| โปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศพร้อมสำหรับปี
ค.ศ. 2000 แค่ไหน?
โดย
นายวิญญู วานิชศิริโรจน์
ตีพิมพ์ในนิตยสาร NECTEC ฉบับ ปีที่5 ฉบับที่24 พ.ศ. 2541
บทนำ
ปัจจุบันนี้ยังมีคนเข้าใจว่าปัญหาของปี
ค.ศ.2000 จะเกิดกับระบบคอมพิวเตอร์ใหญ่ๆที่ใช้ภาษาโคบอลเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วปัญหาดังกล่าวจะเกิดกับคอมพิวเตอร์ในทุกขนาด
โดยเฉพาะกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่เราใช้ๆกันอยู่นี่ก็ไม่พ้นที่จะต้องเผชิญกับปัญหานี้
มีคนบางคนกล่าวว่า
การแก้ปัญหาปี ค.ศ. 2000 บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนั้นไม่ยาก
เมื่อเทียบกับเมื่อต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้บนเมนเฟรม แต่การแก้ปัญหาบนพีซีจะค่อนข้างยุ่งมากกว่า
เพราะบนระบบพีซีเราต้องเกี่ยวข้องกับผู้ผลิตและผู้ขายที่หลากหลายมากมายตั้งแต่ผู้ผลิตซีพียู
เมนบอร์ด ไบออส การ์ดจอ การ์ดเสียง ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมประยุกต์สำเร็จรูป
โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเอง ฯลฯ รวมๆแล้วการแก้ปัญหาบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องหนึ่งต้องเกี่ยวข้องกับผู้ขายไม่ต่ำกว่า
4-5 รายทีเดียว
บทความนี้จะกล่าวถึงส่วนหนึ่งของปัญหาปี
ค.ศ.2000 ที่เกิดกับโปรแกรมที่ทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่เป็นโปรแกรมยอดนิยมที่สุดในบ้านเราคือโปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศ
ซึ่งโปรแกรมนี้ประกอบด้วยโปรแกรมย่อยๆคือ MS-Word, MS-Excel, MS-PowerPoint
และ MS-Access เราจะมาศึกษาว่า ไมโครซอฟต์ได้เตรียมพร้อมสำหรับปัญหานี้มากแค่ไหน?
รายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมชุดไมโครซอฟต์ออฟฟิศ
โปรแกรมชุดนี้ทางไมโครซอฟต์ผลิตออกมาแล้วมีใช้งานกันอย่างแพร่หลายนั้นมีสามรุ่นด้วยกันคือ
-
Microsoft
Office version 4.3 ซึ่งประกอบด้วย Word6.0, Excel5.0, PowerPoint4.0
และ Access2.0 โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Windows3.xขึ้นไป
-
Microsoft
Office 95 ซึ่งประกอบด้วย Word95, Excel95, PowerPoint95, และ
Access95 โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows95, Windows NT4.0 หรือรุ่นที่สูงกว่า
-
Microsoft
Office 97 ซึ่งประกอบด้วย Word97, Excel97, PowerPoint97, Access97
และ Outlook97 โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows95, Windows NT4.0
หรือรุ่นที่สูงกว่า
แต่ละรุ่นแบ่งเป็นสองแบบคือรุ่นธรรมดาและรุ่นมืออาชีพโดยความแตกต่างคือรุ่นธรรมดาจะไม่มี
