| การนำโปรแกรม
แคด มาใช้ในบริษัทสถาปนิก
บทความเชิงวิชาการโดย
นาย วิญญู วานิชศิริโรจน์
ตีพิมพ์ในวารสารอาษา ฉบับที่ 05:41พฤษภาคม 2541
บทนำ

บริษัทสถาปนิกในประเทศไทยเริ่มนำโปรแกรมที่ช่วยในการออกแบบและเขียนแบบ
หรือ แคด (CADD= Computer Aid Design & Drafting System) มาใช้ในราว
10 กว่าปีมานี้เอง โปรแกรม แคดที่แพร่หลายที่สุดตั้งแต่อดีตจนกระทั่งทุกวันนี้คือ
โปรแกรม AutoCAD ของบริษัท AutoDesk ซอฟต์แวร์ตัวนี้ได้รับความนิยมมากจนกระทั่งทำให้สถาปนิกไทยหลายท่านเข้าใจผิด
คิดว่าระบบเขียนแบบและออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ทำได้ด้วยโปรแกรมชนิดนี้เท่านั้น
และบางท่านถึงกับใช้คำว่า AutoCAD เรียกแทนระบบ แคด เลยทีเดียว เหมือนเราเรียกผงซักฟอกว่า
แฟ้บ อย่างไรอย่างนั้น
ในความเป็นจริงแล้วโปรแกรมระบบแคดในโลกนี้มีเป็นร้อยๆโปรแกรม
โดยดูได้จากเวบไซต์ www.architecturalcadd.com ที่ทำหน้าที่จัดอันดับโปรแกรมด้านแคด
จะเห็นว่ามีโปรแกรมเกี่ยวกับระบบแคดอยู่มากมาย เช่น โปรแกรมแคด ที่สถาบันนี้แนะนำให้
บริษัทสถาปนิกขนาดเล็กใช้ มีมากถึง 19 โปรแกรม โดย AutoCAD r14 ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่
17 และ AutoCAD r13 อยู่อันดับที่ 19 (ดูรูปที่ 1) และถ้าดูข้อมูลในส่วนอื่นๆจะพบว่ายังมีโปรแกรมแคดที่เราไม่เคยได้ยินหรือรู้จักอีกมากมาย

รูปที่
1 แสดงข้อมูลเกี่ยวกับเวบไซต์ ที่จัดอันดับโปรแกรมแคดในการใช้งานประเภทต่างๆ
ในรูปนี้คือ รายชื่อโปรแกรมแคดที่เหมาะกับบริษัทสถาปนิกขนาดเล็ก
ความสำคัญของระบบแคดต่อบริษัทสถาปนิก
เชื่อว่ายังมีบริษัทสถาปนิกอีกหลายแห่งปฏิเสธที่จะนำระบบแคดมาใช้งาน
เหตุผลหลักอาจมาจากสถาปนิกเหล่านั้นกลัวว่าคอมพิวเตอร์จะจำกัดจินตนาการของตน
หรือบางท่านไม่เชื่อว่าระบบแคดจะสามารถมาช่วยการทำงานของสถาปนิกได้
แต่ในที่สุดแล้วพวกเราคงหนีไม่พ้นที่จะต้องนำแคดมาใช้งาน
เพราะกระแสความต้องการข้อมูลในรูปแบบของคอมพิวเตอร์ควบคู่ไปกับแบบพิมพ์เขียว
มีมากขึ้นทุกทีๆ ไม่ว่าจะมาจากความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ๆ รวมทั้งบริษัทที่ทำงานร่วมกับเรา
เช่น บริษัท วิศวกรโครงสร้าง , วิศวกรงานระบบ และ ผู้รับเหมาก่อสร้าง
ปัญหาสุดท้ายคือ
เราควรจะนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้เมื่อไร เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสมัครใจเข้าสู่การทำงานในโลกดิจิตอลเอง
หรือ รอให้มันมาเคาะประตูบ้านของเรา ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นอาจสายเกินไปแล้วก็ได้
การเลือกชนิดของโปรแกรม
แคด
เราสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมแคดได้ที่เวบไซต์
