|
ข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรม CAD ชนิดต่างๆ
โปรแกรม
IntelliCAD
ข้อมูลจาก
สุรพล พฤกษ์ไพบูลย์ ,พชระ ,มานพ
- ความเร็ว
ความรู้สึกแรกคือความเร็วในการโหลดตัวโปรแกรมที่รวดเร็วดี หน้าจอที่ขึ้นมาเป็นสีดำคล้ายกับ
AutoCAD บน DOS โดยไม่ต้องปรับแต่ง
- การเขียนและแก้ไข
ใช้คำสั่งของ AutoCAD ได้ทันที เป็นเสมือน R12 ในวินโดว์ แล้วบวกกับคำสั่งเพิ่มเติมเล็กน้อย
สิ่งสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ สำหรับผู้ที่ใช้ AutoCAD เป็นอยู่แล้ว โดยเฉพาะ
R12 ไม่ต้องเรียนอะไรใหม่เลย เริ่มต้นทำงานได้ทันที ไม่ว่าจะเลือกจากเมนู
หรือ พิมพ์คำสั่งจากคีย์บอร์ด IntelliCAD แสดงคำสั่งที่พิมพ์เข้าไปที่
status bar ของวินโดว์นั้นๆ หรือ เราอาจจะเลือกเปิด command bar ขึ้นมาอีกหนึ่งวินโดว์ก็ได้
นอกจากนี้แล้ว หากมี โปรแกรม Lisp ที่ใช้คำสั่งทั่วไป ก็จะนำมาใช้ได้ทันที
- การแสดงผล
สามารถเปิด DWG file หลายวินโดว์ได้ (คล้ายกับ Microstation95) และก็ดูถ้าจะเร็วดีเสียด้วย
มี Paper space เหมือนกับ AutoCAD และเรียกอย่างเดียวกันด้วย Reference
file ก็มีเหมือนกัน
- Properties
IntelliCAD รวมหลายอย่างเช่น Layer, Linetype, Style ฯลฯ ที่เฉพาะกับ Drawing
file เข้าไว้เป็น Properties ซึ่งสามารถแก้ไขหรือสร้างใหม่ได้อย่างสะดวก
เพียงใช้เมาส์กดเลือก แล้วใช้ context menu (เมาส์ปุ่มขวา)
- การปรับแต่ง
การปรับแต่งเมนู หรือ toolbar สามารถทำได้เองโดยสะดวก สามารถเพิ่มเติมเมนูได้เลย
(แม้แต่เพิ่ม item ในเมนูหรือจะเขียนเมนูใหม่บนจอเป็นภาษาไทยก็ได้เลยทันที)
เรื่องนี้ผมให้เต็ม 100 เลย AutoCAD ยังทำได้ไม่ง่ายเท่านี้
- ตัวหนังสือภาษาไทย
ตัวหนังสือใน IntelliCAD ยังล้าสมัยอยู่มาก เนื่องจากเราไม่สามารถที่จะใช้
Truetype font ของ Windows ได้เลย ตัวหนังสือ แบบเดียว ที่ใช้ได้คือ ไฟล์ประเภท
SHP หรือ SHX เท่านั้น ดังนั้นหากเราต้องการใช้ภาษาไทย ก็ต้องใช้ไฟล์ SHX
หรือ SHP ที่สร้างขึ้น เพื่อ แสดงตัวหนังสือไทย (ที่เราใช้ใน AutoCAD R12)
และถ้าหากจะให้คล่องตัวจริงๆ ก็ต้อง ใช้ไฟล์ ที่มีทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ
ในตัว เพราะเราสามารถใช้ปุ่มสลับภาษา (~) ที่คีย์บอร์ด เพื่อสลับภาษาไทย/
อังกฤษ ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยน Style
- การพิมพ์
(Output)
เนืองจาก เป็นโปรแกรมบน Windows จึงใช้ engine การพิมพ์ของ Windows เอง
หากโปรแกรมอื่นๆพิมพ์ได้ไม่มีปัญหา โปรแกรม นี้ ก็พิมพ์ ได้เช่นกัน เท่าที่ลองพิมพ์บนเครื่องพิมพ์
Epson Inkjet ก็ออกมา ถูกต้องดี ไม่มีปัญหา ทั้งตัวหนังสือภาษาไทย ก็ออกมา
สวยงาม ดีไม่มีรอยหยัก (ดีกว่าในจอ ที่รู้สึกจะมีรอยขาดไม่ต่อกันบ้างเล็กน้อย)
- 3D
เหมือนกับ R12 ซึ่งไม่ใช่ สามมิติประเภท Solid modelling โปรแกรมนี้ก็ไม่สนับสนุนการทำงานแบบ
Solid เช่นกัน แต่ก็ยังใช้สามมิติ ประเภท Surface แบบ R12 และ สามารถทำ
rendering ได้เช่นเดียวกัน
ข้อมูลอื่นๆ
- IntelliCAD
น่าจะมีความสามารถใกล้เคียง Auto CAD เช่น สามารถอ่านไฟล์ของ AutoCAD ได้หลายอย่าง
เช่น DWG, SHX (ตัวหนังสือ), LSP(โปรแกรม)
- โทรสอบถาม
ราคา Intellicad ในไทยตอนนี้ประมาณสองหมื่น
- ดูรายละเอียดโฆษณาที่
www.visio.com และมีผู้เขียนวิจาร์รเปรียเทียบกับ
AutoCAD ลงในนิตยสาร CADENCE ฉบับเดือน 04ปี 98 ด้วย อ่านดูได้ที่ http://www.cadence-mag.com/1998/0498/cadoptions0498.html
- ใช้ True
type font ไม่ได้ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาหากต้องการใช้ font ของ Windows
- ใช้ fonts
ที่เป็น SHX ดั้งเดิมของ AutoCAD ได้
- ใช้ AutoLISP
ได้ แต่ใช้ menu ไม่ได้
- ใช้ DIESEL
ไม่ได้
- ใช้ DCL
(Dialog) ของ AutoCAD ได้
- ใช้ BHATCH
แบบกำหนดจุด (ให้หา boundary เอง) ไม่ได้
- ทำ 3D (Solid
Modelling) ไม่ได้
- การเขียนมีปลีกย่อยแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย
เช่น กด shift เพื่อบังคับเป็น ORTHO ชั่วคราว แต่คำสั่งส่วนใหญ่เหมือน
AutoCAD
- มีบางฟังชันที่ยังไม่คอมแพททิเบิล
เช่น Hatch ไม่สามารถ Import จาก R14 เข้ามาใน IntelliCAD ได้ แต่ IntelliCAD
สามารถExport Hatch เข้าไปใน AutoCAD R14 ได้เลย
- การทำ Solid
Color มีขั้นตอนที่มากกว่า AutoCAD พอสมควร
- มีข่าวว่า
IntelliCAD 2000 จะเป็นopen source code สำหรับผู้ที่สนใจลองเข้าไปได้ที่
www.intellicad.org ถ้าเป็นจริงน่าจะมีผู้พัฒนาโปรแกรมของไทย
นำมาพัฒนาแบบไทยๆไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติมากและที่สำคัญ ราคาไม่แพง
รายละเอียดเปรียบเทียบคุณสมบัติ
ของโปรแกรม IntelliCAD 98 กับ AutoCAD r14 และ AutoCAD LT 97 (ข้อมูลจาก
IntelliCAD)

สรุป
เป็นโปรแกรมที่มีความเหมือนกับ
AutoCAD อย่างน่าทึ่ง (ทึ่งที่น่าจะโดนฟ้องว่าลอกเลียนแบบ) แต่ คงจะฟ้องไม่ได้
เพราะ ไม่ได้ มี หน้าตา อะไร เหมือนกันกับ AutoCAD สักหน่อย IntelliCAD มีข้อที่ได้เปรียบคือ
ใช้ ทรัพยากร (memory, cpu,..) ของ คอมพิวเตอร์ น้อยกว่า AutoCAD มาก และหากใช้เครื่องที่มี
spec. เท่าๆกัน ก็น่าเชื่อว่าจะทำความเร็วได้เหนือกว่า AutoCAD เสียอีก
หากความสามารถของโปรแกรมนี้ตรงกับความต้องการ คือ ไม่ได้ต้องการอะไรจากการเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์แล้วน่าจะลองใช้ดู
AutoCAD
2000
ข้อมูลจาก:
ภูริทัตต์, draft, วิญญู วานิชศิริโรจน์, มานพ
ข้อดีของ
AutoCAD2000 ที่นำเสนอในงานเมื่อวันที่26 พฤษภาคม 2542
- เปิดไฟล์ได้พร้อมกันหลายไฟล์
ใน session เดียวกัน (คือเรียกโปรแกรมครั้งเดียว) (โปรแกรมCADอื่นๆเค้าทำได้นานแล้ว)ไม่ต้องปิดFile
drawingที่ทำอยู่เพื่อเปิดอันใหม่
- การเปิดdrawingสามารถกำหนดให้เปิดบาง
Layer ได้เพื่อลดเวลาการloadข้อมูลตอนเริ่มงาน ทำให้สามารถทำงานขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี
เช่นแบบขนาดที่เป็นเมืองเป็นต้น
- จากข้อ2
เมื่อเปิดแบบขึ้นมาแล้วโดยเปิดเพียงบาง Layer สามารถทำการเปิดแบบให้มี
layer ที่มากขึ้นโดยกำหนดพื้นที่ที่จะเปิดเป็นส่วนได้ด้วย ซึ่งทำให้สำดวกและเหมาะกับการใช้งาน
file นาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี
- .มีการพัฒนาโปรแกรมให้ใช้ประโยชน์จากปุ่มขวาของเมาส์ให้มากขึ้น
โดยคำสั่งที่ปรากฎจากการคลิกจะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่วางลูกศร
- จากข้อ4
Autodesk เน้นว่า releaseนี้จะลดการใช้ Keyboard ให้มากที่สุดหลังจากที่รุ่นก่อนๆหน้านี้ต้องพิมพ์และจำคำสั่งกันแทบหัวบวม
- สามารถทำpaper
space ไม่จำกัดจำนวน จากเดิมทำได้แค่ 1 paper space อันนี้มีประโยชน์มากเราสามาถทำแบบ
1model space แต่เอามาทำเป็นแบบ plot ได้เป็นสิบๆแผ่น
model space กับ paper space แยกกันอยู่ใน worksheet (เหมือนกับ worksheet
ของ excel ยังไงยังงั้นเลย เป็น Tab อยู่ด้านล่าง ตั้งชื่อได้)
- paper space
นั้นจากเดิมที่ต้องเป็นสี่เหลี่ยมเท่านั้นสามารถกำหนดรูปร่างเป็นรูปหลากเหลี่ยมอย่างไรก็ๆได้
ทำให้ลดข้อจำกัดในการทำแบบพิมพ์ได้มาก เจาะ view port ใน paper space เป็น
รูปอะไรก็ได้
- สามารถบันทึก
drawing properties ทำให้สามารถใส่ข้อมูลบันทึกเกี่ยวกับ drawing นั้นแยกเก็บไว้ได้
เช่นข้อมูลการแก้ไขแบบ ฯลฯ
- สามารถนำข้อมูลที่เป็นไว้ใน
drawing properties มาใช้ในการค้นหาแบบได้
- มี design
center ทำหน้าที่จัดการเรื่องต่างเกี่ยวกับการเก็บและนำข้อมูลต่างๆของdrawing
กลับมาใช้งานใหม่ได้อย่างสำดวก เช่น block ต่างๆ
- มีความสามารถในการทำ3d
ที่น่าสนใจมากโดยเฉพาะการหมุนรูปวัตถุแบบ real time และการตัดผ่านวัตถุสามมิติเหมือนทำรูปตัดแบบสำเร็จรูป
- สนับสนุนการ
drag&drop แบบ Windows ซึ่งโปรแกรมอื่นๆเค้าทำกันมานานแล้ว)
- เพิ่มความสามรถในการกำหนดคุณสมบัติของ
Layer เช่นสั่งไม่ให้ plot ได้ เป็นต้น
- ปรับปรุงวิธีการพิมพ์งานมากขึ้น
(ถือได้ว่าเป็น WYSIWYG)
- เพิ่มการทำงาน
3D และ WEB.
