เกชา
ธีระโกเมน
28 กันยายน 2542
บ้านสำหรับชนชั้นกลางทั่วไป ที่สร้างบนที่ดินขนาด 50-150 ตร.วา มักจะเป็นบ้านจัดสรรที่ไม่มีคุณภาพ ขาดองค์ประกอบของบ้านที่สำคัญ เช่น ครัว ห้องเก็บของ โรงรถ ที่สำคัญคือร้อนและอยู่ไม่สบาย บ้านควรจะสร้างเพื่อความสุขตามอัตภาพของผู้อยู่อาศัย และความเป็นมนุษย์คือการได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ได้สัมผัสธรรมชาติ และได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี

การจัดพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนสามารถลดปัญหาขัดแย้งภายในบ้านได้เช่น การดูโทรทัศน์ การฟังเพลง การทำการบ้าน การนอน การทำครัว การทานอาหาร การสังสรร หรือประหยัดพลังงานเมื่อใช้เครื่องปรับอากาศ หรือป้องกันเสียงและกลิ่นรบกวน หรือป้องกันยุง พื้นที่ ที่ควรแยกเป็นสัดส่วนได้แก่

ห้องนั่งเล่น


ห้องครัว และห้องอาหาร
การจัดให้ทุกพื้นที่ได้รับแสงธรรมชาติช่วยสร้างให้เกิดบรรยากาศที่น่าสบาย
และลดการปิด-เปิดไฟ
ที่น่ารำคาญ
และไม่ประหยัด
แสงธรรมชาติควรจะมาจากส่วนบนของห้องจะทำให้การกระจายแสงดี
และแสงไม่จ้า ดังนั้น
สีของเพดานจึงควรจะเป็นสีออกสว่างส่วนสีผนัง
หากใช้สีสว่างเกินไปจะจ้า
จึงควรคล้ำลงบ้าง
อีกตัวอย่างของการออกแบบเพดานเพื่อช่วยการกระจายแสง
ตัวอย่างของการเปิดช่องแสงด้านบน
การระบายอากาศ และการใช้แสงธรรมชาติในห้องน้ำ
ตัวอย่างของการใช้แสงธรรมชาติในห้องนั่งเล่นที่ได้ความสว่างสม่ำเสมอทั้งห้อง
3. การระบายอากาศห้องที่ควรจะใช้หลักการระบายอากาศตามธรรมชาติ ได้แก่
สำหรับห้องทานอาหาร หากใช้เครื่องปรับอากาศจะทำให้อาหารเย็นชืด และห้องจะมีกลิ่นเหม็น ส่วนห้องพักผ่อนหากใช้เครื่องปรับอากาศมักจะทำให้ห้องอับชื้น และมักจะเป็นห้องที่มีการเปิดประตูบ่อย บางคนอาจจะแพ้อากาศ ห้องที่เน้นการระบายอากาศ ควรจะสูง และใช้วัสดุที่ไม่สะสมความชื้น
การจัดให้ห้องน้ำติดทางเดินโล่งเพื่อการระบายอากาศ
การเปิดช่องระบายอากาศในระดับต่ำเพื่อเป็นทางลมเข้า

เยาวชนรุ่นใหม่
เกิดในโรงพยาบาลที่ใช้การปรับอากาศรถยนต์
อาคารสถานที่ต่างๆก็ใช้การปรับอากาศ
จึงเป็นเหตุให้บ้าน
โดยเฉพาะห้องนอน
ซึ่งเป็นห้องที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด
ใช้เครื่องปรับอากาศกันเป็นส่วนใหญ่
ห้องนอน
จึงต้องออกแบบให้มีสภาพของห้องเย็น
คือมีฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี
จึงจะใช้เครื่องปรับอากาศเล็กนิดเดียว
แล้วจะได้ไม่เปลืองไฟ
ตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน
ต้องไม่รบกวน
และไม่นำความร้อนกลับเข้ามาส่วนของเครื่องเป่าลมเย็น
จะต้องไม่เป่าโดนตัวให้การกระจายลมดี
และทำความสะอาดได้ง่าย