ชื่อ www.architecturalcadd.com ซึ่งมีการจัดอันดับโปรแกรมแคด สำหรับงานเขียนแบบสองมิติ
หรือทำงานแบบสามมิติ ที่เหมาะสมกับองค์กรประเภทต่างๆเช่น บริษัทสถาปนิก
บริษัทวิศวกร, บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น (ดูรูปที่ 2)
รูปที่ 2 แสดงเวบไซต์เกี่ยวกับการจัดอันดับซอฟแวร์แคดที่เหมาะสมกับองค์กรชนิดต่างๆ
ข้อมูลที่แสดงในเวบไซค์นี้มีค่อนข้างมากและเหมาะกับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโปรแกรมแคดพอสมควร
ดังนั้นเพื่อให้ง่ายและช่วยในการตัดสินใจเลือกระบบแคดที่เหมาะสมกับองค์กร
จะขออนุญาตนำเสนอข้อมูลสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากบทความเรื่อง
Getting Your Feet Wet in CAD เขียนโดย B.J. Novitsk ซึ่งมีการสรุปชนิดของโปรแกรมที่ควรใช้ในบริษัทสถาปนิกตามชนิดของการใช้งานโดยมีรายละเอียดดังนี้
งานเขียนแบบสองมิติ
โปรแกรมแคดที่ดีต้องมีการใช้งานแบบ
กราฟฟิก และใช้งานบนระบบวินโดว์ ซอฟต์แวร์ที่แนะนำมี 5 ตัวคือ
- ChiefArchitect
- Imagineer
Technical
- MicroStation
PowerDraft
- Vdraft
- Visio
Technical
ตัวที่คุ้นกันในบ้านเราน่าจะได้แก่
Visio Technical ซึ่งปัจจุบันมีถึง รุ่น 4.5 (ดูรูปที่ 3)

รูปที่
3 หน้าจอของโปรแกรม Vision Technical version 4.5 มีการใช้งานผ่านเมนู,
ไอคอน ตามรูปแบบของโปรแกรม ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดว์
อีกตัวหนึ่งที่เริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยคือ
MicroStation (ดูรายละเอียดของโปรแกรมนี้ในบทความของ วรเมศร์ เบญจวรรณ
เรื่อง MicroStation 95 ตอนที่1 นิตยสาร Byte ฉบับเดือน มกราคม
2541 หน้า 107-110)
งานสร้างภาพ
3 มิติ
แม้ว่าในปัจจุบันการทำงานระหว่างการเขียนแบบ
2 มิติ และขึ้นรูปทรง 3 มิติ จะต้องแยกกันทำงานคนละครั้ง แต่ในอนาคตคาดว่างานสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่จะเริ่มงานที่การทำรูปจำลอง
3 มิติในคอมพิวเตอร์ โดยแบบก่อสร้าง 2 มิติ จะกลายเป็นผลพลอยได้ที่มาจากการสร้างงาน
3 มิติ นั่นเอง
ซอฟต์แวร์ที่บทความนี้แนะนำมี
4 ตัว คือ
- 3D
Studio
- DataCAD
- Formง
Z
- ArchiCAD
โปรแกรมที่ถือว่าฮิตที่สุดในประเทศไทยคงไม่พ้น
3D Studio ของ AutoDesk ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของโปรแกรม AutoCAD นั่นเอง
ปัจจุบัน 3D Studio พัฒนาเป็นรุ่นที่ชื่อว่า 3D StudioMax เวอร์ชันปัจจุบันคือ
2 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 95, NT4.0 (ดูรูปที่ 4) 3D Studio
ของเดิมทำงานบน DOS และมี เวอร์ชันล่าสุดก่อนเปลี่ยนเป็น MAX คือเวอร์ชัน
4.0

รูปที่ 4 แสดงหน้าจอการทำงานของ 3D Studio Max
R2 ซึ่งสามารถทำงานได้หลากหลายตั้งแต่ทำโมเดล 3 มิติ และ ภาพเคลื่อนไหว