- Include
VLIDE
- Import
Text ง่าย Search Text ใน Drawing ได้
- เท่าที่ลองใช้
เร็วขึ้นครับ ขึ้นนี่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสเปคเครื่อง Ram อย่างน้อยก็น่าจะ64
M-Byte
ข้อจำกัดของโปรแกรม
- ขนาดของ
file drawing ใหญ่ขึ้นกว่า50% ข้อมูลจากคำตอบของวิทยากรที่ตอบคำถามในที่สัมมนา
(ตัวอย่างเช่น ขนาดไฟลล์เดิมเท่ากับ 600 k ในversion14 เมื่อแปลงเป็น version2000
จะมีขนาดเพิ่มขึ้นประมาณ 900 k)
- เครื่องคอมพิวเตอร์ที่แนะนำสำหรับ
Autocad2000 คือ Pentiom II 400Hz ขึ้นไป Ram 128 MB ขึ้นไป Harddisk ยิ่งใหญ่ยิ่งดี
- ราคาขายช่วงแนะนำ
7หมื่นกว่าบาท(ในงาน) ผมซื้อAutoCAD14 รุ่นได้upgradeเป็น 2000 ฟรี เมื่อเดือนที่แล้ว
ราคาแค่ 69,000 บาท
- เปิดข้อมูลของdrawing
เก่าๆ ได้ทั้งหมดแต่เมื่อใช้ รุ่น2000 save เป็นข้อมูลของรุ่น14 (ไม่ไได้บอกว่าsave
เป็น 12 หรือ 13 ได้หรือเปล่า) จะสูญเสียความสามารถบางอย่าง เช่น drawing
property เป็นต้น
สรุป
- คาดว่า
ด้วยความสามาถที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของ AutoCAD2000 นี้คงจะทำให้โปรแกรมเป็นโปรแกรมยอดนิยมต่อไปและคงไม่มีโปรแกรมเขียนแบบค่อยอื่นๆโค่นลงได้ในช่วงนี้
- ความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ
AutoCAD2000 นี้ทำให้ความฝันที่ว่าเขียนแบบสามามิติชิ้นเดียว สามารถเอาข้อมูลมาทำเป็น
แปลน รูปด้าน รูปตัด ได้ทันที ใกล้ความเป็นจริงเข้าไปอีกนิดหนึ่งครับ แต่หนทางยังอีกยาวไกลครับ
- เราคนใช้งานคงจะใช้งานความสามารถได้ไม่ถึง10%ของโปรแกรมเหมือนเดิม
เหมือนโปรแกรมในรุ่นเก่าๆ (เดิมมีคำสั่ง6000 กว่าคำสั่ง ของใหม่เพิ่มอีก
400 กว่าคำสั่ง รวมเป็นเกือบ7พันคำสั่ง )
- ข้อมูลเกี่ยวกับ
AutoCAD2000 จาก www.autodesk.com
และที่ www.acad2000.com
ทำไมลง
AutoCAD2000 ใน win 98 แล้วชอบ hang
ข้อมูล
จาก: สุรพล พฤกษ์ไพบูลย์, ABC, เป็นเหมือนกัน
- ทางแก้
1 ก่อนลง ACAD2000 ต้อง backup file ใน \windows\system\comctl32.dll
เก็บไว้ก่อนครับ เมื่อลง ACAD2000 เสร็จแล้ว strat เครื่องใหม่ ตัดกลับไปที่
command prompt แล้ว copy comctl32.dll ไปไว้ทับที่เดิมก็จะใช้ได้
- ทางแก้
2 วิธีง่ายๆก็คือลง IE5 ก่อนลง ACAD2000 ก็จะไม่พบปัญหา
- ทางแก้
3 ลง Windows 98 ทับลงไปอีก เสียเวลานิดหน่อย แต่ก็ใช้ได้
เพราะ
Windows ที่เราใช้เป็น Thai Edition และในโปรแกรมส่วนที่เป็น dll หลายตัว
เช่น comxxxxx.dll มักจะเป็นโปรแกรมที่แก้ไขไว้ให้ใช้กับ Thai Edition
โดยเฉพาะ เมื่อโปรแกรมของเมืองนอกที่ไม่ได้นึกถึงในส่วนนี้ มักจะลงบางส่วนทับไป
เพราะนึกว่าเป็นภาษาอังกฤษ ใช้ได้เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น
Windows Thai ที่คิดว่ามีส่วนจัดการเกี่ยวกับภาษาของเราอยู่ กลับไม่พบ
เพราะถูกลงทับไปแล้ว ส่วนของโปรแกรม ที่มักจะถูกลงทับไปคือ comctl32.dll
นี่แหละครับ ส่วนที่ IE5 ใช้ได้ เพราะ IE 5 ได้เตรียมส่วนที่เกี่ยวกับภาษาต่างประเทศเอาไว้แล้ว
