|
การป้องกันน้ำรั่ว
กระทู้จาก
ชนิกานต์ (16/03/42)
ต้องการที่จะซ่อมแซมการรั่วซึมของน้ำบนดาดฟ้าของอาคารค่ะ
ตอนนี้มีข้อมูลของวัสดุ 4 ชนิด คือ
1. Sand Finish (ของ Imper)
2. Flexible Polymers (ของ Elvaloy)
3. Acrylic (ของ Solex)
4. Polyurethane (ของ Sea Chief)
ไม่ทราบว่ามีวัสดุใดอีกบ้างไหมคะ และทั้ง 4 ชนิดนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง
ในแง่การใช้งานจริง ใครทราบขอความรู้หน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ
(อาคารเดิมใช้ Shell Coat และตอนนี้หมดอายุแล้ว จะทำการแก้ไขปรับปรุง)
ยอดเยี่ยม
เทพธรานนท์ (18/03/42)
เรียนคุณชนิกานต์
ขอข้อมูลเพิ่มเติมสักนิดเถอะครับ คือ
ก.) ลักษณะ การแตกร้าวและรั่วนั้นเป็นอย่างไรครับ เป็นแบบแตกลายงาที่ผิว
หรือเป็นแบบแตกเพราะโครงสร้าง (จะมีรอยร้าวตามแนวคานหรือหัวเสา) การแตกนั้นเกิดจากการแอ่นของพื้นที่รับน้ำหนักหรือไม่
และ ลักษณะการแตกเป็น แบบรอยเฉียงหรือ รอยตรงๆ ฯลฯ เพื่อจะ ได้วินิจฉัยโรค
ก่อนการแก้ไขน่ะครับ
ข.) ขอ รายละเอียดของ วัสดุกันซึมทั้ง ๔ แบบเลยได้ไม๊ครับ เพื่อจะได้แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้องตรงกัน
และเพื่อให้ผู้อื่นที่เข้ามาอ่านในกระทู้นี้จะได้ความรอบรู้ไปด้วยครับ
ค.) การรั่วเป็น อย่างไร มีปัญหาในเรื่อง overflow หรือไม่ และรั่วลงมาถึงเพดานชั้นล่างหรือเปล่า
หากรั่วลงมาถึงมากหรือไม่ และทำให้คอนกรีตระเบิดออกมาบ้างหรือเปล่า หากระเบิดเห็นเหล็กหรือไม่
และเหล็กเป็นสนิมหรือเปล่า ทั้งนี้ต้อง พิจารณาบันทึกความหนาของ ปูน ที่หุ้มเหล็กด้วย
(concrete covering)
ถ้าขี้เกียจตอบ ก็ขอแนะนำ แบบกำปั้นทุบดิน ว่า ถ้ายี่ห้อเก่าใช้ได้ดี ก็ใช้ยี่ห้อเก่าแล้วก็อย่าลืมขอใบรับประกันเขาอย่างน้อย
๕ ปีก็แล้วกัน หากยี่ห้อเก่าไม่ดี ก็ต้องถามตัวเองให้มั่นใจว่า ปัญหาไม่ได้มาจากโครงสร้าง
หรือเหตุอื่นนะครับ
ชนิกานต์ (19/03/42)
ปัญหาน้ำรั่วซึมเกิดจากการที่ปรับระดับพื้นดาดฟ้าไม่ได้ระดับ
ทำให้มีน้ำขัง จะมีการรั่วซึมบริเวณที่มีน้ำขังและบริเวณแนวท่อระบายน้ำทิ้ง
ลงมาตามช่อง shaft แอร์ค่ะ ไม่ได้เกิดจากปัญหาทางด้านโครงสร้าง ข้อมูลนี้
ได้มาจากการ สอบถามนะคะ ไม่ได้ไปดูหน้างานจริง ทางเจ้าของอาคารโทรศัพท์มาขอคำปรึกษา
อาจจะไม่ละเอียดเท่าไหร่ ขอโทษด้วยค่ะ
สรุป รายละเอียดของวัสดุ
| Sand
Finish (ของ Imper) |
Flexible
Polymers (ของ Elvalex) |
Acrylic
(ของ Solex) |
Polyurethane
(ของ Sea Chief) |
Polymer
(ของ Tamseal 10F) |
Ceramic
Coating |
| หนา
3-4 mm ลักษณะ เป็น แผ่นยาง (Polyester) ผิว ด้านบน เป็นเม็ด ๆ สีดำ
รับประกัน 5 ปี ค่อนข้าง เป็นที่ นิยมใช้ใน ปัจจุบัน ปูต่อกัน มีรอยต่อ
ระหว่างแผ่น เวลา ติดตั้ง ทารองพื้นด้วย Asphaltic primer จากนั้น ใช้
หัวพ่น แก๊สเป่า ด้านหลัง แผ่น แล้ว ติดลง ไปบนพื้น ราคา ประมาณ 450
บาท/ตรม. |
เป็นแผ่นยางสีเทาหนาประมาณ
1.5-2 mm ปูต่อกัน มีรอยต่อ ระหว่าง แผ่น เวลาติดตั้ง ทารองพื้นด้วย
Asphaltic primer จากนั้น ใช้หัวพ่น ลมร้อน เป่าด้านหลัง แผ่น แล้ว ติดลงไป
บน พื้น สามารถ กัน สารเคมี ได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง ป้องกัน และ สะท้อน
กลับ รังสี UV ได้ดี ราคาประมาณ 600 บาท/ตรม. |
เป็นแบบ
ของ เหลว ใช้ทาโดย ทารอง พื้นเพื่อ ปิด รอยร้าว และ รูพรุน ใช้ Solex
- Fablic ปูลงบน รอยร้าว ทา รองพื้น 1 ชั้น ทาทับอีก ชั้นด้วย Solex
-Ultra TG 60 รวมหนา ประมาณ 1.5 mm สามารถ กัน สารเคมี ได้ดี มี ความยืดหยุ่น
สูง ป้องกัน และ สะท้อน กลับรังสี UV ได้ดี และ สะท้อน กลับ รังสี ความร้อน
ด้วย ราคา ประมาณ 700 บาท/ตรม. |
เป็นแบบ
ของ เหลวใช้ ทาโดย ทารองพื้นเพื่อ ปิดรอยร้าว และ รูพรุน เท Mortar Polyurethane
โดย ควบคุม ความหนาที่ 3 มม. แล้ว ทา Top coat อีกครั้ง รวมหนาประมาณ
3 mm สามารถ กัน สารเคมี ได้ดี มีความ ยืดหยุ่นสูง ป้องกัน และ สะท้อน
กลับ รังสี UV ได้ดี ราคา ประมาณ 700 บาท/ตรม. (หนา 2 มม. รับประกัน
3 ปี 3 มม. รับประกัน 5 ปี) |
เป็นแบบ
ของเหลวใช้ทา หนาประมาณ 2 - 3 mm สามารถ กัน สารเคมี ได้ดี มีความ ยืดหยุ่นสูง
ป้องกัน และ สะท้อน กลับรังสี UV ได้ดี ราคา ประมาณ 450 บาท/ตรม. ( รับประกัน
3 ปี ) |
สีเซรามิค
สะท้อน ความร้อน ใน โบรชัวร์ จะเขียนไว้ว่า สามารถ หยุด ปัญหาน้ำรั่วซึม
ได้ด้วย แต่ไม่แน่ใจ ว่าจะ ดีแค่ไหน เนื่องจาก เมื่อ ทาแล้ว จะหนาเพียง
0.3 มม. ราคา 220-300 บาท/ตรม. |
ราคาทั้งหมดรวมค่ารื้อผิวเดิมและทำความสะอาดพื้นผิวงานและค่าแรงติดตั้ง
(แต่ยังไม่ได้ต่อราคานะคะ) ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป อยากทราบวิธีแก้ไขของปัญหาการรั่วซึมในแบบอื่นๆ
ด้วย คือช่วยวินิจฉัยทุกโรคเลยได้ไหมคะ เผื่อว่าภายหน้าไปเจอน้ำรั่วซึมจากโรคอื่น
ๆ จะได้รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ขอบคุณค่ะ
ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ (19/03/42)
เรียนคุณชนิกานต์
ขอบคุณสำหรับข้อมูลต่างๆที่แจ้งมาครับ แต่เพื่อให้เกิดความหลายหลาย และเกิดความถูกต้องมากขึ้น
ผมจึงได้ติดต่อผู้ชำนาญ(กว่า)ผมมาเป็นคนตอบปัญหานี้จะดีกว่า ท่านนั้นก็คือ
คุณอนันต์ พ่วงสมจิต สามัญสถาปนิก ประสพการณ์ ๘ ปี ที่รู้เรื่อง เกี่ยวกับ
technical รายละเอียดมากกว่าผมเยอะเลย ถ้าคุณชนิกานต์เคยอ่านร้อยพันปัญหาในารก่อสร้าง
หรือบทความที่ผมเขียน จะมีการ์ตูนประกอบน่ารักๆ โป๊หน่อยๆ sexy นิดๆ ก็คือฝีมือของ
คุณอนันต์ คนนี้แหละครับ
คุณอนันต์ มีชื่อเล่นว่า OTTO (อ๊อตโต้) มีภรรยาแสนสวยหนึ่งคน ลูกแสนน่ารักหนึ่งคน
แต่มีเพื่อนเยอะแยะนับไม่ถ้วน ใจดี ไม่กวนโอ้ย ทำงาน มาทั้งออกแบบ ทั้ง ควบคุมงาน
คงให้ ความกระจ่าง กับ คุณชนิกานต์ ได้ดีแน่นอนครับ
เกียรติภูมิ
ศรีสิงห์โฉม (24/03/42)
ถึงคุณ
ชนิกานต์
สงสัยผมจะ ตอบช้าไปหน่อยนะครับ เพิ่งเปิดเข้ามาดูครับ ผมเคยใช้วัสดุกันซึมอยู่บ้างไม่รู้จะใช้ได้หรือเปล่าครับ
เป็นของ xypex มันเป็นวัสดุกันซึมมีลักษณะคล้ายผงปูนซีเมนต์ วิธีใช้ ก็นำมัน
มาผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่ทางผู้ผลิตกำหนด แล้ว นำไป ฉาบหรือทาบนผิวที่ต้องการทำกันซึม(ก่อนทาจะต้องรดน้ำบนพื้นผิวที่จะทาให้ชุ่มก่อน)โดยใช้แปรงทา
ทา 2 เที่ยว หลังจากนั้นรอให้แห้งหมาดๆแล้ว ทำการบ่มน้ำด้วยการใช้ pray เป็นละอองน้ำ(ใช้ที่ฉีดยาฆ่าแมสงก็ได้ครับ)
ทำการ spray ตอนเช้า กลางวัน เย็น เป็นเวลา 3 วัน ครับ
วัสดุตัวนี้จะ ทำงานโดย สารเคมีที่ผสมอยู่ในตัววัสดุ จะแทรกตัวไปตามรูพรุนของคอนกรีตโดยมีน้ำเป็นตัวพาเข้าไป
ยิ่งโดนน้ำ มันยิ่งทำการแตกตัวไปเรื่อยๆและจะอุดรูพรุนต่างๆจนน้ำไม่สามารถซึมผ่านได้
และ เมื่อมันเจอน้ำอีก ก็จะแตกตัวต่อไปเรื่อยๆครับ ส่วนราคาถ้าไม่ผิดจะตกอยู่ที่
ตรม.ละ 180 บาท ครับ (ชื่อ xypex by crytallization ลองเข้าไปดู web ของเขาก็ได้ครับ
www.xypex.com)
NETditor (26/03/42)
ลองดู
dipetanch ของเตียวฮง เป็นของเหลวสีขาว ทาสลับกับแผ่น membrane รวมกัน 5
ชั้น flexibility สูงมาก ยืดตามเมื่อมีรอย crack ทำให้ใม่ขาด/รั่ว ลองดูนะครับ
อนันต์ พ่วงสมจิตต์ (29/03/42)
เรียน
คุณ ชนิกานต์
ผมได้กลับไป ทำการบ้าน โดยการรื้อฟื้นข้อมูลต่างๆ เพื่อหาผลิตภัณฑ์ตามชื่อที่คุณชนิกานต์ส่งมา
แต่พบเพียง 2 ตัว (คือ Solex กับ Sea Chief) ดังนั้น ขอตอบเป็นการกว้างๆก่อนดังนี้
ครับ
- ในการพิจารณา ใช้ระบบกันซึมที่ดาดฟ้า หรือ หลังคาแบน มักพิจารณาที่ระบบหลักๆอยู่
2 แบบ ตามที่คุณชนิกานต์ตรวจสอบมา คือ
1. แบบเป็นแผ่น สำเร็จรูป มาปูปิดทับ มีกรรมวิธีในการติดตั้งหลักอยู่
2วิธีการ. แบบ ที่มีกาว อยู่ในตัวเอง แกะกระดาษออก แปะได้เลย เหมือนกับ แปะ
พลาสเตอร์ กับ แบบ ที่ต้อง พ่นไฟ เพื่อให้ แผ่นรองที่เป็นสารพวก พลาสติกใต้แผ่น
ละลาย กลาย เป็นกาวเหลว ยึดติดกับแผ่น หลังคา
- ผู้ออกแบบ
มัก กำหนดให้ใช้ในกรณีที่เป็นพื้นที่กว้างโล่ง ไม่มีเหลี่ยมมุมมาก ไม่มีแท่นเครื่อง
มากมาย เพราะหากมีซอกมุมมาก หรือแท่นอุปกรณ์ ต่างๆมาก การ ตัดชิ้น งานเพื่อแปะเข้าเหลื่ยมมุมให้ได้ดี
เนี้ยบ และ ไม่มีจุดอ่อนให้ รั่วทำ ได้ยากมากครับ และต้องมั่นใจว่าจะไม่มีการเข้ามาเจาะพื้น
(เพื่อยึดจานดาว เทียม,เสาอากาศทีวี,etc.) เพราะการเข้ามาเก็บงานของระบบนี้กระทำ
ได้ยากกว่า ระบบทา และหากการเก็บงานไม่ดีพอเกิดการรั่วซึม มีโอกาสต้องรื้อทำใหม่สูง
เนื่องจากหาตำแหน่งที่รั่วไม่พบ และไล่น้ำที่อยู่ตรงกลางระหว่างแผ่นกันซึมกับ
แผ่นคอนกรีตออกไม่ได้ หรือได้ไม่หมด (ลักษณะเหมือน Sandwich) เลยไม่รู้ ว่าSlab
Concrete รั่วที่บริเวณใด "ต้องรื้อขึ้นมาทำใหม่ทั้งหมด"
- ในระบบแผ่นสำเร็จรูปนี้ สถาปนิกนิยมกำหนดให้ใช้การติดตั้งแบบพ่นไฟมากกว่าแบบ
กาวติด เพราะมีการยึดเกาะดีกว่าแบบกาว เนื่องจากบ้านเรามีฝุ่นผงมาก แม้จะทำการ
ล้างกำจัดอย่างดีแล้วก็ตาม โอกาสหลุดร่อนของแบบกาวในตัวจึงมีมากอีกทั้งคนงาน
หากติดตั้งขอบแผ่นไม่ดี ก็อาจโดนการเดินขณะทำงานเตะจนขอบเปิดให้น้ำเข้าไป
สะสมได้ ยกเว้น บาง กรณีที่มี เงื่อนไข ไม่สามารถ ใช้ระบบพ่นไฟ จึงจะมีการนำมา
พิจารณาใช้ (เช่น อยู่ใกล้แหล่งเชื้อเพลิง เป็นต้น )
----ระบบกันซึมแบบแผ่นสำเร็จรูป---- ผมพบว่าประมาณ 95% เป็นพวกสาร Bitumen
ซึ่งเป็นผลผลิตจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม แล้วเสริมด้วยเส้นใย Fiber ต่างๆ
เช่น Glass fiber หรือ Polyester ลักษณะคล้ายSandwich คือ เป็นพวก Bitumen
+ Fiber +Bitumen เพื่อให้มีความยืดหยุ่น แข็งแรง ไม่ฉีกขาดง่าย ส่วนผิวบนจะเป็นเม็ดทราย
หรือ เม็ดหินสี หรือผิวดำๆของ Bitumen ที่รอการเท topping ทับ ทั้งนี้แล้วแต่ทางผู้ออกแบบจะกำหนด
- Bitumen ที่ทางผู้ออกแบบ มักกำหนดเลือกกัน เป็น Modified Bitumen APP.