ในปัจจุบันมักจะนิยมใช้เครื่องปรับอากาศสำหรับห้องนอน จึงต้องออกแบบให้ห้องนอนมีฉนวนป้องกันความร้อนและความชื้นเป็นอย่างดี เพื่อให้ขนาดของเครื่องปรับอากาศเล็ก และภาระการทำความเย็นในตอนกลางวัน และตอนกลางคืนใกล้เคียงกัน
เสียงรบกวน มักจะมาจาก
ดังนั้น จึงควรป้องกันเสียงดังนี้


ลักษณะการกั้นผนังภายในระหว่างห้องนอนเพื่อป้องกันเสียง
อย่าลืมเตรียมห้องเหล่านี้
ทางเดินสำหรับส่วนบริการ
ห้องขยะ
ห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด
1.
ใช้แสงธรรมชาติ
ออกแบบบ้าน
โดยไม่ต้องเปิดไฟเลยในตอนกลางวัน

2.
ใช้แสงไฟร่วมกัน
ออกแบบให้ไฟดวงเดียว
ใช้ประโยชน์ได้ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
พื้นที่ส่วนกลาง
3.
ใช้การระบายอากาศธรรมชาติ
ทำให้ส่วนใหญ่ไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ
ห้องนอนชั้นบนที่มีฉนวนกั้นความร้อนไม่ต้องใช้ฝ้าเพดานอีก
4.
ใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น
อาจจะเปิดเครื่องปรับอากาศเฉพาะห้องนอน
โดยเน้นการสร้างห้องนอนให้มีสภาพคล้ายตู้เย็น
เทคโนโลยีของฉนวนป้องกันความร้อนในปัจจุบันดีมาก
และจะต้องมีทั้งฉนวนป้องกันความชื้นกับฉนวนป้องกันความร้อน
หากหลังคามีระบบฉนวนที่ดีแล้ว
ก็ไม่จำเป็นต้องมีฝ้าเพดานอีก
5.
ไม่ใช้หม้อน้ำร้อนไฟฟ้า
เครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่กินไฟมาก
เครื่องระบายความร้อนที่มีชุดทำน้ำอุ่นก็พอใช้ได้
หรือจะใช้เครื่องทำความร้อนด้วยแสงอาทิตย์ก็ได้
แต่ถ้าใช้น้ำบาดาลก็ควรจะมีเครื่องทำน้ำอ่อนด้วย
6. ใช้การตากผ้า
และไม่ใช้ตู้อบผ้า
จัดหาที่ตากผ้าไว้
และอย่าแก้ปัญหาด้วยตู้อบผ้าไฟฟ้า
ประเทศไทยมีแดดเหลือเฟือ
แดดรำไรก็ยังใช้ได้ ถ้าระบายอากาศได้ดี
1. ถังน้ำ
วางถังน้ำลอยบนพื้น
ดีกว่าฝังดินเพราะมักจะรั่วแล้วไม่รู้
และปั๊มน้ำจะทำงานได้ดีกว่า
เนื่องจากระดับที่สูงกว่าตัวปั๊ม
การวางถังน้ำบนพื้น
2.
การระบายน้ำ
ระดับบ้านควรจะสูงกว่าระดับถนนประมาณอย่างน้อย
1 เมตร
จะทำให้การระบายน้ำสะดวก
ทั้งสวน ห้องน้ำซักล้าง

3. ช่องท่อ
เอาไว้ติดนอกบ้าน
หรือไว้ในที่
ที่ซ่อมได้

4.
ถังบำบัดน้ำเสีย
ใช้ถังบำบัดสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน และใช้ถังดักไขมันจากครัว
5. รางน้ำฝน
ใช้รางน้ำฝนเฉพาะเมื่อต้องการป้องกันน้ำฝนจากชายคา
และรางน้ำฝนจะต้องสามารถทำความสะอาดได้

1.
เว้นระยะจากพื้นที่ข้างเคียง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
พื้นที่ข้างเคียงที่มีความเสี่ยง
ควรจะใช้ผนังด้านนั้นเป็นผนังค่อนข้างทึบ
หรือใช้รั้วทึบ