และ version ของ comctl32 คงจะใหม่กว่าของ CAD2000 ซึ่งเมื่อลง CAD2000
แล้วจะไม่ลงทับหากพบว่าของที่มีอยู่แล้วใหม่กว่า
FormZ
ข้อมูลจาก:
draft, วรรณศิริ
- คือ FormZ
มันก็น่าใช้ตอนคิดแบบ ดีสำหรับการ design คิดแบบบนหน้าจอได้จริงๆ
- เดิมทำงานบน
Mac เท่าที่รู้ formZ ยังไม่มี dealer
- ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยกว่า
3dmax เพราะตัดเรื่องอนิเมทชั่นออกไป
- รองรับfile
format .dwg .dwf .3ds bmp jpg ฯลฯ เป็นมิตรกับใครๆได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น
Format อะไรมาก็กล้ำกลืนรับไว้ได้เกือบหมด
- renderingอาจจะด้อยกว่า
3dmax พอควร Output ของงาน Rendering ทิ่ออกมาสู้ 3D-Max ไม่ได้
- เป็นโปรแกรมที่ไม่Requireอะไรมาก
- ทำAnimation
อะไรก็ทันใจดี
Light
Scape
ข้อมูลจาก:
วรรณศิริ
- ก็ตรงไปตรงมาดี
เหมือนโปรแกรมคำนวณของวิศวกร
- ต้องการข้อมูลที่มี
Dimension ถูกต้องชัดเจน พอสมควร เวลาคิดแบบร่าง ไม่ได้เข้า Scale หรือใส่ขนาด
Light Scape แสดงผลออกมาไม่ดี
Microstation
ข้อมูลจาก:
draft, สุพินท์
- คนที่มีพื้นฐานจาก
autocad อาจต้องมาเรียนกันใหม่เพราะต่างจาก autocad อยู่เยอะ
- Render
ดีกว่า autocad
MiniCAD
6
จาก:
พชระ
- ทำได้สารพัดอย่าง
ดีกว่า AutoCAD R14 มาก ใส่สี ทำ Hatch ตั้ง Snap เปลี่ยน Scale
- ใช้ประโยชน์ของ
GUI ใน Windows ได้ดีและสะดวกมาก
- เปิด dwg
ไม่ได้ เปิดได้แต่ dxf
- MiniCAD
เหมาะกับงานออกแบบ มาก
FlelixCAD
v4.0
ข้อมูลจาก:
ABC
- compatible
กับ AutoCAD 14, support AutoLisp และ C
- สามารถตั้งคำสั่งย่อ
และ Function keys ได้เหมือน IntelliCAD, support Icon menu แบบสมบูรณ์
(ใน IntelliCAD ยังเป็น Module เสริมที่ยังมีบั๊กอยู่)
- คำสั่ง
Bhatch ดีกว่าใน IntelliCAD (ซึ่งไม่เห็นภาพ style)
- ราคาถูกกว่า
- Download
demo ได้ที่ www.fcad.com เป็น version เต็ม แต่ใช้ได้
30 วัน
- ลองภาษาไทยแบบ
.shx แล้ว ใช้ได้สมบูรณ์แบบ ยังไม่ support truetype font แต่มี plan ว่าจะออก
upgrade เร็วๆนี้
รายชื่อโปรแกรม
CAD
ข้อมูลจาก:
สุรพล พฤกษ์ไพบูลย์, ประกิตติ, มานพ
- TurboCAD
- ViaCAD
เป็นไงครับ
- FelixCAD
- DesignCAD
2000
- MiniCAD(Vectorwork)
- Arriscad
- ArchiCAD
- Microstation
- Allplan
- VectorWorks
- ArchiTECH.PC
- BuilderCAD
- DataCAD
- AutoCAD
(AutoCAD Architectural DeskTop)
- DenebaCAD
- AutoCAD
LT
- FelixCAD
- ItelliCAD
98
- TurboCAD
- Vdraft
- DesignWorkshop
( เดิมทำงานบนระบบ Mac.)
กระทู้:
จาก: คนโง่ (19/10/42)
โปรแกรม
archicad เป็นโปรแกรมที่ดีที่สุด สำหรับสถาปนิก หรือเปล่า?
อยากรู้ว่ามีโปรแกรมอะไรบ้างที่เหมาะกับสถาปนิก
จาก:
มานพ (20/10/42)
ที่พอหาได้ง่ายหน่อย
1.Archicad 2.Microstation 3.ArrisCAD 4.AutoCAD Architectural DeskTop
ที่ต้องซื้อหากัน 1.Allplan 2.MiniCAD(Vectorwork) 3.ArciTECH.PC 4.BuilderCAD
5.DeberaCAD 6.DataCAD 7. Design Workshop (พึ่งมาจากMac.)
