โดย วิญญู วานิชศิริโรจน์
1 พฤศจิกายน 2542
ในระบบปรับอากาศที่ใช้ในปัจจุบัน เท่าที่รู้จักกันจะมีเพียงไม่กี่ชนิด วิธีการแบ่งชนิดของเครื่องปรับอากาศนั้น แบ่งได้ เป็นหลายแบบ ขึ้นอยู่กับ เกณฑ์ที่ตั้งขึ้น เช่นแบ่งตามวิธีการระบายความร้อน จะแยกเป็น ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ และ ระบบ ระบาย ความร้อน ด้วยน้ำ หรือ แบ่งประเภท ของระบบปรับอากาศที่เป็นการค้า จะมี 2 ประเภทใหญ่ๆคือ
แบบอัดไอนั้นเป็นระบบที่ใช้กันแพร่หลาย โดยสามารถแบ่งย่อย ได้อีกมากมาย ตามลักษณะกายภาพที่มองเห็นดังนี้คือ
1.1 Air Cooled Chiller System
1.2 Water Cooled Chiller System
1.3 Air Cooled Package System (Windows Type รวมอยู่ในประเภทนี้ด้วย)
1.4 Water Cooled Package System
1.5 Split Type System
ส่วนแบบดูดซึมจะมีลักษณะทางกายภาพที่ไม่แตกต่างกันมากนัก นอกจากนั้นเรายังสามารถแบ่งระบบปรับอากาศ ตามวิธีควบคุมระบบ โดยแบ่งได้เป็น 6 ประเภทคือ
สำหรับบทความนี้จะเป็นการนำเสนอ ระบบปรับอากาศ แบบใหม่ ที่ได้เริ่มมีการนำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย คือระบบปรับอากาศระบบแบบ VRV โดยจะนำเสนอรายละเอียดของเรื่องนี้ต่อไป
VRV ย่อมาจาก Variable Refrigerant Volume หรือ
ระบบปรับอากาศที่ใช้น้ำยาปรับอากาศเป็นสื่อความเย็น โดยมีความสามารถปรับปริมาณน้ำยาทำความเย็นที่ส่งออกจากตัวคอมเพรสเซอร์เข้าสู่
Fan Coil เปลี่ยนแปลงตามความต้องการ ระบบนี้ใช้พลังงานน้อยกว่าระบบ CRV ที่ปริมาณน้ำยาทำความเย็นที่ส่งออกจากคอมเพรสเซอร์จะมีปริมาณคงที่ตลอดเวลา
การที่ระบบ VRV สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณน้ำยาทำความเย็นส่งผลให้สามารถควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่ปรับอากาศได้ดีกว่าระบบเดิม
รูปที่ 1 แสดงคุณภาพของการควบคุมอุณหภูมิอากาศภายในพื้นที่ปรับอากาศของ
VRV มีความสม่ำเสมอกว่าระบบที่ใช้กันอยู่เดิม
ระบบนี้ได้รับการพัฒนาในต่างประเทศมานานมากกว่าสิบปี หนึ่งในผู้ทำการพัฒนาระบบคือ
บริษัทไดกิ้นแห่งประเทศญี่ปุ่น โดยมี บริษัท สยามไดกิ้นเซลล์ จำกัด เป็นผู้นำระบบนี้เข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทย
ระบบปรับอากาศ VRV ที่บริษัท ไดกิ้น นำเข้ามานั้น นอกเหนือจากความสามารถในการปรับเปลี่ยนปริมาณน้ำยาทำความเย็นในระบบที่เป็นคุณสมบัติหลักของเครื่องปรับอากาศแบบ
VRV แล้ว ระบบที่นำเข้ามายังมีคุณสมบัติอื่นๆที่น่าสนใจดังนี้
ปรับเปลี่ยนระดับการทำงานของคอมเพรสเซอร์
ระบบ VRV ซึ่งเป็น ระบบหลักของเครื่องระบบนี้ ทำงานผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า
Inverter ทำให้ คอมเพรสเซอร์ ของระบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นขั้นๆตามภาระการทำความเย็นที่ต้องการ
โดยที่ในรุ่นเล็ก ซึ่งมีขนาด 6 แรงม้า(ประมาณ 5 ตันความเย็น) สามารถควบคุมการทำงานขึ้นลงได้
13 ขั้น ส่วนในรุ่นใหญ่ขนาด 10 แรงม้า (ประมาณ 9 ตันความเย็น) สามารถควบคุมรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ได้
21 ขั้น

