เกชา
ธีระโกเมน
21 กันยายน 2542
คอนโดมิเนียมคือทางเลือกหนึ่งของการอยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ อาคารประเภทนี้ที่มีอยู่ มักจะพบปัญหาที่ตั้งเครื่องปรับอากาศ ห้องครัว ห้องน้ำ และที่ตากผ้า รวมทั้งความปลอดภัย และค่าบริการส่วนกลาง

1. การจัดพื้นที่เป็นสัดส่วน สำหรับห้องที่มีขนาดไม่เกิน
50 ตร.ม. มักจะไม่สามารถแบ่งการใช้งานที่เป็นสัดส่วนได้และดูเหมือนการนอน การพักผ่อน
การกิน จะเป็นกิจกรรมที่ปะปนกันอยู่ตลอดเวลา

กิจกรรมหลักมี 3 กิจกรรมคือ
1.1. การนอน
1.2. การใช้ห้องน้ำ
1.3. พักผ่อน ทานอาหาร ซักล้าง
คุณภาพที่ดีจะเกิดขึ้นได้ กิจกรรมทั้ง 3 กิจกรรมนี้ จะต้องจัดให้เป็นสัดส่วน ตำแหน่งของช่องท่อสุขาภิบาลหลัก ควร เปิดซ่อม ได้จาก ภายนอก ห้อง แยก ท่อของ ส่วนซักล้าง และท่อน้ำฝนออกจากกัน
2. แสงธรรมชาติ การจัดให้ทุกพื้นที่ได้รับแสงธรรมชาติ
ช่วยสร้างให้เกิดบรรยากาศที่น่าสบาย
และลดการปิด-เปิดไฟ ที่
น่ารำคาญ และไม่ประหยัด
แสงธรรมชาติ
ควรจะมาจากส่วนบนของห้อง
จะทำ ให้การกระจายแสงดี
และแสงไม่จ้า ดังนั้น
สีของเพดานควรจะเป็นสีออกสว่าง
ส่วนสีผนัง
หากใช้สีสว่างเกินไปจะจ้า
จึงควรคล้ำลงบ้าง

3.
การระบายอากาศ เปิดช่องระบายอากาศที่ด้านล่างและด้านบน
ดีกว่าการเปิดหน้าต่างในระดับสายตา
และลดปัญหามุ้งลวดเหล็กดัด
และการที่ต้องปิดหน้าต่างก่อนออกจากบ้าน
ห้องน้ำสามารถระบายอากาศตามธรรมชาติได้
ส่วนประตูห้องน้ำให้เป็นบานทึบ
เพื่อป้องกันเสียง
และความชื้น
อย่าใช้ช่องท่อสุขาภิบาลเป็นปล่องระบายอากาศ
เพราะจะกลายเป็นปล่องไฟเมื่อเกิดอัคคีภัย
และเป็นทางของหนู
แมลงสาป

4.
การป้องกันเสียง เสียงรบกวนมักจะมาจาก
3 แหล่ง คือ
1. เสียงห้องน้ำ
2. เสียงจากข้างห้อง
3.
เสียงเครื่องปรับอากาศ
ดังนั้น
จึงควรป้องกันเสียง
ดังนี้
ให้ตำแหน่งห้องน้ำตรงกันทุกชั้น
และอย่าให้ห้องน้ำชั้นบน
อยู่เหนือห้องนอนชั้นล่าง
ประตูห้องน้ำ ใช้ประตูทึบ
ประตูห้องใช้ประตูทึบ
ผนังกั้นระหว่างห้อง
ใช้ผนัง 2 ชั้น
โดยให้มีช่องว่างอากาศอยู่ตรงกลาง
ตำแหน่งที่ตั้งเครื่องปรับอากาศ
ให้มีผนังทึบกั้นเสียง

1.
ใช้แสงธรรมชาติ นอกจากการออกแบบให้ใช้แสงธรรมชาติในห้องแล้วทางเดิน
และโถงบันได
ที่ใช้แสงธรรมชาติ
ทำให้ไม่ต้องเปิดไฟทิ้งไว้
2.
ใช้การระบายอากาศตามธรรมชาติ
ลดการใช้การปรับอากาศในพื้นที่ส่วนกลาง
ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลางให้เหลือเท่าที่จำเป็น
การออกแบบให้ห้องออกกำลังกาย
ห้องอาหาร
มีลักษณะเป็นสวนลอยฟ้าทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้การปรับอากาศ
3.
ใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น
ห้องที่ต้องการปรับอากาศ
ส่วนใหญ่คือห้องนอน
ดังนั้นจึงควรแยกการใช้การปรับอากาศ
ในส่วนอื่นๆ
และให้ปิดเครื่องได้
4.
ไม่ใช้เครื่องอบผ้าไฟฟ้า
เครื่องอบผ้าไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่กินไฟมาก
จึงควรออกแบบให้มีที่ตากผ้า
ที่เรียบร้อย
ความร้อนจากเครื่องปรับอากาศ
สามารถช่วยให้ผ้าแห้งได้

5.
ไม่ใช้เครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า
เครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่กินไฟมาก
เครื่องปรับอากาศที่มีชุดทำน้ำอุ่นก็พอใช้ได้
1. อาคารที่ปลอดภัย อาคารที่ปลอดภัย คืออาคารที่มีคุณสมบัติในการ ป้องกันไฟลาม สามารถระบายควันไฟ และมีทาง หนีไฟที่ปลอดภัย และเห็นได้ชัดเจน
OPEN COURT อาคารในลักษณะนี้ มีการระบายอากาศที่ดี จึงปลอดภัยกว่าอาคารปิดทึบ บันไดระหว่างชั้น ในกรณีนี้ ไม่ต้องปิดล้อมกันไฟ ทำให้ได้บันไดโปร่ง และง่ายต่อการรักษาความ ปลอดภัย
OPEN CUT ATRIUM สำหรับอาคารสูง และมี Atrium อยู่ภายใน และ เป็นอันตรายได้ เมื่อเกิดอัคคีภัย แก้ไขการออกแบบ ให้ปลอดภัยได้ด้วยการ เปิดข้างอาคารตลอดความ สูง เพื่อให้เป็นช่องระบายอากาศ และแก้ลักษณะ การมีสภาพเป็นปล่องไฟของ Atrium
2. ถังแก็ส
แก็สเป็นสารไวไฟที่อันตราย
ในคอนโดมิเนียมที่ห้องชุดมีขนาดเล็ก
จึงไม่ควรให้ใช้แก็สในการเตรียมอาหาร
สำหรับคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ขึ้น
และต้องใช้แก็สในการเตรียมอาหาร
ควรจัดที่ตั้งถังแก็สไว้นอกครัว
และมีวาล์วปิดอัตโนมัติเมื่อแก็สรั่ว
3. ขยะ ขนขยะด้วยลิฟต์ไม่ใช้ปล่องทิ้งขยะซึ่งมักจะเป็นที่เกิดไฟไหม้และลามไปทุกชั้น
4. ระบบป้องกันอัคคีภัย จัดให้มีระบบที่สำคัญดังต่อไปนี้
1. เครื่องดับเพลิง
2. ระบบสายส่งน้ำดับเพลิง
3. สัญญาณแจ้งเหตุ
4. ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน
5. แผนผังประจำชั้น และป้ายทางออก