MS-Access อีกทั้งไมโครซอฟต์ได้พัฒนาภาษาไทยในทุกเวอร์ชันอีกด้วย ซึ่งโปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศที่เราทำการศึกษาครั้งนี้จะเป็นโปรแกรมเวอร์ชันภาษาไทยทั้งหมด
วิธีการที่ไมโครซอฟต์ใช้ในการจัดการกับข้อมูลปีแบบสองหลัก
เพื่อให้เราเข้าใจเกี่ยวกับปัญหานี้ได้ดียิ่งขึ้นเราควรทำความเข้าใจว่าโปรแกรมของไมโครซอฟต์จัดการเกี่ยวกับข้อมูลปีที่เป็นเลขสองหลักอย่างไรเสียก่อนดังนี้
ในความเป็นจริงแล้วระบบปฏิบัติการวินโดว์ของไมโครซอฟต์ทุกเวอร์ชันเก็บข้อมูลปีเป็นเลขสี่หลักทั้งหมด
ซึ่งถ้าพูดอย่างนี้โปรแกรมของไมโครซอฟต์ทั้งหมดก็ไม่น่ามีปัญหากับปี
ค.ศ. สองพัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการที่วินโดว์ยอมให้กำหนดการแสดงผลของปีและรับข้อมูลปีแบบสองหลักได้
โดยระบบจะทำการใส่ข้อมูลของสองหลักหน้าที่เหลือให้เองโดยอัตโนมัติ
เช่นถ้าผู้ใช้ใส่ข้อมูล
วันที่เป็น 31-12-97 ระบบจะทำการบันทึกข้อมูลเป็น 31-12-1997 ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้บันทึกข้อมูลเป็น
31-12-00 ระบบจะจัดการอย่างไร จะบันทึกข้อมูลเป็น 31-12-2000 หรือ
31-12-1900
ในระบบปฏิบัติการแบบ
16 บิตเช่น Windows 3.xx ระบบกำหนดให้ปี ค.ศ.สองหลักอยู่ในปีช่วง 19xx
ทั้งหมด ดังนั้นถ้าผู้ใช้งานใส่ข้อมูลเป็น 12-31-00 โปรแกรมจะเก็บข้อมูลเป็น
12-31-1900 แต่อาจมีโปรแกรมประยุกต์บางตัวที่ได้กำหนดการทำงานแตกต่างออกไปเป็นพิเศษ
เช่น Excel5.0 สามารถรองรับการใส่ข้อมูลปี ค.ศ.สองหลักที่แตกต่างออกไป
โดยจะได้แสดงผลการทดสอบท้ายบทความนี้
ในโปรแกรมแบบ
32 บิต ทางไมโครซอฟท์แก้ปัญหานี้ โดยให้มีการควบคุมเรื่องเวลากลางของระบบผ่านไฟล์โอเล่ตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า
OLEAUT32.DLL
ไฟล์นี้ทำงานโดยใช้เทคนิคที่ไมโครซอฟต์เรียกว่าการเลื่อนหน้าต่างเวลาหรือ
Sliding Windows หลักการของวิธีการนี้คือข้อมูลปี ค.ศ.สองหลักระหว่าง
00 ถึง 29 จะถูกนับเป็นปีใน 20xx ส่วนข้อมูลปีแบบสองหลักที่มีค่ามากกว่า
29 คือมีค่าตั้งแต่ 30 ถึง 99 ระบบจะถือว่าเป็นปีใน 19xx เช่นข้อมูลวันที่ถ้าใส่วันที่เป็น
31-12-00 ระบบจะบันทึกข้อมูลเป็น 31-12-2000 ส่วนถ้าใส่ข้อมูลวันที่เป็น
31-12-30 ข้อมูลจะถูกบันทึกในระบบเป็น 31-12-1930 เป็นต้น
แต่ไม่ใช่ว่า
ไฟล์โอเล่ทุกตัวในโปรแกรมแบบ 32บิตจะทำงานตามหลักการนี้ ตัวอย่างเช่น
MS-Office95 ถูกขายออกมาครั้งแรกโดยใช้ OLE ตัวเก่าที่ทำงานเหมือนโปรแกรม
16 บิต แต่หลังจากที่ไมโครซอฟต์ออก Access95 ออกมาได้มีการปรับปรุง
ฐานข้อมูลโอเล่เป็นระบบใหม่นี้ทั้งหมด
ไฟล์ OLEAUT32.DLL
ที่ทำงานตามวิธีการนี้จะต้องเป็นไฟล์ที่มีเวอร์ชัน 2.20.4049 หรือสูงกว่าเท่านั้น