รูปที่ 2 กราฟแสดงการทำงานของ คอมเพรสเซอร์ ใน VRV ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นขั้นๆ
ตามสภาพการใช้งานที่ไม่คงที่
อุปกรณ์ท่อแบ่งจ่ายน้ำยา (REFNET Pipe System)
เป็นอุปกรณ์เสริมที่ทำให้ สามารถเดินท่อน้ำยาแบบหรือแยกท่อ เหมือนการเดินระบบท่อน้ำปะปา
ทำให้การติดตั้งท่อน้ำยาปรับอากาศ สะดวก,ประหยัด และยืดหยุ่น กว่าการเดินท่อน้ำยาในระบบเดิม
ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้รวมกับคุณสมบัติในข้อแรก ทำให้ระบบนี้สามารถติดตั้ง FCU. หลายชุด
กับ CDU. เพียงตัวเดียวได้

รูปที่ 3 แสกงการต่อ CDU. 1 ตัวต่อกับ FCU. หลายตัว

รูปที่ 4 อุปกรณ์ ตัวแยกท่อน้ำยา ในระบบนี้

รูปที่ 5 แสดงการใช้อุปกรณ์ต่อท่อเชื่อมท่อน้ำยา จะสามารถลดจำนวน
และความยาวของทำน้ำยาลงไปได้มาก
นอกจากนั้น ผู้ผลิตรายนี้ยังได้เสนออุปกรณ์ FCU. หรือ Indoor Units หลายชนิดให้สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม
เช่น แบบฝังฝ้าเพดาน (Ceiling Mounted Cassette), แบบซ่อนในฝ้าเพดาน (Ceiling Mounted
Duct Type และ Ceiling Mounted Built-in Type), แบบแขวนใต้ฝ้า (Ceiling Suspended
Type), แบบติดผนัง (Wall Mounted Type), แบบตั้งพื้นภายนอก (Floor Stand Type),
แบบตั้งพื้นชนิดซ่อน (Concealed Floor Stand Type) เพื่อให้เกิดความหลากหลายในการใช้งาน

รูปที่ 6 แสดงรุ่นต่างๆของ Indoor Units หรือ FCU.
ระบบควบคุม
การควบคุมของระบบปรับอากาศชนิดนี้จะใช้ Super Wiring System ลักษณะจะเป็นสายสัญญาณที่ต่อกันเป็นอนุกรมจากเครื่อง
FCU.เข้าหากัน แล้วต่อเข้าเครื่อง CDU. การต่ออุปกรณ์ควบคุมสามารถต่อกับ CDU. เพียงจุดเดียว
จะสามรถควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมด (รายละเอียดเกี่ยวกับระบบควบคุมการทำงานมีข้อปลีกย่อยอีกมาก
สามารถศึกษาได้จากเอกสารของผู้ขาย)

รูปที่ 7 แสดงการเดินสายสัญญาณควบคุมแบบ Super Wiring
System โดยใช้การเดินสายควบคุมเข้าสู่กลางโดยต่อมาจาก CDU.
นอกจากนั้นยังมีระบบควบคุมการทำงานและแจ้งความผิดพลาดในการทำงานของเครื่อง ตั้งแต่การตรวจสอบความผิดพลาดในการต่อเชื่อมสายเคเบิล, ความผิดพลาดในการเดิมท่อน้ำยาปรับอากาศ, ระบบควบคุมและแสดงสภาวะการทำงาน,ระบบแสดงความผิดพลาดของการทำงานโดยแสดงเป็นรหัสซึ่งสามารถแจ้งให้ฝ่ายซ่อมบำรุงรับรู้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นคือจุดใด นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อระบบควบคุมนี้เข้ากับระบบบริหารอาคาร (BMS) ส่วนกลางได้อีกด้วย
การแก้ปัญหาเรื่องระบบน้ำมันหล่อลื่น
มีการพัฒนาและแก้ปัญหาเรื่องระบบน้ำมันล่อลื่นในคอมเพรสเซอร์ ทำให้สามารถวางท่อน้ำยาทำความเย็นได้ไกลกว่า
การวางท่อน้ำยาในระบบเดิมมาก