(Atactic PolyPropylene) เพราะมีคุณสมบัติที่ทนต่อรังสีUV. ได้ดี เหมาะกับ
สภาพอากาศบ้าน เรา รับแรงดึงและแรงกระแทกได้ดีพอประมาณ ไม่น่าใช้ Modified
Bitumen SBS. แม้ จะรับแรงต่างๆได้ดีกว่าก็ตาม เพราะ SBS. ไม่สามารถทน UV.
ได้
- Fiber ที่ทางผู้ออกแบบกำหนดมักให้ใช้เป็นพวก Polyester มากกว่าพวก Glass
fiber เพราะมีความยืดหยุ่นตัว และรับแรงต่างๆได้ดีกว่า (ความหนาแน่น น่าใช้ที่ไม่ต่ำ
กว่า 180 กรัมต่อตารางเมตร)
****การติดตั้ง ส่วนใหญ่ผู้ผลิตมักแนะนำให้ทารองพื้นด้วยพวก Asphalt primer
เพื่อเพิ่มการยึดเกาะและช่วยเก็บรอยแตกร้าว
2.
แบบเป็นของเหลวนำมาพ่น หรือ ทา
ในแบบนี้พบว่ามีสารที่นำมาใช้กันหลักๆ ในปัจจุบันอยู่ประมาณ 3 ตัวหลักๆ
2.1.
พวก Bitumen เหลว
เนื่องจากเป็นผลผลิตจากน้ำมันที่มีคุณสมบัติกันน้ำและความชื้นได้ดี แต่มักไม่ใช่
Modified Bitumen จึงแพ้แสงUV. ค่อนข้าง มาก จึงควรมีสีทับหน้าเพื่อป้องกันการเสื่อมเมี่อโดนแสงแดด
(เป็นเหตุผลที่ทำไมเชลล์ เวเธอร์โค้ท เบอร์ 3ที่ชาวบ้านนิยมใช้ จึงมีอายุในการเป็นสารกันรั่วซึมได้เพียง1-2ปี
)
2.2. พวก Acrylic rasin เนื่องจากคุณสมบัติที่เป็นพวก
Polymer เหลวทาแล้วเป็นแผ่นฟิลม์ และทนแสงUV. ได้ดีกว่าพวก Bitumen ธรรมดา
จึงมี การนำมาใช้มาก แต่ต้องไม่ลืมว่า Acrylic เป็นพวก Thermoplastic ที่โดนความร้อนแล้วอ่อนตัว
2.3. พวก Polyurethane ด้วยลักษณะที่เป็นทั้ง
โฟม สารเคลือบผิวแข็ง ที่ทาแล้วต่อเนื่องเป็นผืนเดียวกัน และยืดหยุ่นตัวได้บ้าง
จึงมีการนำมาใช้เป็นสารกันซึมด้วยเหมือนกัน (ความยืดหยุ่นน่าจะน้อยกว่า
Acrylic) แต่ทนแสงUV. ไม่ค่อยดี จึงควรมีสีหรือสารเคลือบเพื่อป้องกันเหมือนพวก
Bitumen
- ผู้ออกแบบมักกำหนดให้ใช้กับพื้นที่ไม่ใหญ่มาก หรือพื้นที่ที่มีซอกมุมมาก
หรือ มีแท่นเครื่อง ขาของตัวเครื่องต่างๆบนดาดฟ้าอยู่เยอะ เพราะพวกระบบทาจะทาเก็บ
งานบริเวณลักษณะน้ำได้ดีกว่า แบบแผ่นสำเร็จ ที่ต้องตัดพับเข้ามุม (การเข้าเก็บงาน
ที่มีการเจาะสกัดพื้นที่ทำระบบกันซึมแล้ว ทำได้ง่ายกว่าแบบแผ่น )
- แต่ปัญหาอยู่ที่การควบคุมความหนาให้ได้เท่ากันทั้งหมดตามที่ระบุค่อนข้างยาก
เพราะเป็นการพ่น หรือ ทา นั้นจะควบคุมความหนาด้วย"ปริมาตรต่อพื้นที่เป็นตาราง
เมตร" คนดูแลต้องคุมให้เข้มงวด และพื้นที่ทำต้องเรียบได้ระดับสม่ำเสมอ
(มิ เช่นนั้นอาจโดนอำ หรือ ไม่ได้ปริมาตร/ตรม.ตามกำหนดเพราะพื้นไม่เรียบ)
- หากต้องมีการเสริมเส้นใย Fiber ไม่ว่าในกรณี เพราะมีรอยแตกร้าวใหญ่ หรือเพื่อ
กันการขยับตัวของตัวอาคาร หรือเพื่อให้สามารถขึ้นไปใช้งานได้บ้าง Fiber
ที่
ใช้ควรเป็นแบบ Non woven Polyester มากกว่าพวก Glass fiber
****แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นระบบ พ่น หรือ ทา ผมมักจะเลือกของเจ้าที่มีสารเคลือบทับอีกที
อาจเป็นสี (เช่นของระบบเชลล์) เพื่อช่วยในการป้องกันแสง UV. และขึ้นไปใช้งานได้บ้างเบาๆ
3.
ปัจจุบันเริ่มมีการใช้น้ำยาเคมีเหลวใสที่ใช้พ่นทับผิวคอนกรีต แล้วจะทำปฏิกิริยาเกิดเป็นผลึก
Crystal ในเนื้อคอนกรีตเป็นตัวป้องกันน้ำ แทนที่ระบบ membrane
(จริงๆเข้ามาตั้งแต่ตอนปลายยุคฟองสบู่) มักโฆษณาว่าจะแทรกซึมเข้าไปตามรอยแตกร้าวแล้วตกผลึกกันน้ำ
และหากมีการแตกร้าวที่อื่นเพิ่มก็จะแตกตัวเข้าอุดรูนั้นได้อีก ผมไม่เคยใช้ไม่ทราบว่าดีหรือไม่แต่
มีวิศวกรโครงสร้างทักว่าหากจะลองใช้ให้ดูว่าผลึกนั้นไม่ควรเป็นผลึกที่เกิดจากการทำปฏิกิริยากับ
Silicate ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของคอนกรีต เพราะยังไม่ผลทดสอบที่เชื่อได้ว่าไม่ทำให้คอนกรีตเสียคุณสมบัติที่ดีไปในการใช้งานระยะยาว
(เพราะประเทศเราไม่เคยมีเขื่อนเพื่อกั้นหรือคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องของมาตรฐาน,การที่ต้องผ่านการทดสอบก่อนนำมาขายในประเทศไทยไม่เคยมี
ใช้การ ทดลองใช้งานจริงกันเอาเอง ถ้าเฮงก็ดีไป แต่ถ้าซวยก็ทิ้งเงินเปล่า
ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเหมือนกัน)
อย่างไรก็ตาม จากที่ผมสรุปกับทางผู้รับเหมาและพี่ๆที่ทำงานควบคุมงานอาคารขนาดใหญ่
ได้เนื้อหาใจความว่าการทำหลังคาดาดฟ้าที่ดีไม่รั่วน่าที่จะเริ่มจาก
1.