ส่วนโปรแกรม
ArchiCAD เคยเข้ามาขายในเมืองไทยราว 3-4 ปีที่แล้ว แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก
ปัจจุบันไม่มีข่าวคราวมากนักเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ตัวนี้ เท่าที่ทราบสถาปนิกฝั่งยุโรปโดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสจะใช้โปรแกรมตัวนี้ค่อนข้างมาก
ซอฟต์แวร์ที่ทำงาน
แคด ได้ทุกประเภท
โปรแกรมพวกนี้จะใช้งานได้หลากหลายเหมาะกับโครงการขนาดใหญ่ที่ทำงานทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ
ซอฟต์แวร์ที่แนะนำมี 4 ตัวคือ
- AutoCAD
- AllPlan
- Architectix
- MicroStation
แน่นอนว่าโปรแกรมตัวที่พวกเราคุ้นเคยที่สุดน่าจะเป็น
AutoCAD ปัจจุบันมีการพัฒนาถึง release 14 ทำงานบน Windows 95, NT
(ดูรูปที่ 5) แต่ที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในประเทศไทยกลับเป็น release
12 ที่ทำงานบน DOS ทั้งนี้เพราะรุ่นที่ 12 นี้ใช้ทรัพยากรของคอมพิวเตอร์น้อย
และผู้ใช้งานคนไทยคุ้นเคยกับคำสั่งในการใช้งานที่สุด

รูปที่ 5 หน้าจอของโปรแกรม AutoCAD R.14 ซึ่งผู้พัฒนาอ้างว่าเป็นระบบแคดที่ทำงานได้ครบถ้วนที่สุดรวมทั้ง
สามารถดึงความสามารถของระบบปฏิบัติการ 32 บิต มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
หมายเหตุ
โปรแกรมแคดที่แนะนำไว้ทั้งหมดนี้เป็นซอฟต์แวร์เฉพาะที่ทำงานอยู่บนระบบปฎิบัติการของคอมพิวเตอร์พีซีเท่านั้น
ไม่รวมโปรแกรมที่ทำงานบนระบบ Unix, Macintosh หรือ OS2
การเตรียมองค์กรให้พร้อมกับระบบแคด
นอกจากข้อมูลในการตัดสินเลือกใช้ซอฟต์แวร์แล้ว
ก่อนที่จะนำระบบแคดมาใช้ในองค์กร เราจำเป็นจะต้องปรับปรุงตัวเราเองเสียก่อนให้เหมาะสมกับระบบคอมพิวเตอร์ที่จะนำมาใช้
โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ปรับปรุงการทำงานให้เป็นระบบ
- ต้องมีการปรับปรุงการทำงานทั้งหมดให้เป็นขั้นตอนและมีระบบอย่างชัดเจน
ทั้งนี้มีคำกล่าวว่าระบบคอมพิวเตอร์ไม่ใช่สิ่งที่มาเปลี่ยนการทำงานให้เป็นระบบ
แต่สิ่งที่คอมพิวเตอร์ทำคือขยายวิถีการทำงานของบริษัทนั้นๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
หมายความว่าถ้าองค์กรของเราทำงานอย่างมีระบบ
คอมพิวเตอร์ที่นำเข้ามาใช้งานจะส่งเสริมระบบที่วางไว้ให้แข็งแกร่งและชัดเจนยิ่งขึ้นส่งผลให้
ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มสูงขึ้น
ในทางกลับกัน
สำหรับองค์กรที่ขาดระบบและมีวิธีการทำงานที่ยุ่งเหยิง ระบบคอมพิวเตอร์ที่นำเข้ามาใช้จะขยายความยุ่งเหยิงนั้นให้เกิดมากขึ้นและชัดเจนยิ่งขึ้น
- กำหนดมาตรฐานการทำงาน
- ยิ่งเรามีมาตรฐานการทำงานดีเท่าไรก็จะช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้เนื่องจากคุณสมบัติสำคัญที่มีประโยชน์เป็นอย่างมากของคอมพิวเตอร์คือ