รูปที่ 8 ระยะห่างของระหว่าง CDU. (Outdoor Unit) กับ
FCU. (Indoor Unit) ในระบบแบบนี้มีระยะทางสูงสุดเท่ากับ 100 เมตร , ระดับแตกต่างระหว่าง
Outdoor Unit กับ Indoor Unit เท่ากับ 50เมตร, ระดับแตกต่างของ Indoor Unit แต่ละชุดในระบบเดียวกันเท่ากับ
15 เมตร
ตารางนี้แสดงการเปรียบเทียบระหว่างระบบปรับอากาศ VRV กับระบบต่างๆ ในมุมมองการใช้งานของสถาปนิก
|
ลักษณะ การเปรียบเทียบ |
ระบบ VRV |
ระบบ Split Type (ระบบ CRV) |
ระบบ Chillier System |
Air Cooled Package System |
Water Cooled Package System |
| อุปกรณ์ และการใช้พื้นที่ | ต้องมีพื้นที่วาง FCU.โดยสามารถกระจาย FCU.ไปเป็นจุดย่อยๆ
หรืออาจต่อเป็นท่อลมจากเครื่องก็ได้
ต้องมีพื้นที่วาง CDU. รวมเป็นจุดใหญ่จุดเดียว หรือแบ่งเป็น Zone |
ต้องมีพื้นที่วาง FCU.โดยสามารถกระจายไปเป็นจุดย่อยๆ
ต้องมีพื้นที่วาง CDU. ตำแหน่งควรอยู่ใกล้ AHU. ที่สุด |
ต้องมีพื้นที่วาง Water FCU. โดยสามารถกระจาย Fan
Coil ไปเป็นจุดย่อยๆ หรืออาจต่อเป็นท่อลมจากเครื่องก็ได้
ต้องมีพื้นที่วาง Chiller, Cooling Tower และ ปั้มน้ำ ส่วนกลาง |
ต้องมีพื้นที่วาง CDU+AHU.กระจายเป็นหน่วยย่อยมากๆไม่ได้ พื้นที่ตั้งเครื่องต้องสามรถระบายอากาศออกสู่ภายนอกได้ | ต้องมีพื้นที่วาง CDU+AHU. กระจายเป็นหน่วยย่อยมากๆไม่ได้
ต้องมีพื้นที่วาง Cooling Tower |
| การวางอุปกรณ์ แต่ละส่วน | ระยะห่างของ CDU. กับ FCU. สูงสุดได้ถึง 100 เมตร
ท่อน้ำยาปรับอากาศที่เดินเข้าไปในพื้นที่ มีขนาดเล็ก |
ระยะห่างของ CDU. กับ AHU. ได้ประมาณ 15 เมตร
ท่อน้ำยาปรับอากาศที่เดินเข้าไปในพื้นที่ มีขนาดเล็ก |
สามรถแยก Water FCU, Chiller และ Cooling Tower
แต่ละส่วนอยู่ห่างกันได้มาก
ท่อน้ำเย็นที่เดินเข้าไปในพื้นที่ มีขนาดใหญ่กว่าท่อน้ำยาปรับอากาศ |
CDU. และ AHU.อยู่ติดกัน
ไม่มีท่อน้ำยาปรับอากาศหรือท่อน้ำเย็น |
CDU. และ AHU.อยู่ติดกัน โดย Cooling Tower สามารถอยู่แยกห่างออกมาได้
มีท่อน้ำเย็นหลักเฉพาะจากเครื่องไปที่ Cooling Tower |
| ผลกระทบต่อรูปแบบสถาปัตยกรรมภายนอก | ถ้าใช้ในโครงการขนาดใหญ่ ผนังภายนอกบางส่วนต้องเปิดเป็นเกล็ดระบายอากาศ
ในอาคารขนาดเล็กและขนาดกลาง สามารถนำ CDU. มารวมไว้ในบริเวณเดียวกันได้ |
ต้องมีเกล็ดระบายอากาศทุกส่วนที่ติดตั้ง CDU. และกระจายไปทั่วอาคาร | การระบายอากาศมีเฉพาะที่ตั้งของ Cooling Tower | ต้องมีเกล็ดระบายอากาศที่ผนังทุกส่วนที่ติดตั้งอุปกรณ์ | การระบายอากาศมีเฉพาะบริเวณที่ตั้งของ Cooling Tower |
| การทำงานใน Past Load ของ อุปกรณ์ทำความเย็น | สามารถเดินระบบ Past Load ทำงานเป็นขั้นๆได้
แบ่งส่วนการใช้งาน โดยการกระจายเครื่องFCU. ไปในพื้นที่ที่ต้องการ เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีการเปิดปิดระบบปรับอากาศไม่พร้อมกัน และการควบคุมอุณหภูมิไม่เท่ากันในแต่ละส่วน |
ไม่สามารถทำงานเป็นขั้นได้ การควบคุมการทำงานของ
CDU. ทำงานโดย เปิดและปิด เท่านั้น
แบ่งส่วนการใช้งาน โดยการกระจายเครื่องFCU. ไปในพื้นที่ที่ต้องการ เหมาะสำหรับการใช้ที่มีการเปิดปิดระบบปรับอากาศไม่พร้อมกัน และการควบคุมอุณหภูมิไม่เท่ากันในแต่ละส่วน |
Chiller ในระบบ VWV เดิน Part load ได้ แต่ได้น้อยขั้น
Chiller ในระบบ CWV ทำงาน Past load ไม่ได้ Chiller ต้องเปิดหรือปิดอย่างเดียว เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีการเปิดปิดระบบปรับอากาศพร้อมกัน |