ทำให้ผืนหลังคามีความลาดเอียงมากที่สุด โดยจะต้องวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนทำ
Shop Drawing เพราะต้องทำการยกระดับคานช่วยในการทำ Slope ไม่เช่นนั้น ตรงปลายสุดของพื้นจะบางมาก
หรือหากใช้การเท Topping ปรับระดับ ปูนทรายที่ใช้เทปรับระดับนั้นจะหนามาก
(พื้นอาจพังก่อนจะรั่วก็ได้)
2. หลังคาคอนกรีตควรเป็นพื้นที่มีความหนา(design)
ไม่น้อยกว่า 0.15 ม. เพื่อให้มีความทึบน้ำมากพอ คือให้หน่วงน้ำฝนไหลลงท่อระบายน้ำหมดก่อนแทรกซึมลงด้านล่าง
และคอนกรีตที่ใช้เทดาดฟ้าต้องผสมน้ำยากันซึมในปริมาตรที่พอดี (มากไปคอนกรีตจะไม่ค่อนแข็งตัว
น้อยไปอาจทำให้ทึบน้ำไม่พอ)
3. อย่าทำการขัดมันพื้นดาดฟ้า เพราะการขัดมันมีขั้นตอนที่ทำให้เกิดการแตกร้าวได้มาก
การทำขัดมันผู้รับเหมาจะดำเนินการโดยโรยผงซิเมนต์บนผิวหมาดของคอนกรีต แล้วปั่นด้วยเกรียงเหล็ก
เมื่อแห้งจะเกิดเป็นฟิลม์ขัดมันที่ผิวคอนกรีตบางๆ เมื่อเจออุณหภูมิที่แตกต่างมากก็จะแตกร้าวได้อย่างง่ายข้าข่ายแข็งแต่เปราะ
(แถมดันบางอีก) แล้วรอยแตกที่ผิวเล็กๆนี้ก็จะเป็นตัวนำน้ำเข้ามาทำให้คอนกรีตดีด้านล่างเกิดการแตกร้าวตามไปด้วยในที่สุด
ดาดฟ้าจึงควรทำผิวเพียงการปาดเรียบเท่านั้น
4. งานระบบต่างๆที่อยู่บนพื้นดาดฟ้า ไม่ว่าระบบ
Drain,ระบบระบายอากาศ ควรฝังตัวจริงที่จะใช้งานไว้เลย อย่าทำการวาง
Sleeve เพื่อมาเดินท่องานระบบภายหลังมีโอกาศรั่วมาก แต่หากจำเป็นที่จะต้อง
Sleeve เพื่อกลับมาติดตั้งงานระบบให้สกัดขอบของรู Sleeve ให้หยาบ แล้วเทเก็บกันการรั่วด้วย
Non Shrink พร้อมกับการปั้น Curb ขังน้ำทดสอบไว้อย่างน้อย 1 วัน หาก ไม่ซึมหยดลงด้านล่างถือว่าใช้ได้
ถ้ายังรั่วให้สกัดออกทำใหม่
5. หากดำเนินการตาม 4 ข้อข้างต้น ระบบกันซึมทั้งหลายที่กล่าวถึง
เกือบไม่จำเป็นเลย แต่เพื่อความสบายใจ หากเป็นดาดฟ้าที่ไม่มีการใช้งาน
ให้พ่นหรือ ทาด้วยวัสดุบางๆ(ราคาได้ไม่สูงมาก) หรือหากมีการใช้งานดาดฟ้าใช้ที่มีความหนา
มีสารเคลือบกันการเสียดสี
****ผมทดลองกับผู้รับเหมาอาคารที่เบื่อแผ่น
membrane ที่รั่วแล้วหาจุดรั่วไม่พบต้องรื้อทำใหม่บ่อยๆ ทำตามวิธีข้างบนกับอาคารสูง
22ชั้น พื้นที่ดาดฟ้า ประมาณ 1,200 ตารางเมตร ผ่านมา 2 ปีกว่ากลับไปเยื่ยมอาคารยังไม่มีรายงานการรั่วซึม
คิดว่าวิธีการทั้ง 5 ข้อน่าจะได้ผล
ปล.หากต้องทำระบบกันซึมไม่ว่าแบบใด
ควรพันขึ้นมาถึงขอบ Parapet ขึ้นมาอย่างน้อย 0.15-0.20 เมตร และทำFlashing
ครอบด้วย เพราะน้ำฝนมักชะเข้าไป ระหว่างระบบกันซึมกับคอนกรีต ครับ
กรณีของคุณชนิกานต์ ที่บอกว่าพื้นเดิมเป็นแอ่ง หากไม่มากนักผมแนะนำว่าสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้สารพวก
Self Levelling เทปรับระดับก่อนได้ (เป็น สารตระกูล Epoxy อย่างหนึ่ง) เพราะสามารถเทได้บางมากโดยไม่แตกร้าว
แต่หากแอ่งใหญ่ หรือ ลึกมากไม่แนะนำ ครับ เพราะแพงมาก ให้แก้ไขโดยทำระบบกันซึมพวก
ที่ขึ้นไปใช้งานได้ แล้วใช้คนงานขึ้นไป กวาดไล่น้ำเนืองๆ จะ ประหยัดตังค์
ได้มากกว่าและ ไม่เพิ่มน้ำหนัก ให้โครงสร้าง มากจน เกินไปด้วย ครับ
****สารพ่นเคลือบที่คุย และโฆษณาว่า สะท้อนความร้อน ลดความร้อนได้ ผมลองสอบถามจากผู้ในเรื่องพลังงาน
ท่านให้ข้อคิดว่า ถ้าสามารถกันฝุ่นละออง ของบ้านเราที่มีมากมายไม่ให้ตกลงมาบดบังการสะท้อนแสง
UV. หรือ ความร้อน ก็น่าจะได้ผลดีตามที่โฆษณา และที่อ้างความเป็นฉนวน ค่าความต้านทานความร้อนของวัสดุนั้นขึ้นกับความหนาของฉนวน
ถ้าบาง 2-3 มม.ฉนวนนั้นก็ช่วยได้ แต่น้อยมาก ผมจึงต้อง ล้มเลิกความสนใจที่จะ
นำมาเป็น ปัจจัยหลักๆ ในการตัดสินใจเลือกใช้ระบบกันซึม ครับ
สรุปสุดท้าย หากผมเป็นคุณชนิกานต์ผมจะกลับไปดูว่า
1.