วิธีการตรวจสอบเวอร์ชันทำได้โดย ให้ไปที่ Start เลือก Find Files
or Folders
ที่ Named ใส่ชื่อไฟล์ OLEAUT32.DLL แล้วเลือก Search
เมื่อพบไฟล์แล้วให้คลิกเมาส์ปุ่มขวาที่ไฟล์นั้นแล้วเลือก Properties
จากเมนู เลือกแผ่น Version จะมีรายละเอียดของไฟล์ ให้ดูที่เลขที่เวอร์ชันของไฟล์
ดังรูปตัวอย่าง ไฟล์ OLEAUT32.DLLของเครื่องที่แสดงมีเวอร์ชัน 2.20.4122
ซึ่งสูงกว่า 2.20.4049 จึงใช้งานข้อมูลปีแบบสองหลักได้ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

รูปที่
1 แสดงหน้าจอตรวจสอบเวอร์ชันของไฟล์ OLEAUT32.DLL
ถ้าท่านพบว่าเวอร์ชันของไฟล์
OLEAUT32.DLL ต่ำกว่าที่กำหนดนี้ให้ท่านหาโปรแกรม Microsoft Internet
Explorer 3.0 หรือสูงกว่ามาลงในเครื่องของท่าน โปรแกรมนี้จะเปลี่ยนเวอร์ชันของโอเล่ให้สูงขึ้นกว่า
2.20.4049 โดยอัตโนมัติ แต่ไม่แนะนำให้แก้ปัญหาโดยทำสำเนาไฟล์นี้จากเครื่องที่มีเวอร์ชันใหม่มาลงทับในเครื่องที่มีเวอร์ชันต่ำกว่า
เพราะอาจเกิดความผิดพลาดในการทำงานของระบบโดยรวมได้
แต่แม้ว่าเราจะมีไฟล์โอเล่ที่ทันสมัยแล้วก็ตามการจัดการเกี่ยวกับเวลาของโปรแกรมย่อยแต่ละโปรแกรมก็มีความแตกต่างกันดังจะได้แสดงผลการทดสอบดังนี้
การทดสอบโปรแกรม
เงื่อนไขในการทดสองโปรแกรมในครั้งนี้มีดังนี้คือ
-
ระบบปฏิบัติการวินโดว์ที่ใช้ทดสอบทำงานบนไฟล์
OLEAUT32.DLLที่มีเวอร์ชัน 2.20.4049 หรือสูงกว่า ยกเว้นโปรแกรมระบบ16บิต
ที่ใช้เป็นเวอร์ชัน 2.1(เนื่องจากไม่สามารถหาเวอร์ชันสูงกว่านี้ได้)
-
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้
ได้ถูกตรวจสอบมาแล้วว่ามี ไบออดที่สามารถทำงานผ่านปีสองพันได้เป็นอย่างดี
-
โปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศที่ทดสอบเป็นโปรแกรมในเวอร์ชันภาษาไทย
เราจะเริ่มทดสอบที่โปรแกรม
Microsoft Word โดยวิธีดูความถูกต้องของการเรียงลำดับข้อมูลวันที่ในตาราง
ซึ่งได้บันทึกข้อมูลไว้สองรูปแบบคือ วันที่ที่มีปีเป็นแบบสองหลัก และวันที่ที่บันทึกข้อมูลปีเป็นแบบสี่หลัก
เวอร์ชันแรกที่ทดสอบคือ
เวอร์ชัน 6.0 Thai ผลปรากฏว่าการเรียบลำดับข้อมูลในตารางของข้อมูลปีแบบสองหลัก
โปรแกรม จะถือว่า ปีที่บันทึก ไว้นั้น อยู่ใน ปี 19xx ทั้งหมด ยกเว้นข้อมูลปีที่บันทึกเป็น
00 โปรแกรมจะถือว่าเป็นปี 2000 ดังนั้นโปรแกรมจะเรียงข้อมูลนี้ไว้ที่แถวสุดท้าย
ในขณะที่การบันทึกข้อมูลแบบสี่หลัก
โปรแกรมสามารถรับรู้ความหมายของจำนวนปีได้แค่ปี ค.ศ.2036 ส่วน เวลาที่ถัด
จาก ปีดังกล่าว จะเรียง ข้อมูล ผิดพลาด โดยนำข้อมูลไปไว้แถวบนๆแทน
ดังแสดงในรูป

รูปที่
2 แสดงผลการทดสอบการเรียงลำดับวันที่ในโปรแกรม Microsoft Word6.0Thai
สำหรับเวอร์ชันถัดมาคือ
Microsoft Word95Thai นั้นพบว่าผลการทดสอบเหมือนกับเวอร์ชัน 6.0 ทุกประการ