ไม่สามารถทำงานเป็นขั้นได้ การควบคุมการทำงานของ
CDU. ทำงานโดย เปิดและปิด เท่านั้น
เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีการเปิดปิดระบบปรับอากาศพร้อมกัน |
ไม่สามารถทำงานเป็นขั้นได้ การควบคุมการทำงานของ
CDU. ทำงานโดย เปิดและปิด เท่านั้น
เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีการเปิดปิดระบบปรับอากาศพร้อมกัน |
| วิธีกระจายลมในพื้นที่ปรับอากาศ | วาง FCU. ไว้ในพื้นที่ปรับอากาศ
ต่อท่อลมเข้าไปในพื้นที่ปรับอากาศ |
วาง FCU. ไว้ในพื้นที่ปรับอากาศ | วาง Water FCU. ไว้ในพื้นที่ปรับอากาศ
ต่อท่อลมเข้าไปในพื้นที่ปรับอากาศ |
ต่อท่อลมเข้าไปในพื้นที่ปรับอากาศ | ต่อท่อลมเข้าไปในพื้นที่ปรับอากาศ |
| การแบ่งช่วงการติดตั้งระบบ | สามารถแบ่งการติดตั้งระบบเป็นส่วนๆได้ ตามการเปิดใช้งานของอาคาร | สามารถแบ่งการติดตั้งระบบเป็นส่วนๆได้ ตามการเปิดใช้งานของอาคาร | ต้องติดตั้งระบบทั้งหมดในครั้งเดียว | สามารถแบ่งการติดตั้งระบบเป็นส่วนๆได้ ตามการเปิดใช้งานของอาคาร | ต้องติดตั้งระบบทั้งหมดในครั้งเดียว |
| การควบคุมอุณหภูมิในส่วนปรับอากาศ | ทำงานร่วมกันระหว่าง FCU.และ CDU. สามารถ ควบคุมอุณหภูมิในแต่พื้นที่
ตามตำแหน่งที่มี AHU. นั้นๆ
การทำงานของ CDU. เป็นแบบรอบไม่คงที่ |
ตัดการทำงานของ CDU. ถ้าอุณหภูมิถึงจุดที่ต้องการ
และจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปไม่น้อยกว่า 3 นาที
การทำงานของ CDU. เป็นแบบรอบคงที่ |
ต้องใช้ระบบ VAV เข้ามาช่วย ในการควบคุมปริมาณอากาศที่ไหลเข้าพื้นที่ใช้งาน | ตัดการทำงานของ CDU.ถ้าอุณหภูมิถึงจุดที่ต้องการ
และจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปไม่น้อยกว่า 3 นาที
การทำงานของ CDU. เป็นแบบรอบคงที่ |
ตัดการทำงานของ CDU.ถ้าอุณหภูมิถึงจุดที่ต้องการ
และจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปไม่น้อยกว่า 3 นาที
การทำงานของ CDU. เป็นแบบรอบคงที่ |
| การใช้งาน และบำรุงรักษา | ใช้ช่างเทคนิคที่มีความรู้ โดยเฉพาะ | ใช้ช่างทั่วๆไปในการซ่อมบำรุง | ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ ตรวจสอบ และดูแลทุกวัน | ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ | ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ |
กระแสไฟฟ้า
เนื่องจากตัวควบคุมระบบของเครื่อง VRV เป็นระบบอิเล็กโทนิค ทั้งหมด ถ้าคุณภาพของไฟฟ้าในบริเวณที่ติดตั้งเครื่องมีคุณภาพไม่ดี
เช่น มีโอกาสเกิด กระแสไฟฟ้าตก, กระแสไฟฟ้าเกิน, ไฟกระชาก บ่อยครั้ง จะทำให้อุปกรณ์อิเล็กโทรนิค
ภายในเครื่องเสียหายได้
ราคา
ราคาของระบบ VRV ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยขณะนี้ มีราคาสูงกว่าระบบอื่น เมื่อเทียบกับปริมาณตันทำความเย็นที่เท่ากัน
ช่างเพื่อการซ่อมบำรุง
เนื่องจากเป็นระบบปรับอากาศชนิดใหม่สำหรับประเทศไทย ช่างระบบปรับอากาศทั่วไปไม่สามารถซ่อมบำรุงระบบชนิดนี้ได้
ต้องใช้ช่างโดยเฉพาะของผู้ขายเท่านั้น โดยเฉพาะการติดตั้งงานในต่างจังหวัด ที่ไม่มีตัวแทนขาย
จะเป็นอุปสรรค์สำคัญในการติดตั้ง และบำรุงรักษา
อาคาร A.C.E. Daikin Complex
ชนิดของอาคาร: สำนักงาน, โชว์รูม,ห้องสัมมนาและฝึกอบรม โรงงานผลิตสินค้าไฮเทค,
ส่วนบริการซ่อมบำรุง, โกดัง เก็บสินค้า แบบ อัตโนมัติ
ที่ตั้ง: Ang Mo Kio Industrial Park