อยากให้ข้อคิดว่า โปรแกรมแบบนี้เรียกว่า ทุกโปรแกรม สามารถทำงานได้คล้ายๆกัน
บางโปรแกรมอาจสามารถและเด่นทาง 2D และบางโปรแกรมอาจจะเก่ง 3D มีความสามารถให้แสงเงาที่สมจริงกว่า
โดยที่บางโปรแกรมอาจต้องหา(ซื้อ) โปรแกรมอื่นๆมาเสริม(เช่น Art+Lantist,
Lightscape..etc) บางโปรแกรมใช้งานยากเป็นบ้า บางโปรแกรมหาsupportไม่ได้
คู่มือ, แบบฝึกหัด, user groupไม่มี ติดขัดอะไร ถามใครก็ไม่ได้เรื่อง บางโปรแกรมแพงเป็นบ้า
คงต้องเปรียบเทียบกันในหลายแง่มุม
ใน http://architecturalcadd.com
มีเรื่องน่าสนใจ คือ มีการจัดประกวด โปรแกรม CADDต่างๆ โดยตั้งtopicให้ออกแบบและส่งงานภายใน3ชม.
โดยให้ผู้เข้าประกวด มานั่งทำงาน ต่อหน้ากรรมการ และ ผู้ชมในสถานที่เดียวกัน
(ดูที่ The Designers 3D CAD Shoot-Out)พร้อมทั้งได้มีการตัดสิน และแสดงผลงานใน
webนี้ด้วย น่าสนใจจริงๆ
จาก:
คนเคยลอง (22/10/42)
ผมขอแนะนํา
โปรแกรม ARCON VISUAL ARCHITECT 4.0 เป็นของเยอรมัน การใช้งานคล้าย archicad
แต่ซ้บซ้อนน้อยกว่า ทํางานได้เร็วมาก render ได้ ระดับ 3dstudioและเร็วด้วย
เรียนรู้เข้าใจง่ายจากตัวโปรแกรม พอหาซื้อได้ครับ yy1122@yahoo.com
หาซื้อแผ่น แถวพันทิพย์ หน้าปกชื่อ installer 2000 วิธีใช้งาน copy sub dir
/arconมาวางในdrive c: เลย menuเป็นภาษาเยอรมัน ลองหา version 1 มาใช้ดูจะเป็นภาษา
english ตำแหน่ง menu จะเหมือนกัน
คำถามจาก
รุนอยจัง (25/05/42)
อยากถามถึงผู้ที่ใช้แลปท็อปกับงานแคด
ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง กำลังคิดจะซื้อค่ะ
เดิมคาดว่าจะเลือกซื้อชิ้นส่วนส่วนมาประกอบเอง ในงบ รวมจอ ประมาณ สี่ห้าหมื่น
แต่เริ่มรู้สึกถึงความจำกัดด้านสถานที่ค่ะ ตอนนี้ติดอยู่หน้าจอคอมพ์ตลอด
และ เบื่อที่จะต้องแย่งใช้คอมพ์ ที่ทำงานค่ะ เลยสนใจที่จะซื้อแลปทอป งบไม่เกิน
เจ็ดหมื่น(อาจจะฝากเพื่อนซื้อจากอเมริกา หรือสิงคโปร์ ถ้าถูกกว่ากันมาก)
แต่อยากปรึกษาก่อนน่ะค่ะ ว่าถ้าใช้กับงานแคด หนักๆ เนี่ยจะล้ามั้ยคะ เพราะ
จอเล็กกว่า และคีย์บอร์ดไม่เวิร์ก แถมเมาส์ ที่ใช้นิ้วชี้นี่ก็แปลกๆ นะคะ
อยากทราบน่ะค่ะ ตอนนี้ก็มองๆ ราคาอยู่
คำตอบ
จาก: Hello (25/05/42)
Not
a good idea for CAD works. I bought one 6 years ago. It was a DX2-66,
12 MB Ram (so old huh? but very cool at that time), I had to throw it
away. Even though, now the Pentium is so cheap it is still difficult to
upgrade the RAM, video memory, harddisk, etc. (the RAMs of the laptops
are expensive and you have to buy them from the companies) The screen
is also too small with poor resolution, not recommended for CAD/CAM. However,
it's ok if you can afford a docking station. Couple things I love about
my laptop are when the home power go off, my jobs don't get lost, and
also I can bring it to the sites and connect to the company's intranet
and WWW. or use Powerpoint for presentation.(don't forget that the battery
life is only a half of what they said) Now, I heard that there are solar
cell panels (Photovoltaics)that can power the laptops and cell phones
($ 400) that means you can bring it anywhere (but for what?) I think my
laptop is very useful if I don't have to do the CAD jobs. I still have
AutoCAD 13 installed but never use it. I normally use just Word, Excel,
Powerpoint, Netscape, and some calculation software. If your concern are
only, small screen, no mouse, poor keyboard, buy one with docking station,
period....