ดังแสดงในรูปถัดไปนี้

รูปที่
3 แสดงผลการทดสอบการเรียงลำดับวันที่ในโปรแกรม Microsoft Word95Thai
สำหรับเวอร์ชันสุดท้ายคือ
Microsoft Word97Thai ผลการทดสอบพบว่าการเรียบลำดับข้อมูลในตารางของข้อมูลปีแบบสองหลัก
โปรแกรม จะถือข้อมูล ตั้งแต่ 00 ถึง 29 เป็นปีใน 20xx ถ้าเลขปีแบบสองหลักมากกว่า
29 คือ 30 ถึง 99 โปรแกรมจะถือว่าข้อมูลนั้นอยู่ในปี 19xx
ส่วนข้อมูลวันที่ที่ถูกบันทึกปีแบบสี่หลัก
การทำงานจะเหมือนโปรแกรมในเวอร์ชัน6.0และ95คือโปรแกรมสามารถรับรู้ความหมายของจำนวนปีได้แค่ปี
ค.ศ.2036 ส่วนเวลา ที่ถัดจากปีดังกล่าวจะเรียงข้อมูลผิดพลาดโดยนำข้อมูลไปไว้แถวบนๆแทน
ดังแสดงในรูป

รูปที่
4 แสดงผลการทดสอบการเรียงลำดับวันที่ในโปรแกรม Microsoft Word97Thai
โปรแกรมต่อมาที่จะทำการทดสอบคือ
MS-Excel โดยวิธีทดสอบนั้นจะดูจากผลการบันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆทั้งแบบปีสองหลักและสี่หลัก
แล้ว พิจารณา ดูว่า โปรแกรมจะแปลงข้อมูลดังกล่าวในรูปแบบยาว และวันที่แบบภาษาไทย
ออกมาอย่างไร การทดสอบมีผลดังนี้
เวอร์ชันแรกคือ
Excel5.0Thai พบว่าในการบันทึกข้อมูลแบบปี ค.ศ.สองหลัก โปรแกรมจะบันทึกข้อมูลปี
00 ถึงปี 19 เป็นปีใน 20xx ถ้ามากกว่า 19 คือ 20 ถึง 99 โปรแกรม จะบันทึกข้อมูลเป็นปีใน
19xx
ถ้าบันทึกข้อมูลปีแบบสี่หลักโปรแกรมจะสามารถรับรู้ถึงปี
ค.ศ.2078 ถ้าบันทึกข้อมูลมากกว่าปีดังกล่าว ข้อมูล จะถูก บันทึก เป็นตัวอักษร
นำ มาใช้ เป็น ข้อมูล สำหรับ คำนวณไม่ได้

รูปที่
5 แสดงผลการทดสอบการบันทึกข้อมูลวันที่ในโปรแกรม Microsoft Excel5.0Thai
สำหรับ Excel95นั้นพบว่าผลการทดสอบเหมือนกับ
Excel5.0 ทุกประการ ดังแสดงในรูปถัดไปนี้

รูปที่
6 แสดงผลการทดสอบการบันทึกข้อมูลวันที่ในโปรแกรม Microsoft Excel95Thai
เวอร์ชันสุดท้ายสำหรับ
Excel คือ เวอร์ชัน97 ผลการทดสอบปรากฏว่าการบันทึกข้อมูลปี ค.ศ.สองหลัก
โปรแกรมจะบันทึกข้อมูลปี 00 ถึงปี 29 เป็นปีใน 20xx ถ้ามากกว่า 29
คือ 30 ถึง 99 โปรแกรมจะบันทึกข้อมูลเป็นปีใน 19xx
ถ้าบันทึกข้อมูลปีแบบสี่หลักโปรแกรมจะสามารถรับรู้ถึงปี
ค.ศ.9999 ถ้าบันทึกข้อมูลมากกว่าปีดังกล่าว ข้อมูล จะถูก บันทึก เป็น
ตัวอักษร นำมาใช้ เป็นข้อมูล สำหรับการคำนวณไม่ได้

รูปที่
7 แสดงผลการทดสอบการบันทึกข้อมูลวันที่ในโปรแกรม Microsoft Excel97Thai
โปรแกรม MS-Access
ใช้วิธีทดสอบแบบเดียวกับ MS-Excel คือดูผลการบันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ
แล้ว ดูว่าโปรแกรม จะแปลงข้อมูล วันที่ดังกล่าว ในรูปแบบยาว และ แบบวันที่ภาษาไทย
เป็นอย่างไร
ใน Access 2.0Thai
พบว่าโปรแกรมจะบันทึกข้อมูลปีแบบสองหลักอยู่ในปี ค.ศ. 19xx ทั้งหมด