รูปที่ 9 อาคาร A.G.E. Daikin

รูปที่ 10 ตำแหน่งที่ตั้งของ CDU. บริเวณดาดฟ้าชั้น 2
ของอาคาร ได้มีการแบ่งกลุ่มของ CDU เป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะจ่ายน้ำยาปรับอากาศให้แก่
FCU. ของอาคารแต่ละชั้น
อาคาร Goldbell Tower
ชนิดของอาคาร: อาคารสำนักงาน สูง: 25 ชั้น ก่อสร้างเสร็จ: 2541
จำนวน เครื่องปรับอากาศภายนอก: 160 หน่วย
จำนวนเครื่องปรับอากาศภายใน: 505 หน่วย
ชนิดของเครื่องปรับอากาศภายใน: ติดผนัง และแบบฝังฝ้าเพดาน

รูปที่ 11 ด้านหน้าอาคาร Goldbell

รูปที่ 12 ผนัง ด้านข้างของอาคารส่วนหนึ่ง เป็นเกล็ดอลูมิเนียมระบายอากาศ
เป็นบริเวณที่ใช้ตั้งเครื่อง CDU. โดย กระจาย อยู่ใน ทุกชั้น ของอาคาร

รูปที่ 13 ห้องควบคุมงานระบบของอาคาร ด้านซ้ายมือ จะเห็น แผงวงจร ควบคุม ที่ต่อจาก
ระบบ ปรับอากาศ ของอาคาร แต่ละชั้น มารวมกันที่ห้องนี้ และ ระบบนี้ จะเชื่อม เข้า
เครื่องคอมพิวเตอร์กลาง เพื่อความสะดวก ในการควบคุมระบบ ทั้งหมด จากจุดเดียว
อาคาร ITE HQ
ชนิดของอาคาร: อาคารด้านการศึกษาด้านเทคนิค ระดับ ปวส. ปวช.
ที่ตั้ง: ฝั่งตะวันออกของเกาะสิงคโปร์ ปีที่ก่อสร้างเสร็จ: พ.ศ.2538
จำนวน เครื่องปรับอากาศภายนอก: 84 หน่วย จำนวนเครื่องปรับอากาศภายใน: 354 หน่วย
ชนิดของเครื่องปรับอากาศภายใน: แบบซ่อนในฝ้าเพดาน ติดผนัง และแบบฝังฝ้าเพดาน

รูปที่ 14 ด้านนอกของอาคาร ITE HQ

รูปที่ 15 ลักษณะ การวาง FCU. แบบ Ceiling Mounted Cassette Type ในห้องเรียน ซึ่งเป็นวิธีที่เป็นที่นิยมในประเทศสิงคโปร์
มากกว่า การเดินท่อลม เนื่องจากค่าแรงในการติดตั้งท่อลมมีราคาสูง ประกอบกับอุปกรณ์แบบ
Ceiling Mounted Cassette Type มีราคาไม่แพง

