ส า ร ะ ง า น ก่ อ ส ร้ า ง ส ำ ห รั บ ป ร ะ ช า ช น  

สีทาไม้

สีทาไม้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงการตบแต่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาเนื้อไม้อีกด้วย โดยเฉพาะงานไม้ภายนอก การเลือกสีที่เหมาะสมกับการใช้งาน และการดูแลทาสีใหม่เมื่อสีเดิมหมดอายุจะช่วยยืดอายุของโครงสร้างไม้ให้อยู่ได้นานหลายสิบปีทีเดียว

สำหรับงานไม้ภายในค่อนข้างง่าย เราสามารถเลือกใช้สีตามลักษณะภายนอกที่เราต้องการ เช่นสีน้ำมัน โพรียูรีเทน ทั้งชนิดเงา กึ่งเงา แลคเกอร์ ฯลฯ

สำหรับงานไม้ภายนอก ควรใช้สีสำหรับงานไม้โดยเฉพาะ เช่น WOOD STAIN, TIMBER SHIELD หรือ WOOD SHIELD ซึ่งสีพวกนี้จะมีคุณสมบัติคือ

  1. กันน้ำซึมเข้า แต่ปล่อยให้น้ำระเหยออกจากเนื้อไม้ด้วย (สีน้ำมันทึบ กันน้ำทั้งเข้าและออก แต่น้ำจะเข้าทางปลายไม้ ทำให้ไม้ผุอยู่ข้างในโดยสังเกตุได้ยาก)
  2. มีความยืดหยุ่น เนื่องจากไม้เป็นวัสดุ อ่อนหยุ่น สีทาไม้จึงต้องสามารถยืดหดตามผิวไม้ได้โดยไม่แตกล่อน (โพลียูรีเทนมีความยืดหยุ่นน้อย)
  3. มีความทนทานต่อสภาพอากาศได้พอสมควร ทำให้ไม่ต้องทาใหม่บ่อยเกินไป

และวิธีการทาคือควรทาก่อนประกอบไม้หนึ่งรอบ โดยเฉพาะที่ปลายตัด(หัวไม้)ด้วย ซึ่งเป็นจุดที่น้ำจะซึมเข้าได้ง่าย แล้วจึงทาทับอีกครั้งหลังประกอบเป็นโครงสร้างแล้ว

การทาสีไม้สำหรับใช้งานภายนอกแบบสีทึบ โดยทั่วไปจะใช้สีน้ำมันกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่ผิด เมื่อมีความชื้น สี้นำมันจะอมน้ำไว้ ทำให้ไม้ผุเร็วยิ่งขึ้น และฟิลม์สีน้ำมัมไม่มีความยืดหยุ่น เมื่อไม่มีการยืดหดจากความชื้นแล้ว สีจะแตกล่อนออกมา ที่ถูกควรจะใช้เป็นสีอะครีลิคสำหรับงานไม้โดยเฉพาะ เช่นพวก Timber Shield, Wood Shield (ชื่อทางการค้า)

ยกเว้นบางเรื่อง เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ที่ต้องสัมผัสกับตัวคน สีน้ำมันให้ผิวที่มันเรียบ สามารถทำความสะอาดได้ง่าย เราอาจจะทาสีน้ำมันเฉพาะผิวหน้าที่ต้องมีการเช็ดทำความสะอาดอยู่เสมอ และทำใจไว้ว่าไม้อาจจะมีบิดเล็กน้อยครับ

เนื้อหาสาระในที่นี้เป็นสิ่งที่น่าจะพบเจอได้ในงานก่อสร้างทั่วๆไป แต่การตัดสินใจในแต่ละสถานการ์ณเป็นเรื่องเฉพาะกรณี ปัญหาทางโครงสร้างควรปรึกษาวิศวกรครับ
ติดต่อ WEB MASTER ได้ที่ stonebase2001@yahoo.com
กลับหน้าแรก