หลังคานั้นมีการขึ้นไปใช้งานหรือไม่? จะได้เลือกความแข็งแรงของระบบที่เหมาะสม
2. บริษัทที่รับติดตั้งมีความน่าเชื่อถือเพียงใด มีความมั่นคงดีหรือไม่ เพื่อที่
จะมั่นใจว่า ไม่ปิดบริษัทไปไหนก่อนอายุการรับประกัน
3. วัสดุของแต่ละตัวลองเทียบกับรายละเอียดที่ให้ดูนะครับ
4. ราคาและบริการหลังการขายไปด้วยกัน หรือไม่ ?
| ชื่อทาง
การค้า |
Imper |
Elvalex
|
Solex |
Sea
Chief |
Tamseal
10 F |
Ceramic
Coating |
| ชนิดวัสดุ |
แผ่นยาง
Polyester? หนา 3-4 มม. ผิวบน เป็นเม็ดหินสีดำ |
Flexible
Polymer หนา 1.5-2มม. เป็น แผ่นยางสีเทา |
Acrylic
rasin ทาหนารวม 1.5 ของเหลว+แผ่น+topcoat |
สาร
Poly urethane (โฟม) ? ทาหนารวม 3 มม.เป็นของ เหลว+topcoat |
สาร
Polymer? ทาหนา2-3 มม เป็นของเหลว |
Powder
Ceramic mix in Acrylic rasin (สีอะครีลิค) พ่นหนา 0.3 มม. |
| การติดตั้ง |
ทารองพื้น
ด้วย As-pheltic primer นำแผ่นมา ปูทับกัน ยึดติด ด้วย การพ่นไฟ |
ทารองพื้น
ด้วย As-pheltic primer นำแผ่นมา ปูทับกัน ยึดติดด้วยการพ่นไฟ |
เป็นระบบ
ทาทับเป็น ชั้น
1. รองพื้น ด้วย acry- lic poly-mer เก็บรอบร้าว
2. ปู poly- ester เสริม เฉพาะที่มี รอยร้าว ขนาดใหญ่
3. ทารองพื้นทับด้วย สาร acrylic topcoat
4. พ่นทับหน้าด้วย สาร ceramic |
เป็นระบบทาทับเป็น
ชั้น
1. รองพื้นด้วย primer poly-urethaneปิดเก็บอุด รอยแตก ร้าวที่พื้น
2. เท PU.water- proof
3. ทาทับ ด้วยสาร top coat |
ระบบทา |
เป็น
ระบบพ่นหรือทา |
| ข้อดีพิเศษ |
|
ป้องกันสารเคมีได้ดีทนแสง
UV.ได้ดี มีความยืด- หยุ่นสูง |
ป้องกันสารเคมีได้ดี
ทนแสง UV.ได้ดีมีความยืดหยุ่นสูง |
ป้องกัน
สารเคมีได้ดีทนแสง
UV.ได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง |
ป้องกันสารเคมีได้ดี
ทนแสง UV.ได้ดีมีความยืด- หยุ่นสูง |
ป้องกัน
สารเคมีได้ดี ทนแสง UV.ได้ดีมีความยืด หยุ่นสูง |
| ข้อควรระวัง |
|
|
อาจอ่อนตัวเมื่อโดนร้อน
|
ติดไฟเกิด
สารพิษ |
|
|
| ราคา
บาท/ตรม |
450
|
600
|
700
|
700
|
450
|
220-300
|
| รับประกัน |
5
ปี |
|
|
3
ปีที่ความหนา 2มม. 5 ปีที่ความหนา 3มม. |
3
ปี |
|
กระทู้จาก
Be (29/05/42)
หลังคา
คสล. slab ประมาณ 6ตรม.อยู่เหนือห้องน้ำ อ้อและมีหลังคาจั่วพาดมาลงตรงนั้นด้วย
(เป็นจุดรองรับน้ำจากหลังคาจั่วหนึ่งด้านด้วย)
พ้นที่ของหลังคาจั่วด้านนั้น(ที่พาดลงมา)ประมาณ 50 ตรม.ใช้วิธีไหนกันซึมดีครับ
มีกี่วิธีและวิธีไหนที่เหมาะ และใช้ท่อ drain ขนาดเท่าไหร่ดี ช่วยอธิบายอย่าง
ละเอียดด้วยครับ ถ้าเป็นไปได้ช่วยยกตัวอย่างยี่ห้อหรือประเภทเทียบเท่า เผื่อไปspec
ด้วยน่ะครับ
วิญญู
วานิชศิริโรจน์ (02/06/42)
เรียนคุณ
Be ครับ
ผมขออนุญาตออกความเห็นเรื่องวิธีการป้องกันน้ำซึมของหลังคา ค.ส.ล.เล็กน้อย
ดังนี้นะครับ เนื่องจากหลังคานี้ค่อนข้างเล็ก (6 ตารางเมตร) ผมสมมุติให้เท่ากับ
2x3 เมตร ก็แล้วกัน ความเห็น ส่วนตัว ผมไม่ค่อยเชื่อระบบกันซึมเท่าไร เพราะ
1.กันซึมของดีๆมักแพงมาก
2.มีอายุการใช้งาน
3.ถ้ามีน้ำขังมักจะเสียหาย และเป็นจุดอ่อนที่น้ำจะซึมลงข้างล่าง
4.ต้องการช่างผู้ชำนาญในการจัดทำค่อนข้างมาก
ข้อเสนอ
1.ให้ทำ
slopeมากๆในบริเวณหลังคา คสล. ถ้าได้มากกว่า 1:50ยิ่งดี หลังคายาว 3.00เมตร
ระยะต่างเท่ากับ 6 ซม. ไม่มากนัก โดยวิธีการต้องระบุระดับลงในแบบโครงสร้าง
ให้แสดงระดับหัว-ท้าย ของพื้น เช่น หลังคา คสล.อยู่ที่ + 6.00เมตร ให้ระบุเลยว่าพื้นด้านสูงอยู่ที่
+6.03 เมตร ด้านต่ำอยู่ที่ +5.97 เมตร น้ำที่ไหลลงบนหลังคาจะลงไปได้ง่าย
2. ออกแบบให้มีรางน้ำที่ปลายรับน้ำ โดยลดระดับพื้นลง
5-10 ซม. และภายในรางต้องมีแนวเอียงลาดด้วย 1ต่อ50 ยิ่งดี ถ้าทำได ้แนวรางควรอยู่นอกตัวอาคาร
เพือที่ว่าถ้ามีน้ำซึม จะได้อยู่นอกอาคาร ประโยชน์ของ รางนี้คือช่วยรับน้ำที่นองอยู่ที่พื้นหลังคาให้ออกจากหลังคาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
ทำหน้าที่เหมือนพื้นที่ รับน้ำชั่วคราว ทำให้พื้นหลังคาแห้งได้เร็วกว่าไม่มีรางมาก
3. แยกท่อน้ำอย่างน้อย 2 จุด ขนาดท่อยิ่งใหญ่ยิ่งดีครับ
4. ใช้หัวท่อน้ำฝนแบบที่ใช้กับการระบายน้ำฝน อย่าใช้แบบเรียบ
5.ให้มีทางขึ้นไปตรวจสอบสภาพหลังคาได้สะดวก ทำบันไดถาวรได้ยิ่งดี
แต่ระวัง อย่าให้เป็นทางที่ ขโมยเข้าบ้านได้