คำตอบ
จาก: พราว (26/05/42)
ขณะนี้ก็กำลังใช้งานอยู่นะคะ
สำหรับงานcad กับ notebook computer โดยใช้งาน acad14 เครื่องที่ใช้ก็เป็นเครื่องแค่
pantium 100 แต่ ram 40 เท่าที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ข้อสำคัญในการใช้งาน
cad ก็คือ เครื่องควรมี harddisk ที่มากพอถ้าได้ซัก 2 gb ขึ้นไปยิ่งดีนะคะ
ที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีแค่ 1 GB เอง สำหรับเรื่อง mouse นั้น สามารถใช้เป็น
mouse แบบที่ใช้กับ pc ทั่วไป ต่อเสริมภายนอกได้เลยคะ เพราะถ้าใช้เมาส์แบบที่ใช้กันใน
notebook มักทำงานไม่ค่อยถนัน สำหรับเครื่อง ก็แล้วแต่คุณจะพอใจ + งบประมาณ
ที่คูณวางไว้นะคะ ที่ใช้อยู่ก็เป็นเครื่องมือสอง ซึ่งจะราคาถูกกว่าเครื่องมือแรกค่ะ
ขอให้โชคดี
คำตอบ
จาก: KK (26/05/42)
ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องงบประมาณก็ซื้อไปเถอะครับ
เดี๋ยวนี้เครื่อง Notebook รุ่นใหม่ ๆ เร็วไม่แพ้เครื่องตั้งโต๊ะ เช่น CPU
PII 300 , 333 , 366ใส่แรมและฮาร์ดิสต์ไว้เยอะ ๆ ถ้าได้สัก 64 MB และ 4 GB
ขึ้นไปก็ดี จอTFT สัก 13.3 นิ้ว แต่ข้อสำคัญ ซื้อแล้วทำใจนะครับว่าอีก 6
เดือนก็จะมีรุ่นที่ดีกว่าในราคาที่ถูกกว่าออกมาครับ อ้อ ระวังนิดนึงนะครับ
Notebook บางยี่ห้อไม่ได้ใช้ CPU แบบโมบายที่ทำมาโดยเฉพาะ เวลาใช้ไปนาน ๆ
เครื่องจะร้อน บางทีวางมือบน Keyboard ไม่ได้ครับและอาจทำให้เครื่อง Hang
ไปเลย นอกจากนี้การฝากซื้อจากต่างประเทศควรดูที่เป็น Worldwide ที่มีสาขาหรือตัวแทนที่เมืองไทยเป็นตัวเป็นตนด้วยครับ
จาก
พชระ (26/05/42)
ผมก็ใช้
Laptop Toshiba -Pentium 120 Ram 16 เอง ช้าเป็นบ้า แต่ สะดวกมากๆ สำหรับทำงานนอกสถานที่
ชอบที่สุดตอนที่ไฟดับแล้วทำงานต่อไปได้ และไม่ต้องต่อสาย ระโยงระยาง มากมาย
ถ้าเพิ่ม Ram คิดว่าน่าจะทำ CAD ได้สบายๆ เวลาซื้อเลือก ที่มี CD ROM แบบติดมาในตัวเครื่องเลย
จะดีกว่า แบบ External มันต้องถอดๆ เสียบๆ อยู่ตลอดเวลา อีกอย่างที่ไม่ควรลืม
เรื่อง น้ำหนัก เครื่อง Laptop เครื่องที่ผมใช้ หนักเกือบ 5 kg แบกแทบไม่ไหว
จาก
รุนอยจัง (26/05/42)
พอจะได้ไอเดียค่ะ
คิดว่าถ้ารออีกไม่กี่เดือนน่าจะได้เครื่องที่จอใหญ่หน่อย 13.3 - 14.1 แรม
64, 4.3 กิ๊ก ซึ่งน่าจะพอเพียง คือยังติดใจว่าเราค่อนข้างจะใช้งานได้หลายสถานที่น่ะค่ะ
เพราะที่ทำงาน คอมพ์ ไม่พอคน คิดว่าน่าจะผลิตงานได้มากกว่าเดิม เอ หรือซื้อเดสท็อป
ไปตั้งที่ทำงานเองดีเนี่ย ขอบคุณทุกท่านมากค่ะที่เข้ามากตอบ อยากทราบด้วยว่า
ใช้โน้ตบุ้คนานๆ เนี่ย อาการล้า น้อยหรือมากกว่า เดสท็อป
จาก:
สุรพล พฤกษ์ไพบูลย์ (26/05/42)
Notebook
ดีตรงที่ยกไปทำงานที่ไหนก็ได้ ถ่ายโอนย้ายไฟล์ได้ง่าย ไปเที่ยวทะเลต่างจังหวัด
ก็เอางานไปทำด้วยได้ (ดีหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะแทนที่จะได้พักผ่อนเต็มที่
กลับต้องทำงานด้วย) แต่ซื้อแล้วซื้อเลยเพราะจะเปลี่ยนรุ่นใหม่ทุกครึ่งปี
ใช้งาน CAD หากจอเล็กไปก็ต่อ external ได้ แต่เดี๋ยวนี้ จอ notebook ค่อนข้างใหญ่
เช่น 13-14 นิ้ว ก็ใช้ได้ดีแล้ว แต่ควรจะเป็น TFT Matrix ไม่ใช่ DSTN เพราะดูได้นานกว่า
อีกอย่างควรใช้ของ brand ดีๆ ของ US หรือ ญี่ปุ่น เช่น TOSHIBA, NEC, COMPAQ
ส่วน FUJITSU ก็ดูท่าจะมาแรง (อย่าหาว่าโฆษณาเลย เพราะพูดไปหลายยี่ห้อ ไม่ได้บอกชื่อตัวแทนจำหน่าย
) ตอนที่ผมใช้ Notebook อยู่ จำได้ว่า ทำงานไม่ค่อยเป็นที่เป็นทาง และก็มีความสุขอยู่กับการที่สามารถมีเครื่องคอมฯไปกับเราได้ทุกที่
แต่ตอนหลังไม่ได้ใช้แล้วครับ เพราะต้องการเครื่องที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่