ส่วนการ บันทึก ข้อมูลปีแบบ สี่หลัก โปรแกรม จะสามารถ รับรู้ปีได้ถูกต้อง
ถึงปี ค.ศ.2266 ถ้าบันทึกข้อมูลมากกว่าปีนี้ โปรแกรมจะบันทึกข้อมูลที่ใส่เป็นปี
พ.ศ.แทน เช่น บันทึกว่า 1/1/2267 โปรแกรม จะเก็บข้อมูล นี้เป็น วันที่
1 มกราคม พ.ศ.2267 หรือปี ค.ศ.1724 เป็นต้น

รูปที่
8 แสดงผลการทดสอบการบันทึกข้อมูลวันที่ในโปรแกรม Microsoft Access2.0Thai
ส่วน Access95
จะรับรู้การบันทึกปีแบบสองหลักตั้งแต่ 00 ถึง 29 เป็นปีใน 20xx ส่วนข้อมูลปี
30 ถึง 99 จะถือเป็นปีใน 19xx สำหรับ ข้อมูลสี่หลัก สามารถ บันทึก
ได้ถึงปี ค.ศ. 9456 ถ้าค่าของปีมากกว่านี้การแสดงวันที่ปีแบบ พ.ศ.
จะผิดพลาด

รูปที่
9 แสดงผลการทดสอบการบันทึกข้อมูลวันที่ในโปรแกรม Microsoft Access95Thai
สำหรับ Access97
จะรับรู้การบันทึกปีแบบสองหลักตั้งแต่ 00 ถึง 29 เป็นปีใน 20xx ส่วนข้อมูลปี
30 ถึง 99 จะถือเป็นปีใน 19xx ลักษณะเดียวกับใน Access 95
ส่วนการบันทึกข้อมูลปีแบบสี่หลักโปรแกรมจะสามารถรับรู้ปีได้ถูกต้องถึงปี
ค.ศ.2266 ถ้าบันทึกข้อมูลมากกว่าปีนี้ โปรแกรมจะบันทึกข้อมูลที่ใส่เป็นปี
พ.ศ. แทน เช่น บันทึกว่า 1/1/2267 โปรแกรมจะเก็บข้อมูลนี้เป็น วันที่
1 มกราคม พ.ศ.2267 หรือปี ค.ศ.1724 เหมือนใน Access 2.0 ดังแสดงในรูป

รูปที่
10 แสดงผลการทดสอบการบันทึกข้อมูลวันที่ในโปรแกรม Microsoft Access97Thai
สำหรับโปรแกรม
Power Point มีคำสั่งการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการใช้วันที่ไม่มาก
เช่นการแทรกวันที่อัตโนมัติซึ่งจากการทดสอบพบว่าไม่มีปัญหาใดๆ
ผลการ ทดสอบทั้งหมดได้สรุปไว้ในตารางถัดไปนี้
โปรแกรม |
ข้อมูลปี
ค.ศ. 2 หลัก |
ข้อมูลปี
ค.ศ. 4 หลัก |
การใช้งานที่รองรับได้ |
| Word6(Thai)
และWord95(Thai) |
ใช้ได้ถึงแค่ปี
ค.ศ. 2000 ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสองหลักที่มีค่ามากกว่า 00 โปรแกรมจะถือเป็นปีใน
19xx |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2036 ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสี่หลักที่ค่ามากกว่า 2036 จะไม่สามารถจัดเรียงข้อมูลได้อย่างถูกต้อง |
การใช้ปีสองหลักยังใช้ได้อีก
2ปีนับจากปัจจุบัน ถ้าใช้เลขปีสี่หลักจะใช้ได้อีก 38ปี |
| Word97(Thai) |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2029 ถ้าใส่ข้อมูลแบบสองหลักที่ค่ามากกว่า 29 โปรแกรมจะถือเป็นปีใน
19xx |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2036 ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสี่หลักที่ค่ามากกว่า 2036 จะไม่สามารถจัดเรียงข้อมูลได้อย่างถูกต้อง |
การใช้ปีสองหลักยังใช้ได้อีก
31ปีนับจากปัจจุบัน ถ้าใช้เลขปีสี่หลักจะใช้ได้อีก 38ปี |