6. ทำระบบกันซึมตามที่ต้องการเป็นระบบเสริม โดยระบบหลักคือใส่น้ำยากันซึมที่
ค.ส.ล. เป็นอย่างน้อยครับ
กระทู้จาก:
ปริญญา (20/04/42)
อาคารเป็นอาคารสูง
24 ชั้น ผนังเป็นระบบ Pre-fab คาดว่ามีปัญหาการรั่วซึมบริเวณรอยต่อ ในบางด้านของตึก
มีน้ำรั่วซึมในเวลาฝนตก หลายชั้นมาก ขอคำแนะนำ และวิธีแก้ปัญหาด้วยครับ ตอนนี้คิดว่าจะติดกันสาดให้ผนังในอาคารด้านนั้น
จะมีทางออกอื่นหรือไม่ (เพราะติดตั้งยาก และจะน่าเกลียดมาก ๆ) และไม่ทราบจะแก้ปัญหาตรงจุดหรือไม่
วิญญู
(21/04/42)
รบกวนถามคำถามเพิ่มเพื่อความกระจ่าง
1.ผิวสำเร็จของ
pre-fab นี้เเป็นอะไรครับ
2.รอยต่อเป็นแบบ dry joint หรือ wet joint ครับ มีการออกแบบรอยต่อให้เป็นระบบ
pressure equalization หรือเปล่า
3. รอยต่อแนวตั้ง มีเข้าลิ้น แนวนอนมีบังใบหรือเปล่า
4.วัสดุอุดที่ใช้อุดรอยต่อเป็นวัสดุประเภทใดครับ
5.มีการทำระบบกันซึมที่ผิวด้านนอกก่อนทำผิวหรือเปล่า
6. ผนัง pre-fab สูง24ชั้นเลยหรือเป็นแค่บางส่วน ส่วนที่เหลือเป็นอะไร
รอยต่อระหว่างผนังกับกระจกรั่วหรือเปล่าครับ
7.รั่วทุกชั้นเลยหรือแค่บางด้าน
ปริญญา
(26/04/42)
1.ผิวสำเร็จเป็นทาสี
แต่ตอนนี้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการทาน้ำยากันซึม (ภายนอก) ไม่รู้จะแก้ได้หรือไม่
2.ไม่ทราบจริง ๆครับว่าเป็นอะไร แต่ลองอ่านแบบขยายดูแล้ว วัสดุเชื่อมคือ
cement ปิดทับด้วย Polystyrene Backing Rod และทับด้วย polyurethane sealant
3.รอยต่อแนวตั้งไม่มีบังใบ แต่รอยต่อแนวนอนมีการเข้าลิ้นซ้อนกันประมาณ 40
cm
4.ดูข้อ 2 ครับ
5.ไม่ทราบครับ
6.เป็น Pre-fab ตั้งแต่ชั้น 10 ขึ้นไป และรอยต่อขอบหน้าต่างมีการยา silicone
ไปแล้ว การรั่วซึมจึงไม่มาจากหน้าต่างแน่นอนครับ
7.รั่วบางด้าน แต่หลายชั้นครับ
วิญญู
วานิชศิริโรจน์ (29/04/42)
การแก้ไขเรื่องน้ำรั่วนั้นเรื่องแรกต้องทำความเข้าใจว่าการแก้ไขไม่ใช่ทำเสร็จในขั้นตอนเดียว
ต้องมีขบวนการหลายช่วง โดยเฉพาะการต้องยอมรับว่าต้องมีการทดลองและทดสอบ ลองผิดลองถูก
ปรับแก้วิธีการหลังจากทำไปแล้ว
ก่อนอื่น ผมคาดว่าหลังจากถามคำถามแล้วคุณปริญญาจะให้ข้อมูลได้มากจนมองภาพออก
แต่หลังจากอ่านคำตอบแล้วยังรู้สึกว่าตัวองเป็นคนตาบอดคลำช้างอยู่ครับ แต่คงไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรเพราะเราคงไม่สามารถอธิบายแบบโดยผ่านตัวหนังสือได้นะครับ
เอาเป็นว่าผมจะลองใช้ความสามารถที่มีออกความเห็นตามหัวข้อและข้อมูลที่ได้รับแล้วกันนะครับ
1. ผิวสำเร็จเป็นทาสี ก็ok ไม่มีอะไรพิเศษ แสดงว่าเราไม่มีผิว Finished ที่จะมาช่วยเรื่องการเป็น
Rain screen แก้ปัญหาขั้นแรกโดยทาน้ำยากันซึม เกิดปัญหาต่อมาคือทำไมต้องทาน้ำยากันซึม
ในขณะข้อมูลบอกว่ารั่วจากรอยต่อ ไม่ได้รั่วจากเนื้อ คอนกรีต สมมุติฐานว่าคงจะทาน้ำยากันซึมปิดรอยต่อด้วย
ใช้ไหมครับ? (ขออภัยถามอีกแล้ว) คำตอบคือคงต้องรอดูว่าได้ผลไหม สิ่งต่อมาคือดูข้อมูลน้ำยากันซึมที่ใช้ว่ายือหยุนเพียงใดสามารถรับการหดขยายตัวของรอยต่อได้หรือเปล่า
แต่สิ่งที่ผมเชื่อคือแม้จะได้ผลอายุคงอยู่ได้ไม่เกิน5ปีเพราะนั้นเป็นอายุของวัสดุกันซึมทั่วไป
ผมได้แต่หวังว่าวิธีนี้จะได้ผล คุณปริญญาจะได้ไม่ต้องดำเนินการในขั้นต่อไป
สบายใจไปเปาะหนึ่งครับ แล้วไปแก้ปัญหาอีกทีในหลายปีข้างหน้าครับ
2. รอยต่อเท่าที่อ่านข้อมูลดูคงจะพยายามเป็น
Wet joint แต่ใช้ตัวเชื่องเป็นแค่ซีเมนต์ไม่ใช้คอนกรีต จึงเกิดปัญหาวัสดุไม่ประสานกันอย่างแท้จริงเกิดรูรั่วระหว่างเนื้อวัสดุ
ไม่ได้ ใช้ระบบ pressure equalization ในการทำรอยต่อ ระบบกันน้ำของอาคารนี้ใช้ความเชื่อเรื่องของการกันน้ำโดยใช้การยึดเกาะของสารเคมีเป็นหลัก
ในความเห็นของผมผมไม่เชื่อเรื่องการกันน้ำโดยใช้สารเคมีเป็นหลัก ควรใช้การเชื่อมสารเคมีเป็นแค่องค์ประกอบส่วนหนึ่งของการทำรอยต่อกันน้ำ
ผมเชื่อเรื่องการกันน้ำโดยใช้เทคนิคเชิงกายภาพ เช่นการซ้อนทับ การทำให้วัสดุเป็น
เนื้อเดียวกัน และ การใช้ทฤษฎี pressure equalization ในการทำรอยต่อ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมถ้าต้องการได้ที่
การออกแบบผนังกันฝนสำหรับโครงการจริง. วารสารข่าวช่าง ฉบับเดือนกุมภาพันธ์
พ.ศ. 2537 หรือ วารสารอาษา ฉบับเดือนธันวาคม พ.ศ.2537 และ เรื่องเจาะรูผนังอาคารเพื่อกันน้ำฝนรั่ว.