notebook จะให้ได้ (เมือ สองปีที่แล้ว) ขณะนี้ก็ยังดีที่มี notebook ที่มีประสิทธิภาพทดแทนเครื่อง
desktop ได้แล้ว
แต่หากไม่มีความจำเป็นต้องย้ายโต๊ะทำงานบ่อยๆ หรือ ต้องไป presentation ที่ไหน
ก็น่าจะซื้อ desktop นะครับ เพราะราคาถูกกว่ากันประมาณ 3 เท่า ในประสิทธิภาพเท่าๆกัน
!!! ผมพูดเฉพาะ brand ของ US หรือ ญี่ปุ่น (ซื่งทำใน US) นะครับ ไม่ใช่ไปเทียบกับของที่ผลิตในไต้หวัน
หรือ ในนี้ (local brand)
นอกจากนี้แล้วการ upgrade อุปกรณ์ต่างๆ สำหรับเครื่อง desktop ทำได้ง่ายกว่า
เช่น ต้องการเล่น game ก็ใส่การ์ด accelerator หรือ เปลี่ยน display adapter
ใหม่ หรือ อยากดูหนัง DVD ก็ใส่ card เพิ่มให้ดีขึ้นได้ จนไปถึงเปลี่ยน CPU
ให้เร็วขึ้น เปลี่ยน mainboard ฯลฯ คือ ทางเลือกมากกว่า แต่ notebook โดยมากจะ
upgrade คือ เพิ่ม RAM ใส่ card ประเภท PCMCIA ซึ่ง ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากแล้ว
นอกจาก SCSI จะเปลี่ยน adapter หรือ CPU คงไม่ได้แน่ครับ
คำตอบ
จาก: 199 (25/05/42)
อยากถามต่อครับ
เพราะเล็งโน๊ตบุ๊คอยู่เหมือนกันแต่ไม่แน่ใจเรื่อง cpu ถ้ารายละเอียดอื่นๆเหมือนกันหมด
เทียบระหว่าง P2-266, P300mmx(ไม่ใช่P2),และ Celeron300 ควรจะเลือกchipไหนดีครับและต่างกันอย่างไร
ทั้ง 3 นี้ Celeron แพงที่สุด ใจจริงอยากจะรอP2-300ให้ราคาลงอีกหน่อยแต่รอไม่ไหวครับอีกนิดครับ
จอ TFT กับ DS มีผลต่อการทำงานมากน้อยแค่ไหนครับ ใช้ DS นานๆแล้วจะเวียนหัวหรือตาเสียไหมครับ?
คำตอบ
จาก: ประกิตติ (26/05/42)
ถ้าจะใช้พวก
mobile computer น่าจะดูที่ส่วนประกอบภายใน upgrade ได้ง่าย โดยเฉพาะ RAM
ต้องมากหน่อย ส่วน จอ keyboard Mouse เวลาอยู่ในสถานที่หาแบบใช้แบบภายนอกมาต่อเอาดีกว่าครับ
จะซื้อไว้สัก 2 ชุด ที่บ้านกับที่ทำงาน ก็ไม่น่าเกลียดอะไร
น่าจะมี notebook ที่ จอ keyboard mouse แยกขายต่างหาก จะได้ราคาถูกลงมา
คำตอบ
จาก: สุรพล พฤกษ์ไพบูลย์ (26/05/42)
หากเป็นงาน
CAD น่าจะเป็น Pentium II Celeron จะช้ากว่า Pentium II ที่ Hz เท่ากันครับ
ตาม iCOMP Index (ซึ่งเป็น index ที่คำนวนมาจากการรวมการทดสอบของที่ต่างๆ
เช่น Wintune, WinBench เป็นต้น) มีการเทียบประสิทธิภาพโดยรวมของ CPU เอาไว้ดังนี้ครับ
(ตัวเลขที่สูงกว่า แสดงประสิทธิภาพที่มากกว่า)
Pentium II 300 Mhz เท่ากับ 332 Celeron 300 Mhz เท่ากับ 296 Pentium II
333 Mhz เท่ากับ 366 Celeron 333 Mhz เท่ากับ 318
ส่วน Active Matrix (TFT) ดีกว่า DSTN แน่นอนครับ โดยเฉพาะการทำงานอย่างเราซึ่งต้องใช้สายตาในการเพ่งจอภาพมากๆนานๆ
แต่ในบรรดา DSTN ด้วยกันของ Toshiba จะดีที่สุดครับ ในแง่ของความสว่าง, ความคมชัด
ฯลฯ
จาก:
tintin (28/05/42)
ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ
เรื่อง Celleron กับ Pentium II นี่ ผมว่าราคามันต่างกันเยอะนะครับ ประสิทธิภาพที่ต่างกันอยู่นิดหน่อย
กับราคาที่ต่างกันเกือบเท่าตัว ผมเลยตัดใจซื้อ Celeron 366 มาใช้อยู่ตอนนี้
เพราะเท่าที่ทราบมา Celeron มี L2 Cache ที่น้อยกว่า PII อยู่ (128K เทียบกับ
512K) แต่ Cache ใน Celeron ทำงานที่ความถี่เท่า สัญญาน Clock ของ CPU ในขณะที่
PII ทำงานที่ครึ่งหนึ่งของ สัญญาน Clock ไอ้นี่เลยพอที่จะชดเชยให้ ประสิทธิภาพโดยรวมพอสูสี
แต่ก็ไม่ทิ้งกันมาก ผมลองเทียบ Celeron 366 กับ PII 350 ทำ render พร้อม
ๆ กัน เวลาที่ออกมาไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ผมว่าเอาเงินส่วนต่างไปซื้ออุปกรณ์อย่างอื่น
เช่น ECC Ram คุณภาพดี ๆ หรือ จอภาพดี ๆ อาจจะคุ้มกว่านะครับ