| Excel5(Thai)และ
Excel95(Thai) |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2019 แต่ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสองหลักที่ค่ามากกว่า 19 โปรแกรมจะถือเป็นปีใน19xx |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2078 ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสี่หลักที่ค่ามากกว่า 2078 โปรแกรมจะแสดงค่าเป็น
Text ไม่สามารถนำมาใช้ในการคำนวณได้ |
การใช้ปีสองหลักยังใช้ได้อีก
21ปี ถ้าใช้เลขปีสี่หลักจะใช้ได้อีก 80ปี |
| Excel97(Thai) |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2029 แต่ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสองหลักที่ค่ามากกว่า 29 โปรแกรมจะถือเป็นปีใน
19xx |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 9999 แต่ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสี่หลักที่ค่ามากกว่า 9999
โปรแกรมจะแสดงค่าเป็น Text ไม่สามารถนำมาใช้ในการคำนวณเป็นเวลาได้ |
การใช้ปีสองหลักยังใช่ได้อีก
31ปี ถ้าใช้เลขปีสี่หลักจะใช้ได้อีก 8,001ปี |
| Access2(Thai) |
ไม่สามารถรับรู้ปีใน
20xx ได้ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสองหลักทั้งหมดโปรแกรมจะถือเป็นปีใน 19xx |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2266 แต่ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสี่หลักที่ค่ามากกว่า 2266
โปรแกรมจะบันทึกค่าของปีนั้นๆเป็นปี พ.ศ. |
การใส่ปีสองหลักใช้ได้อีกแค่ปีเดียวคือถึงปี
ค.ศ.1999 ถ้าใช้เลขปีสี่หลักจะใช้ได้อีก 268ปี |
| Access95(Thai) |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2029 ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสองหลักที่มากกว่า 29 จะนับเป็นปีใน
19xx |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 9456 แต่ถ้าใช้ข้อ ถ้าปีมากกว่านี้การแสดงวันที่แบบ ปี พ.ศ.จะเกิดความผิดพลาด |
การใช้ปีสองหลักยังใช่ได้อีก
31ปี ถ้าใช้เลขปีสี่หลักจะใช้ได้อีก 7,458ปี |
| Access97(Thai) |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2029 ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสองหลักที่มากกว่า 29 จะนับเป็นปี
19xx |
ใช้ได้ถึงปี
ค.ศ. 2266 แต่ถ้าใส่ข้อมูลปี ค.ศ.แบบสี่หลักที่ค่ามากกว่า 2266
โปรแกรมจะบันทึกค่าของปีนั้นๆเป็นปี พ.ศ. |
การใช้ปีสองหลักยังใช่ได้อีก
31ปี ถ้าใช้เลขปีสี่หลักจะใช้ได้อีก 268ปี |
แนวทางแก้ไข
จากตารางที่แสดงไว้แล้วนี้
จะพบว่าโปรแกรมที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงคือ MS-Access 2.0 เนื่องจาก
โปรแกรมนี้ ไม่สามารถ ทำงาน ภายใต้ การเก็บข้อมูล ปีสองหลัก ใน ค.ศ.