2.ไม่ให้บ้านดูลึกลับ
เพราะบ้านลึกลับ
คนร้ายมักจะชอบเพราะทำอะไรแล้ว
คนภายนอกไม่เห็น

3. ถังแก็ส
ควรเอาถังแก็สไว้นอกบ้าน
และมีวาล์วปิดอัตโนมัติเมื่อแก็สรั่ว

นอกจากแนวความคิดดังกล่าวมาแล้วข้างต้น
แนวความคิดของบ้านในฝัน
พอจะสรุปได้เป็น 3
ลักษณะคือ
1. บ้านแบบ PASSIVE
ที่เน้นการอาศัยธรรมชาติ
2. บ้านแบบ ACTIVE
ที่อาศัยเทคโนโลยี
และการปรับอากาศ
3. บ้านแบบ HYBRID
ที่เป็นแบบผสมผสาน
การกำหนดว่าลักษณะบ้านควรจะเป็นแบบใด
คงจะต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
และพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้น
ส่วนรูปร่างของบ้านนั้นจะเป็นอย่างไรก็ได้ขึ้นกับความพอใจ
บ้านประหยัดพลังงานอาจจะมีรูปร่างแบบไฮเทค
หรือแบบทรงไทยก็ได้
ประเทศไทยเป็นประเทศร้อนชื้นและปัญหาที่พบมากที่สุดก็คือปัญหาที่เกิดจากความชื้น
เนื่องจาก การใช้ระบบการก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูนที่ไม่สามารถป้องกันความชื้นรวมถึงการใช้ผ้าม่าน
เฟอร์นิเจอร์ ฝ้าเพดาน
พรม ที่อมความชื้น
ความชื้นเป็นภาระของเครื่องปรับอากาศ
และทำให้เกิดกลิ่นอับ
เชื้อรา
ห้องที่มีวัสดุที่อมความชื้น
หลังจากปิดเครื่องปรับอากาศและวัสดุเย็น
ความชื้นจะเข้ามาสะสมในวัสดุมากกว่าปกติ
และเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ
ก็ต้องใช้เวลาที่จะรีดน้ำออกจากวัสดุ
การใช้วัสดุ
จึงควรระมัดระวัง
วัสดุพื้นชั้นล่าง หากใช้กระเบื้อง
จะช่วยสะสมความเย็นและการนำความเย็นจากดิน
เช็ดทำความสะอาดได้
แต่ไม่ดูดซับเสียง
พื้นชั้นบน
หากปูด้วยไม้ปาร์เก้ที่เคลือบด้วยยูรีเทนจะดูนุ่มนวลกว่ากระเบื้อง
และก็จะไม่ดูดซับความชื้น
และมีค่าเป็นฉนวนส่วนหนึ่ง
ซึ่งเหมาะกับการที่เปิดเครื่องปรับอากาศเฉพาะชั้นบนในตอนกลางคืน
หากจะใช้พรม ก็ควรใช้เพียงบางส่วน
และไม่ควรใช้พรมที่มีอันเดอร์เลย์หนามาก
เพราะจะอมความชื้นได้มาก
ผ้าม่านหนาๆ
ก็ควรจะหลีกเลี่ยง
ไปใช้ประเภทบังตาหรือผ้าม่านบางธรรมดาชั้นเดียว
ตัวอย่างของห้องแบบ
PASSIVE
การระบายอากาศในปริมาณ
8-15 ปริมาตรห้อง/ชม.
เพียงพอแล้ว
หากมากไปจะนำความเย็นจากพื้นไปด้วย

ตัวอย่างของห้องแบบ
ACTIVE

ตัวอย่างของห้องแบบ
HYBRID

หมายเหตุ
ต้นไม้โตเร็วจะให้ความเย็นมาก
ไม่ควรให้ลมผ่านบ่อน้ำ เพราะจะนำความชื้นเข้าบ้าน
ตัวอย่างของบ้านแบบ
HYBRID

หมายเหตุ
ต้นไม้โตเร็วจะให้ความเย็นมาก
ไม่ควรให้ลมผ่านบ่อน้ำ เพราะจะนำความชื้นเข้าบ้าน
ตัวอย่างของบ้านแบบ
ACTIVE