ความสามารถในการนำข้อมูลเดิมกลับมาใช้ใหม่โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติเดิม
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การทำสำเนาข้อมูลในโลกของคอมพิวเตอร์จะได้สำเนาข้อมูลเหมือนต้นฉบับทุกประการ
โดยไม่มีการสึกหรอหรือตกหล่น
การมีมาตรฐานที่ดีจะช่วยให้มีการนำข้อมูลกลับมาใช้ซ้ำได้
ซึ่งจะลดเวลาการทำงานและเพิ่มความมีเสถียรภาพของงาน ทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
ลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานโดยรวม
- อย่างสร้างระบบโดยดูแต่ใบโฆษณา
- อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา
หรือ ตัวอย่างทดลอง (demo) ที่ผู้ขายระบบนำมาแสดงให้ดู เพราะการนำเสนอเหล่านั้นมีการเตรียมการล่วงหน้าเป็นปีๆ
โดยผู้ขายจะควบคุมข้อจำกัดต่างๆไม่แสดงออกมาทั้งหมด เพื่อทำให้ระบบที่เสนอขายดูดีที่สุด
ดังนั้นวิธีที่ควรทำคือ
ศึกษาและดูงานจากระบบที่มีการติดตั้งและใช้งานจริงในองค์กรต่างๆจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
- จัดซื้อ
ฮาร์ดแวร์
- ให้ซื้ออุปกรณ์ที่มีความสามารถสูงสุดเท่าที่มีอยู่ในตลาดในงบประมาณที่สามารถจัดหาได้
เนื่องจากอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้มักจะตกรุ่นทันทีที่นำออกขาย การทำงานบนระบบแคดนั้น
ต้องการคุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดีมากกว่าเครื่องที่นำมาใช้ทำงานด้านเอกสารหลายเท่าตัว
ดังนั้นยิ่งมีเครื่องที่ดีเท่าใดย่อมทำให้สามารถผลิตงานได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น
- จัดซื้อซอฟต์แวร์
- ควรกำหนดให้มีชนิดของซอฟต์แวร์น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เพื่อลดภาระด้านการบริหารและจัดการซอฟต์แวร์ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักมองไม่เห็น
แต่ถ้าคำนวณเวลาที่ใช้ไปจะมีสัดส่วนที่มากจนน่าตกใจทีเดียว
- นำองค์กรเข้าสู่โลกแห่งแคด
- มีสองแนวทางในการปรับเปลี่ยนองค์กรจากการทำงานระบบเดิมไปสู่การทำงานแบบคอมพิวเตอร์
คือ แบบค่อยเป็นค่อยไป หรือ แบบทันทีทันใด วิธีแรกจะใช้งบประมาณน้อยกว่าวิธีที่สอง
เพราะการเปลี่ยนแบบทันทีทันใดย่อมหมายความว่าเราต้องสูญเสียบุคลากรส่วนหนึ่งไปทำหน้าที่ด้านคอมพิวเตอร์โดยตรงและไม่สามารถทำงานประจำของตนในระยะเวลาหนึ่งซึ่ง
อาจกินเวลาตั้งแต่ 1 ปี ถึงหลายปี ทีเดียว
- ฝึกอบรม,
ฝึกอบรม และ ฝึกอบรม หัวใจสำคัญที่สุดในการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์
คือ บุคลากรที่มีความสามารถ ถ้าเราไม่มีคนที่มีความสามารถในการทำงานกับระบบที่เราสร้างขึ้น
คอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาก็เหมือนกับที่ทับกระดาษอันใหญ่ หรือ เฟอร์นิเจอร์ประดับบารมีของคนบางคนเท่านั้น
การฝึกอบรมต้องทำอย่างต่อเนื่อง และตลอดเวลา รวมทั้งควรมีการประเมินผลและทดสอบเป็นระยะๆ
ด้วย
บทสรุป
แม้ว่าเราจะมีข้อมูลว่าระบบแคดใดเหมาะสมกับองค์กรของเราที่สุด
และควรจะพัฒนาระบบแคดในองค์กรของเราอย่างไรแล้ว สิ่งที่พูดถึงทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นเพียงปัจจัยภายในเท่านั้น
สิ่งที่ยังไม่ได้กล่าวถึงคือ ปัจจัยภายนอกซึ่งได้แก่
- การบริการหลังการขายของระบบแคดที่เราเลือกใช้
เช่น เราพบว่าเราควรใช้ซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งแต่ปรากฏว่าโปรแกรมนี้ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
ข้อจำกัดนี้ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นอย่างมาก
- ถ้าเราเลือกใช้ระบบแคดแบบหนึ่งซึ่งบริษัทอื่นๆที่ทำงานร่วมกับเราไม่ได้ใช้ระบบเดียวกัน
อาจส่งผลให้ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ เนื่องจากรูปแบบของข้อมูลเป็นคนละแบบกัน
- ระบบแคดที่เราเลือกใช้อาจขาดแคลนบุคลากรที่ชำนาญในการใช้งาน
รวมทั้งขาดคู่มือที่เป็นภาษาไทยที่จะนำมาศึกษา ทำให้การพัฒนาบุคลากรทำได้ยาก
จากเหตุผลเหล่านี้อาจตอบคำถามว่า
ทำไมพวกเรายังคงต้องเลือกใช้ระบบแคดที่ฮิตในตลาดแทนที่จะเลือกใช้โปรแกรมที่เหมาะสมกับองค์กรของเราที่สุดนั่นเอง
ข้อมูลอ้างอิง
- ข้อมูลซอฟต์แวร์แคทในอินเตอร์เน็ต
| รายชื่อซอฟต์แวร์/ข้อมูล |
บริษัทผู้ผลิต |
เวบไซต์ |
| AllPlan |
Nemetshek
Systems, Inc. |
www.nemetschek.com |
| ArchiCAD |
Graphisoft
U.S., Inc. |
www.graphisoft.com |
| Auto-Architect |
Softdesk
(AutoDesk, Inc.) |
www.softdesk.com |
| AutoCAD,
AutoCAD LT , 3D Studio |
Auto
desk, Inc. |
www.autodesk.com |
| ChiefArchitect |
Advanced
Relational Technology, Inc. |
www.chiefarch.com |
| DataCAD |
DataCAD
LLC |
www.datacad.com |
| DesignWorkshop |
Artifice,
Inc. |
www.artifice.com |
| formง
Z |
auto:des:sys,
Inc. |
www.formz.com |
| Imagineer
Technical |
Intergraph
Corporation |
www.intergraph.com |
| MicroStation
PowerDraft |
MicroStation
Architectix Bentley Systems, Inc. |
www.bentley.com |
| Vdraft |
Softsource |
www.vdraft.com |
| Visio
Technical |
Visio
Corporation |
www.visio.com |
| หน่วยงานจัดอันดับโปรแกรม
CADD |
? |
www.architecturalcadd.com |
- Novitski,
B. J. Getting Your Feet Wet in CAD Architectural Record
07/1997
- วรเมศร์
เบญจวรรณ MicroStation 95 ตอนที่ 1 นิตยสาร Byte ฉบับเดือน
มกราคม 2541
tOp^
rOOt

|