ส่วน CPU ยี่ห้อ AMD อีกยี่ห้อนึง ยังไม่เคยมีประสพการณ์ แต่ที่เห็น ๆ ราคาก็ถูกกว่าของ
Intel เยอะเหมือนกัน มีคนเอามาลงใน Notebook หลายยี่ห้อแล้ว แต่เคยอ่าน ๆ
มาเจ้า AMD นี่ประสิทธิภาพด้อยกว่า Intel นิดหน่อยในด้านการคำนวณ Floating
Point Unit ที่ใช้กับงาน Graphic ต่าง ๆ
สำหรับผม ก็ใช้ Notebook อยู่ ทำ CAD บ้าง (แต่ส่วนใหญ่ใช้ Desktop ทำ)ยี่ห้อ
Toshiba 200CDS (pentium 100 Ram 40MB) แล้ว ก็ต่อออก จอใหญ่ ต่อ Keyboard
ด้วยอีกอันนึง พร้อม Mouse ถ้าเขียนแค่แบบ 2 มิติ ผมว่า สบายมากครับ สำหรับ
ปัญหาที่ทำงาน Comp ไม่พอใช้ แล้วจะยกเครื่องมาจากบ้านนั้นคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณต้องเลือกเป็น
Notebook เพราะจะยกกลับบ้านด้วย แต่งบเจ็ดหมื่นของคุณจะสามารถซื้อ Desktop
แบบดีๆ ได้ 2 เครื่อง ตั้งไว้ที่ทำงานเครื่องนึง ที่บ้านเครื่องนึง ก็ยังไหวนะครับ
แล้วยังเหลือเงินซื้อ Zip drive แบบ External ได้อีก 1 อันเอาไว้ Copy File
กลับไปทำงานที่บ้านด้วยอีกต่างหาก ดังนั้นถ้าจะต้องตัดสินใจซื้อ ก็ลองชั่งน้ำหนักดูก่อนก็แล้วกันครับ
(น้ำหนักของความคุ้มในแง่ต่าง ๆ ครับ)
กระทู้:จาก:
ยุทธดนัย (30/04/42)
อยากทราบเกี่ยวกับ
Program Soft Desk ผมได้แผ่น Auto Suite มาแล้วเห็นว่ามี Program Soft
Desk-8 แบ่งเป็นหมวดต่างๆ เป็น Plug-in ของ Autocad ใช่ไหมครับ ไว้ใช้ทำอะไรครับ
จาก:
สุรพล พฤกษ์ไพบูลย์ (30/04/42)
โปรแกรมชุดของ
Softdesk (ซึ่งตอนนี้ถูก Autodesk ซื้อไปแล้ว) เป็นโปรแกรม add-on สำหรับ
AutoCAD มีหลายโมดูล เช่น Civil, Architecture,... เป็นต้น เพื่อให้ AutoCAD
ทำงานได้เฉพาะด้านได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น สำหรับแผ่น Autosuite คืออะไรครับ
หากเป็นแผ่น CD เถื่อน (pirate) ก็ระวังหน่อยนะครับ นอกจากเรื่องไวรัส(โดนกันมากตอนนี้ก็
เชอร์โนบิล) แล้ว เรื่อง กม.ลิขสิทธิ์ตอนนี้กำลังมาแรงและเป็นปัญหา
จาก:
ฟ (11/05/42)
เอ ผมว่า
softdesk เป็นบริษัทของ Autodesk อยู่แล้วนะครับตั้งแต่ต้น เขาแตก product
ออกมาไม่ใช่หรือ ส่วนแผ่นที่เป็นแผ่นเถื่อน ลองแล้วใช้ได้ครับ
จาก:
สุรพล พฤกษ์ไพบูลย์ (12/05/42)
จะพูดว่าอย่างนั้นก็ถูกเหมือนกันครับ
เพราะคนข้างใน Autodesk มาทำงานอยู่ที่บริษัท Softdesk ด้วย โดยความเป็นจริงแล้ว
อาจจะมีหุ้นอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่าไม่น่าใช่เจ้าของ (อย่างน้อยก็ภาพที่ออกมาภายนอก
ในสมัยก่อน) ซึ่งเป็นที่พูดกันในหมู่ผู้พัฒนาโปรแกรมด้วยกันเองเหมือนกัน
เพราะ Softdesk ในฐานะที่เป็นผู้พัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม (Third party developer)
ให้กับโปรแกรม AutoCAD แต่มักจะเขียนโปรแกรมได้ดีกว่าคนอื่นๆเนื่องจากรู้กลไกเบื้องลึกใน
AutoCAD มากกว่า กรณีนี้คล้ายกับที่ผู้พัฒนาโปรแกรมบนวินโดวส์กล่าวหาบริษัทไมโครซอฟท์ในการเขียนโปรแกรม
application อย่างเช่น ชุด Office เป็นต้น ซึ่งไมโครซอฟท์จะพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปของตนได้ดีกว่าคนอื่น
(อย่างน้อยก็ก่อนคนอื่น) เนื่องจากรู้เรื่องที่ไม่เปิดเผยเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ
(OS) ที่ตนผลิตเองนั่นเอง ระยะหลัง ตั้งแต่ AutoCAD Release 12 เป็นต้นมา
ทาง Autodesk เริ่มหันมาสนใจ Windows ก็เลยเดินตามนโยบายลูกพี่ Microsoft
นับตั้งแต่ตระเวนไล่ซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นๆ อย่างเช่น Softdesk, Generic
CADD, Planix, QuickCAD ฯลฯ
ดูเรื่องบทความเรื่อง CAD สำหรับสถาปนิก
|