20xx ได้ รวมทั้งโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมฐานข้อมูลซึ่งต้องทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลวันที่อยู่ตลอดเวลา
การแก้ไขระยะสั้น เราต้องเขียนโมดูขึ้นเอง เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลจากการบันทึกปีแบบสองหลักให้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ
วิธีเขียนโมดู สามารถ ดูตัวอย่าง จาก หนังสือชื่อ Y2K แก้ปัญหาปี
ค.ศ. 2000 ของอาจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ
สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวสำหรับทุกโปรแกรมนั้นมีวิธีเดียวเท่านั้นคือ
ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการและโครงสร้างการเก็บข้อมูล โดย ยกเลิก การใช้
ปีแบบสองหลัก ทั้งหมด รวมทั้งต้องแก้ไขการแสดงผลหน้าจอสำหรับรับข้อมูลจากผู้ใช้งานและรายงานต่างๆให้มีรูปแบบที่แสดงปีแบบสี่หลักทั้งหมด
วิธีการนี้ จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบว่าระบบได้บันทึกข้อมูลถูกต้องตามที่ควรจะเป็นหรือไม่
สรุป
แม้ว่าโปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศบางตัวสามารถรองรับการทำงานแบบบันทึกข้อมูลสองหลักหลังปีสองพันได้ก็ตาม
การ ที่เราหวังแต่พึ่ง ความ สามารถ ของ โปรแกรมเพียงอย่างเดียวนั้น
เป็นการซื้อเวลาออกไประยะหนึ่งเท่านั้น ในที่สุดแล้ว ปัญหาเรื่องนี้
ย่อมวก กลับมาหาเรา ในที่ สุดไม่ช้า ก็เร็ว ดังนั้น เพื่อ ให้การแก้ไขปัญหานั้นค่อนข้างสมบูรณ์
คำแนะนำก็คือ ควร เปลี่ยน รูปแบบ การเก็บข้อมูล วันที่ให้อยู่ในรูปของ
ปีสี่หลัก ย่อมเป็นวิธีการ ที่ดีที่สุด เปรียบ เสมือนคนที่มีร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์ปัญหาต่างๆที่มีย่อมน้อยคนที่มีร่างกายไม่สมประกอบนั่นเอง
ในความเห็นของผู้เขียนเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับการแก้ปัญหานี้ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา
แต่ เป็นวิธีการตรวจสอบ ที่จะสามารถ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ ผู้ใช้งาน
และ ผู้ดูแลระบบ ว่าการแก้ไขต่างๆที่ดำเนินการมาแล้วทั้งหมดจะทำให้ระบบทำงานได้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์
ผ่านวิกฤต ปีสองพัน ได้เป็นอย่าง แน่นอนนั่นเอง
ข้อมูลอ้างอิงและสำหรับการศึกษาเพิ่มเติม
-
Campbell,
Richard. The Reality of the Year 2000. Access Office VB Advisor.
June 1998. pp 6.
-
Haught, Dan.
Access, Excel, Word, Visual Basic-Year2000 Solutions. Access
Office VB Advisor. June 1998.pp28-42.
-
Walker, Sarah
Z. Year 2000 Reality Check. Access Office VB Advisor. July
1998.pp6.
-
www.microsoft.com/ithome/topics/year2k/
-
บริษัทเมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน).เอกสารประกอบการสัมมนาเรื่องMicrosoft
Year2000เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2541. กรุงเทพฯ: บริษัทเมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน),2541.
-
ยืน ภู่วรวรรณ.
Y2K แก้ปัญหาปี ค.ศ.2000. กรุงเทพฯ:ซีเอ็ดยูเคชั่น,2541.
ข้อมูลและรูปภาพภายในเว็บไซค์นี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำเท่านั้นห้ามผู้ใดทำสำเนาหรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
This page Start on 9 / 9 /1999
Copyright @ 1999 winyou All rights reserved.

|