รูปที่ 16 ตำแหน่ง CDU. ของอาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้นสองของอาคาร
โรงแรม Oxford
ที่ตั้ง: ใจกลางเมืองสิงคโปร์ ชนิดของอาคาร: โรงแรมระดับ 3 ดาว จำนวนชั้นของอาคาร:
11 ชั้น จำนวนห้องพัก: 135 ห้อง
จำนวน เครื่องปรับอากาศภายนอก: 20 หน่วย จำนวนเครื่องปรับอากาศภายใน: 190 หน่วย
ชนิดของเครื่องปรับอากาศภายใน: ติดผนัง และแบบฝังฝ้าเพดาน

รูปที่ 17 ด้านหน้าของโรงแรม Oxford

รูปที่ 18 ตำแหน่ง CDU. ของโรงแรม อยู่บริเวณดาดฟ้าชั้นที่ 12 จะสังเกตุเห็นว่า
สามารถวางเครื่อง อยู่ใกล้กันมาก เนื่องจากเป็นระบบลมร้อนพัดขึ้นด้านบน
John Hancock Tower
ที่ตั้ง: ย่านธุรกิจ ใจกลางเมืองสิงคโปร์ จำนวนชั้นของอาคาร: 25 ชั้น ปีที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ:
2535
จำนวน เครื่องปรับอากาศภายนอก: 152 หน่วย จำนวนเครื่องปรับอากาศภายใน: 348 หน่วย
ชนิดของเครื่องปรับอากาศภายใน: แบบฝังฝ้าเพดาน

รูปที่ 19 ด้านหน้าของอาคาร

รูปที่ 20 รูปด้านข้างของอาคาร ที่มีการออกแบบผนังบางส่วนเป็นผนังเกล็ดอลูมิเนียมระบายอากาศ
ใช้เป็นที่ตั้ง CDU. สำหรับระบบปรับอากาศในแต่ละชั้น

รูปที่ 21 CDU. บางเครื่องตั้งอยู่บริเวณที่จอดรถยนต์

รูปที่ 22 ที่ตั้งของเครื่อง CDU. บริเวณมุมอาคาร อุปกรณ์วางอยู่บนพื้นตระแกรงเหล็ก
ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ เพื่อให้คนที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบปรับอากาศมากนัก
ว่าระบบปรับอากาศ VRV ที่เข้ามาทำตลาดในขณะนี้ คืออะไรนั้น พอจะกล่าวได้ว่า ระบบปรับอากาศชนิดนี้
คือระบบปรับอากาศแบบ Split Type ขนาดใหญ่นั้นเอง โดยได้คงส่วนดีของระบบ Split Type
เดิมไว้ แล้วเพิ่มความสามรถใหม่ๆเข้าไปในระบบอีกหลายอย่าง เพื่อให้ระบบนี้สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้งานสะดวก และ ยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าระบบ Sprite Type เดิม
ตัวอย่างของ การพัฒนาที่เกิดขึ้น เช่น การพัฒนาให้สามารถเดินท่อน้ำยาปรับอากาศได้ไกลมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า,
ความสามารถในการ Share Load ของ CDU. หนึ่งตัวกับ FCU. ได้หลายตัว, การเพิ่มระบบควบคุม
CDU.ให้คอมเพรสเซอร์สามารถทำงานเป็นขั้นได้ ส่งผลให้ ประหยัดพลังงาน และ สามรถควบคุมอุณหภูมิภายในห้องปรับอากาศได้ดียิ่งขึ้น,
การเพิ่มระบบควบคุมแบบ ดิจิตอล เข้าไปเป็น อุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและง่ายต่อการบำรุงรักษา
แม้ระบบนี้ จะมีข้อดีมากมาย แต่เนื่องจากเป็นระบบที่ใหม่มากสำหรับประเทศไทย
จึงทำให้ข้อจำกัด เกิดขึ้นหลายประการ ตามที่นำเสนอ ไปแล้ว ดังนั้นในการตัดสินใจที่จะเลือกใช้ระบบปรับอากาศชนิดนี้
ผู้ออกแบบทั้งสถาปนิกและวิศวกร จำเป็นที่จะต้องศึกษา และ ทำความเข้าใจ การทำงาน
ของระบบนี้ เป็นอย่างดีเสียก่อน ที่จะนำมาใช้งานจริง