย นายพัน นายพลก็มี ใจจอมพลก็มี เลือกเอาซี่ 54. ถ้าดวงใจไม่ยากมันก็ไม่มีอะไรยาก สิ่งทั้งหลายเขาอยากอะไร๊ เขาไม่ได้ว่าอะไร เขาไม่ได้ทุกข์ไม่ยากอะไรซักอย่าง เขาเฉยอยู่หมด 55. จิตตั้งมั่นนั้น เป็นยังไง มันไม่ได้ส่งไปข้างหน้ามาข้างหลัง ข้างซ้ายข้างขวาข้างบนข้างล่าง ตั้งจำเพราะอยู่ที่รู้ความรู้อยู่ที่ไหนเราก็เพ่งดูอยู่ตรงนั้น 56. เราไม่ต้องคำนึงถึงอดีตอนาคต อดีตล่วงไปแล้ว ดีก็ดีมาแล้ว ชั่วก็ชั่วมาแล้ว อนาคตก็ยังไม่มาถึง ทำปัจจุบันนนี้ให้ดี อนาคตก็ต้องดี 57. กรรมทั้งหลายไม่ได้มาจากอื่นไกล เกิดจากใจ จากวาจา จากกาย ของเราเอง 58. หนังนี่สวยดียังไงล่ะ อาบน้ำชำระอยู่ทุกวัน ลองไม่อาบซักห้าวันเป็นไงล่ะ สกปรกไม่ใช้เรอะ นี่แหละเห็นหยั่งงี้แล้วไม่หลง 59. เปรียบภายนอกเหมือนกับเราทำการทำงาน มันต้องรวมเข้ามาการงานจึงสำเร็จ อันนี้จิตของเราเช่นเดียวกัน ถ้าไม่รวมเป็นมัคคสมังคี เข้าเป็นจิตดวงเดียวแล้วมันก็เลยไม่สำเร็จ ถ้าเรารวมจิตลงในอันรู้อันเดียวแล้ว ของอันเดียวเท่านั้นแหละ นั้นแหละสำเร็จตรงนั้น 60. สรุปหัวข้อใจความในพระพุทธศาสนา คือ กายกับใจเป็นที่ตั้งแห่งมรรคและผล 61. หากภิกษุสามเณรบวชแล้วเล่าเรียนศึกษา สำรวมสิกขาวินัยของตนเรียบร้อยรู้จักแล้ว ศีลของเราก็ 227 สามเณรก็ศิล 10 เราสำรวมยังงี้ศาสนามันก็เจริญรู่งเรืองนะซี่ เดี๋ยวนี้ไม่เป็นยังงั้น ศาสนาเลยเสื่อมเสีย คนทั้งหลายจึงดูหมิ่น เพราะเราไม่มีศิลสมาธิปัญญา มีแต่ศีรษะโล้นและผ้าเหลืองว่าเป็นพระเท่านั้น 62. ปฏิบัติไว้อย่าให้มันขาดซี่ ไม่ได้มากก็ให้ได้น้อย ต้องมั่นเข้าวัดฟังธรรมเสียก่อนจึงจะนอน ทีงานการละอุตสาหะทำจนเหงื่อไหลจนเหนื่อย งานภายในของเราล่ะ เราไม่รักษาใครจะรักษาล่ะ


