| การฝังเข็มรักษาโรคภูมิแพ้ | ||
|
โรคภูมิแพ้คืออะไร โรคภูมิแพ้มีสาเหตุส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ เด็กที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้จะมีโอกาสเป็นโรคนี้ประมาณ 16-28% ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการตั้งแต่อายุน้อยๆ ทำให้เกิดความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เสียสมดุลย์ไป นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุมาจากระบบประสาทอัตโนมัติพาราซิมพาเตติกของผู้ป่วยมีการทำงานมากเกินไปอีกด้วย เมื่อมีสารแปลกปลอมมากระตุ้นก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงเกินไปแสดงออกมา การรักษาโรคภูมิแพ้ ตามการแพทย์แผนปัจจุบันในขณะนี้ นอกจากให้ผู้ป่วยพยายามหลีกเลี่ยงสารที่ทราบว่าแพ้แล้ว การรักษาที่สำคัญได้แก่การให้ยาเพื่อลดอาการเนื่องจากภูมิแพ้ เช่นยาลดน้ำมูก , ยาลดการหลั่งสารฮีสตามีน นอกจากนี้ยังมีการนำสารที่แพ้มาทำเป็นยาฉีดเพื่อลดปฏิกิริยาภูมิแพ้ ซึ่งต้องฉีดต่อเนื่องเป็นเวลานานประมาณ 2-3 ปี การรักษาด้วยการฝังเข็ม การฝังเข็มนั้นสามารถใช้รักษาโรคภูมิแพ้ได้เช่นกัน ซึ่งมีผลการศึกษาทดลองรักษามากมาย ในต่างประเทศตลอดจนในประเทศไทย องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ก็ได้ประกาศรับรองผลการรักษาโรคนี้ด้วยการฝังเข็มมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 แพทย์จะใช้เข็มเล็กๆปักจุดบริเวณรอบจมูกและแขนขา แล้วทำการกระตุ้นประมาณ 20 นาที โดยทั่วไปจะทำการรักษาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 10 ครั้ง ส่วนใหญ่แล้วเมื่อฝังเข็มไปประมาณ 5 ครั้งจะเห็นผลการรักษาได้อย่างชัดเจน โดยที่ผู้ป่วยจะจาม , คัดจมูกน้อยลง บางคนสามารถลดปริมาณยาที่รับประทานลงไปได้กระทั่งไม่ได้รับประทานยาเลยก็มี การฝังเข็มรักษาโรคภูมิแพ้นั้น ไม่เพียงแต่สามารถบรรเทาอาการคัดจมูก ,จาม , ไอได้เท่านั้น ที่สำคัญกว่าก็คือ การฝังเข็มสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงขึ้นสู่สภาพสมดุลตามปกติ ไม่มากหรือน้อยเกินไป ดังนั้นเมื่อหยุดฝังเข็มแล้วผู้ป่วยก็จะมีอาการภูมิแพ้เกิดซ้ำขึ้นมาน้อยมากหรือกระทั่งหายไปได้เลย ต่างจากการใช้ยา ซึ่งเมื่อหยุดยาแล้ว อาการทุกอย่างก็จะปรากฏออกมาอีกเหมือนเดิม การรักษาโรคภูมิแพ้โดยการฝังเข็มนี้ ได้ผลในการรักษาประมาณ 90 % ในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย เช่นระยะวัยรุ่นจะเห็นผลการรักษาดีมาก ตรงกันข้ามในผู้ป่วยที่มีอายุมากจะได้ผลน้อยกว่า ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้สูงอายุถูกสารภูมิแพ้กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ผิดปกติมาเป็นเวลานานเรื้อรังกว่า และทำให้สภาพเยื่อบุจมูกเสื่อมไปมากกว่านั่นเอง ตัวอย่างผู้ป่วย
2) คุณ ย. ข้าราชการ อายุ 42 ปี
มีอาการคัดจมูก
จาม
เป็นประจำทุกเช้า
โดยเฉพาะเวลาโดน
ฝุ่นละออง
หรือถูกอากาศเย็น
ต้องรับประทายยาแก้แพ้
และยาลดน้ำมูกในตอนก่อนนอนทุกคืน
ติดต่อกัน
|
||