วารสาร ข่าวช่าง ฉบับ เดือนธันวาคม พ.ศ.2536 หรือ วารสาร อาษา ฉบับ เดือนตุลาคม
พ.ศ.2537 ครับอาจเป็นประโยชน์บ้าง)
3. รอยต่อแนวตั้งไม่มีบังใบ คงต้องทำบังใบเพิ่มถ้าทำได้ โดยอาจทำไว้ด้านในหรือด้านนอกก็ได้แล้วใช้
องค์ประกอบนี้ทำเป็นช่องสำหรับระบบ pressure equalization ครับถ้าต้องการ
แนวนอนเป็นเข้าลิ้น นี้เป็นตัวปัญหาใหญ่เลยครับเพราะไม่ว่าลิ้นของแผ่นล่างจะเป็นลิ้นตัวผู้หรือตัวเมียก็ก่อให้เกิดการขังตัวของน้ำครับ
ถ้าเป็นลิ้นตัวผู้ลิ้นนั้นจะทำให้น้ำฝน ที่เข้ามาออกไม่ได้ ถ้าเป็น ลิ้นตัวเมีย
ร่องน้ำจะขังอยู่ที่รางนั้น วิธีแก้ทำยากมากครับ ถ้าเป็นลิ้นตัวผู้ต้องยาแนวที่ยอดบนของลิ้นให้ได้
ถ้าเป็นลิ้นตัวเมียให้เจาะรูด้านนอกเอาน้ำที่ขังอยู่ออก นอกจากนี้ยังคิดวิธีอื่นๆไม่ออกครับ
4. วัสดุอุดถามผู้รู้แล้วบอกว่าใช้ได้ครับเพราะ
Polyurethane ใช้ได้กับวัสดุพวกปูน แต่อย่างที่บอกแล้วว่าผมไม่เชื่อเรื่องการใช้ระบบยาแนวด้วยเคมีอย่างเดียว
เคยลองใช้วิธีการแก้ไข ด้วยวิธีการทางเคมีคือ ฉีดสารประเภทโพมเข้าไปในรอยต่อซึ่งโพมนี้จะขยายตัวอุดรอยต่อทั้งหมดจนแน่น
แก้ปัญหาได้อย่างน่าตกใจครับแต่ราคาค่าทำน่าตกใจยิ่งกว่า เพราะแพงมากๆ
5. คิดว่าคงไม่ได้ทำกันซึมเพราะจากข้อหนึ่งบอกว่าทากันซึมใหม่ คำถามอีกแล้วคือ
ลอกสีเก่าออกก่อนหรือเปล่าเพราะสงสัยว่าถ้าไม่ลอกออกกันซึมที่ทาไว้อาจหลุดได้นะครับ
6. เรื่องหน้าต่างผมยังไม่ค่อยเชื่อเรื่องไม่รั่วที่หน้าต่างเพราะ
silicone ไม่สามรถเชื่อมระหว่างวัสดุพวกปูนกับอลูมิเนียมได้ดีถ้า ไม่มีการทำผิวที่ปูนอย่างดี
เพราะเท่าที่รู้ silicon ที่ยึดกับ ปูนดี จะยึดกับโลหะไม่ดี Siliconที่ยึดกับโลหะได้ดีจะยึดกับปูนได้ไม่ดี
แต่ไม่ยืนยันเรื่องนี้ครับเพราะไม่ชำนาญเรื่อง Silicon เลย ผมยังเชื่อว่า
จุดอ่อน ของ อาคารเรื่องน้ำ ร้อยละเก้าสิบ อยู่ที่ประตู-หน้าต่าง คงต้อง
ตรวจสอบ ดูอีกครั้งครับว่าไม่รั่วจริงๆ ถ้าจริงขอแสดงความยินดีครับ เพราะเรียกว่าโชคดีจริงๆ
7. คาดว่าที่รั่วบางชั้นเพราะลมยังไม่พัดด้านใดด้านหนึ่ง ปกติด้านที่ไม่รั่วมักเป็นด้านเหนือ
เพราะลมฝนไม่มาด้านนั้น แต่ไม่ยืนยันเรื่องนี้ครับ ดังนั้นถ้าระบบที่กันน้ำทำงานไม่ได้ผลไม่ได้เกิด
จากความผิดพลาดในการก่อสร้าง อาการน่าจะเกิดทุกด้านขึ้นกันวันที่ฝนตกลมพัดด้านไหนครับ
แต่ถ้าลมพัดด้านใดด้านหนึ่งแล้วด้านนั้นน้ำไม่รั่ว แสดงว่าไม่ได้เกิดการ
ความล้มเหลวของระบบกันน้ำแต่ เกิดจาก ฝีมือ แต่ถ้ารั่วทุกด้านก็อาจเกิดจากทั้งสองกรณีคือระบบล้มเหลว
หรือผู้รับเหมาทำงานแย่ทุกจุดครับ
ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ (29/04/42)
ผมนั้นร้างลาจากงานหน้าสนามมาพอประมาณแล้ว
ตอนนี้เวลาอาคารมีปัญหาแบบนี้ ก็อาศัยประชุมคุยกันกับน้องๆที่อยู่หน้าสนาม
และผมก็มักจะหาคำตอบด้วยการตั้งคำถาม เช่นปัญหาแบบนี้ ผมก็อาจจะตั้งคำถาม
(ตัวอย่างว่า)
๑. ผนังมัน "ดิ้น" หรือเปล่า เพราะหาถ้าดินก็จะทำให้รอยต่อต่างๆมันมีรูให้น้ำเข้ามาได้
และก็อาจจะเป็นอันตรายกับชีวิตได้ ก็จะ แก้โดย การทำ
Strud & Bracing เสริมเข้าที่ผนังนั้น แล้วก็ จัดการกับ รอยต่อที่เกิดปัญหาจากการ
"ดิ้น" นั้น เพื่อกันน้ำซึม
๒. ถ้าเป็นการใช้ระบบ Backer Rod ที่ส่วนใหญ่จะเป็นระบบผนังพรีแฟบที่ใหญ่ๆ
เพราะจะเป็นตัวช่วยการยืดหดขยาย เวลาอุณหภูมิมี การเปลี่ยนแปลง ก็จะให้ตรวจสอบซิลิโคน
หรือโพลี่ยูริเทนว่า อัดเข้าไปเต็มช่องของ แบคเกอร์รอต นั้นไม๊ เพราะสารพวกซีลแลนท์นี่จะแพงมาก
ผู้รับเหมาบางรายจะยาเอาไว้แต่ฉาบหน้า เมื่อผนังคอนกรีตมันหดขยาย ก็จะทำให้
แบคเกอร์รอตนั้น "ดิ้น" คราวนี้ น้ำก็จะมา เชียวครับ วิธีแก้ (ถ้าทำได้) ก็จะไปซิลเพิ่มตามที่น่าจะเป็น หากแก้โดยวิธีปกติไม่ได้
ก็จะเข้ามาแก้ข้างในที่อาจทำเป็นผนังสองชั้น (บางๆ) บางส่วน ....ซึ่งไม่ชอบเลยครับ
๓.
ตรวจสอบดิ่ง ฉาก ระนาบ แล้วเป็นอย่างไร เพราะบางครั้งเมื่อระบบมิติความเที่ยงตรงไม่ค่อยดี
ลักษณะการไหลของน้ำก็เป็นปัญหาทันที ตรงไหนที่น้ำมาสะสมกันได้ ก็จะเกิดการเอ่อล้น
เวลามีลมกรรโชก ก็จะเกิด ซัคชั่น ไหลเข้ามาในอาคาร ส่วนใหญ่การตรวจสอบ ก็จะใช้กล้องเซอร์เวย์
ยิ่งจับเข้าไปเป็นส่วนๆของอาคาร หากเกิดปัญหาแบบนี้ วิธีแก้ก็ต้องแล้วแต่ลักษณะอาคาร
โดยคำถึงถึงธรรมชาติของน้ำที่ไหลแต่ละจุดนั้นครับ
กระทู้จาก:
ชาวบ้าน (04/04/42)
อยากทราบวิธีแก้ปัญหาน้ำซึมผนังตึกแถวชั้น
3-4 ครับ ไม่ทราบว่าเราจะมีวิธีแก้ปัญหาน้ำที่ซึมผ่านผนังของตึกแถวได้อย่างไรครับ
(ไม่มีรอยรั่วหรือรอยร้าวให้เห็น) จะทาน้ำยากันซึมด้านนอกก็ลำบากเพราะสูงมาก
จะทาด้านในได้หรือเปล่าครับ หรือมีวิธีดีๆอย่างอื่นกรุณาแนะนำด้วยครับ
ยอดเยี่ยม
เทพธรานนท์ (06/04/42)
ผมขออนุญาตสรุปข้อมูลและแนะนำเบื้องต้นก่อนดังนี้นะครับ
๑.) เป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน
๒.) ห้องแถวที่เป็นปัญหาคือห้องแถวห้องริมสุด ผนังที่มัปัญหาอยู่ติดอากาศด้านนอก
