ส า ร ะ ง า น ก่ อ ส ร้ า ง ส ำ ห รั บ ป ร ะ ช า ช น  

ทำรั้วไม้ต้องใช้ไม้เนื้อแข็ง
ไม้นั้นมีหลายชนิด หลายระดับราคา ควรจะเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน มีไม้อยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งในวงการก่อสร้างเรียกว่าไม้เนื้อแข็ง เช่น เต็ง แดง ประดู่ เหมาะที่จะนำมาใช้ทำโครงสร้างรับน้ำหนัก และใช้ในการก่อสร้างทั่วไป โดยเฉพาะงานไม้กลางแจ้งซึ่งเสี่ยงต่อการผุมากกว่าการใช้งานภายใน ควรจะใช้เป็นไม้เนื้อแข็งเท่านั้น หลายกรณีถ้าเจ้าของงานไม่รู้เท่าทัน ช่างไม้จะใช้ไม้เนื้ออ่อนอย่างไม้ยาง (ซึ่งปรกติใช้กับภายในหรืองานก่อสร้างชั่วคราว เช่นไม้แบบ ค้ำยัน) มาใช้งานภายนอก ทาสีน้ำมันทับ ไม้จะเริ่มผุภายในไม่กี่ปี แต่เราจะไม่สามารถสังเกตุเห็นอาการได้เลย กว่าจะรู้ช่างไม้นั้นก็หายไปนานแล้ว

สำหรับโครงสร้างไม้ภายนอก ให้ระวังสิ่งเหล่านี้ครับ

  1. ใช้ไม้เนื้อแข็งเท่านั้น (จะใช้ไม้เนื้อแข็งมากอย่างบุนนาคก็ได้ครับ แต่หายากและคงจะแพง)
  2. มีข้อยกเว้นไม่มากนัก คือ ไม้สัก ถือเป็นไม้เนื้ออ่อน แต่ทนทานมาก
  3. ไม้แดง แข็งและแพงกว่าไม้เต็ง เลือกเอาละกันครับ
  4. สีทาให้ใช้สีสำหรับงานไม้เช่น WOOD STAIN หรือ TIMBER SHIELD ซึ่งมีคุณสมบัติในการระบายความชื้นได้ มีความยืดหยุ่นสูง
  5. การทาไม้ต้องทาให้รอบ ที่ช่างมักจะละเลยกันคือหัวไม้ (ด้านที่ถูกตัด) ซึ่งจะเป็นจุดที่ไม้ดูดความชื้นได้ดี สังเกตุได้ว่าไม้จะเริ่มผุที่หัวไม้นี่แหละครับ ควรจะทาหัวไม้และทาไม้ทั้งท่อน 1 รอบก่อนการนำไปใช้ แล้วทาทับอีกครั้งเมื่อตีไม้เข้าที่แล้ว (หลังก่อสร้างเสร็จแล้วหลายๆจุดจะไม่สามารถทาสีได้อีก เนื่องจากเป็นรอยต่อไม้ถูกปิดอยู่)

หลังจากใช้งานไปได้ระยะหนี่งแล้ว คอยสังเกตุสภาพสีทา และเนื้อไม้ หากสีหมดสภาพแล้วทำการลอกหรือขัดออกทาใหม่ครับ

การใช้ไม้ในงานก่อสร้างทำให้บรรยากาศดูเป็นธรรมชาติดี โดยเฉพาะในสวน หากเราเลือกชนิดไม้ และน้ำยารักษาเนื้อไม้ให้ดีแล้ว ช่วยยืดอายุการใช้งานไม้ราคาแพงได้นานทีเดียวครับ

เนื้อหาสาระในที่นี้เป็นสิ่งที่น่าจะพบเจอได้ในงานก่อสร้างทั่วๆไป แต่การตัดสินใจในแต่ละสถานการ์ณเป็นเรื่องเฉพาะกรณี ปัญหาทางโครงสร้างควรปรึกษาวิศวกรครับ
ติดต่อ WEB MASTER ได้ที่ stonebase2001@yahoo.com
กลับหน้าแรก