๓.) ไม่มีรอยร้าวเลย ไม่ว่าจะเป็นแตกลายงา หรือบริเวณริมคานบน-ล่างหรือเสา
๔.) แนะนำว่าอย่าเพิ่งทำอะไรเด็ดขาด หากไม่ทราบที่มาแห่งปัญหา
๕.) การทาน้ำยากันซึมไม่ว่าจะในหรือนอก ต้องพิจารณาชนิดของน้ำยาก่อนครับ
อย่าลุยทาโดยไม่ศึกษาก่อน
ขอขออนุญาตตั้งสมมุติฐานของปัญหาตามข้อมูลเบื้องต้น
ดังนี้ครับ
๑.) น้ำที่รั่วนั้นมาจากที่อื่น ไม่ได้มาจากผนัง เช่นท่อน้ำแตก ดาดฟ้าฯลฯ
แต่โผล่ออกมาที่ผนัง
๒.) ผนังหมดสภาพของผนังแล้ว น้ำสามารถเขามาโดยตรงผ่านผนังได้ทันทีที่ฝนตก
ขออนุญาตแนะนำการแก้ปัญหาจากสมมุติฐานครับ
๑.) หาที่มาของน้ำให้พบ ถ้าน้ำไม่ได้มาจากผนัง
๒.) ถ้าผนังหมดสภาพ น่าต้องรีบทุบรื้อออกทันที เพราะไม่มีความสามารถในการรับแรงแล้ว
น่าจะเปื่อยยุ่ยและเป็นโพรงมากอย่างยิ่ง ทิ้งไว้จะเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น
อาจมีความผิดทั้งทางอาญาและแพ่งได้ จะใช้วิธีกรรมที่จะเสริมความแข็งแรงของผนังที่หมดสภาพอย่างนี้
ราคาจะแพงมาก เพราะต้องใช้วิธีกรรมของ Restoration Process ไม่น่าจะคุ้มครับ
แนะนำสุดท้ายก็คือ การลองไปตรวจสอบใหม่อีกครั้งดีไม๊ครับ ว่าอาการจริงๆเป็นอย่างไร
หากข้อมูลยังยืนยันเหมือนเดิม ...ผมแนะนำให้ "ทุบทิ้ง" ครับ
ปล. สิ่งที่ผมแนะนำ และลงนามจริงเช่นนี้ แปลว่าผมจะต้องรับผิดชอบตามกฎกระทรวงฉบับที่
๘ พรบ.ควบคุมวิชาชีพสถาปัตยกรรม และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๒๗ เป็นอย่างน้อย
ซึ่งถ้าทำให้ ท่านผู้ถามเกิดความเสียหาย ท่านอาจจะฟ้องร้องเพื่อถอดถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกระผม
และให้รับโทษทางอาญาทั้งจำคุกและปรับเงินได้ครับ ....ที่บันทึก ปล. เช่นนี้ไว้
ไม่มีอะไร หรอกครับ ก็แค่เป็น ระหัส บอก พวกผมเอง เท่านั้นแหละครับ อย่าซีเรียส
...แต่ก็น่าจะซีเรียสครับ
ชาวบ้าน
(07/04/42)
ขอบคุณมากครับ
ผมได้ไปสำรวจมาแล้วครับ
1)น้ำนั้นเป็นน้ำฝนแน่นอนคัรบ เพราะว่าจะเป็นตอนฝนตกครับ
2)กำแพงนั้นไม่น่าจะเปื่อยนะครับเพราะว่าเป็นบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จครับและก็เพิ่งย้ายเข้ามา
อยู่ได้ 3-4 เดือนเองครับ
ยอดเยี่ยม
เทพธรานนท์ (09/04/42)
ถ้าให้ผมเดานะครับ
ผมว่าปัญหาน่าจะมาจากรอยต่อกำแพงกับคานและเสา ทั้งคานตัวบนและคายตัวล่าง
ทั้งเสาด้านซ้ายและด้านขวา
กรณีที่เป็นการรั่วจากคานตัวล่าง ก็เพราะก่อกำแพงแล้วมีบ่าคานที่น้ำสามารถขังได้
และรอยปูนฉาบของคานและผนังแตกร้าวออกจากกัน เมื่อผนตกมีน้ำขัง ลม ก็จะพัดพาให้น้ำเข้าตาม
รอยแยก (เกิดซัคชั่น) ผ่านก้อนอิฐ เข้าไปในห้อง
กรณีที่เป็นคานตัวบน น่าจะเกิดจากการเร่งก่ออิฐ
หรือเร่งฉาบปูน ทำให้ปูนสอไม่มีเวลาหดตัว เมื่อแห้งแล้วผนังก็จะยุบตัวลงมานิดนึง
ทำให้เกิดรอยเล็กๆแยก ระหว่างผนัง กับท้องคาน พอฝนตกลงมา น้ำ ที่ไหลมาจาก
ข้างบนผ่านตัวคาน (ที่ไม่มีบัวน้ำหยด) ก็จะเลื้อยเข้าไปตามรอยแยก แล้วก็เข้าไปในอาคาร
กรณีที่เป็นเสาทั้งสองด้าน อาจจะเสียบหนวดกุ้งไม่เพียงพอ
ทำให้ผนังแยกออกจากเสาเล็กน้อย (นิดเดียว) ทำให้ปูนฉาบของผนังกับเสามีรอยแตกเล็กไปด้วย
ตอนฝนตก น้ำพยายามไหลลงมาข้างล่าง เมื่อมีลมกรรโชก ก็จะพาน้ำเข้าไปข้างในนะครับ
ทั้งนี้อย่าลืมกรณีที่คุณสุรพลให้สังเกตุด้วย เพราะว่าน้ำอาจจะมาจากดาดฟ้า
แล้วค่อยๆไหลลงมาปรากฎอีกที่หนึ่งก็ได้นะครับ
ช่วยกรุณาตรวจสอบด้วย หากมีผลเป็นประการใด กรุณาแจ้งในกระทู้นี้ด้วย เพื่อเป็นวิทยาทานของกระผมและท่านผู้อ่านคนอื่นๆ
ต่อไปครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
ชาวบ้าน
(09/04/42)
คือน้ำไม่ได้มาจากเสาหรือไหลจากเพดานไหนเลยนะครับ
มันซึมออกมาเฉยๆครับจากตรงกลางของกำแพงครับ เป็นเพราะน้ำฝนครับ ถ้าฝนตกก็เป็น
ไม่ตกก็ไม่เป็น ครับ ไม่มีรอยร้าวครับและก็ไม่มีแทงน้ำด้วยคัรบ
ประกิตติ
(09/04/42)
ขอข้อมูลเพิ่มครับ
1. หลังคามุงกระเบื้องหรือเปล่า ถ้าใช่มีการยื่นชายคาด้านข้างหรือเปล่า
2. ถ้าหลังคาเป็น slab คอนกรีตเสริมเหล็ก มีการระบายน้ำจากหลังคาด้วยวิธีอะไร
ท่อระบายอาจรั่วอยู่ในผนัง
3. จุดที่มีการรั่วซึมอยู่ชั้นไหนของอาคาร
4. มีการช่องหน้าต่างหรือช่องแสงหรือเปล่า
5. ลักษณะผนังภายนอกมีส่วนยื่นหรือเว้าเข้ามาหรือเปล่า
ที่ถามซอกแซก .. เผื่อว่าหมอบ้านแถวนี้จะมีข้อมูลวินิจฉัยโรคได้ใกล้เคียงขึ้นครับ
ชาวบ้าน
(10/04/42)
ที่บ้านเป็นอาคารพาณิชย์ครับไม่มีหลังคาแบบนั้น
ไม่มีหน้าต่างหรือช่องแสงเลยคัรบ จุดที่ซึมอยู่ชั้นลอย และชั้น 4
ครับ
กิติณรงค์
(13/04/42)
กระผมขอตั้งข้อสังเกตุอีกประการหนึ่งนะครับว่า
ผนังอาจก่อด้วยคอนกรีตบล็อค การฉาบปูนที่ผนังคอนกรีตบล็อค บางครั้งไม่สามารถกันน้ำซึมผ่านผนังเข้าโดยตรงได้ครับ
ผมเอง ก็ยังเสนอวิธีแก้ที่ถูกต้องไม่ได้ คงต้องรบกวนเพื่อนๆ และพี่ๆ ช่วยกันปวดหัวต่อครับ
ยอดเยี่ยม
เทพธรานนท์ (16/04/42)
ผมเห็นด้วยกับคุณ
กิติณรงค์ มากเลยครับ เพราะคอนกรีตบล๊อคนั้นมันมีรู
ถ้าน้ำเข้ามาจุดใดจุดหนึ่ง น้ำจะไหลไปออกที่อีกจุดหนึ่งได้ ทำให้เราไม่ทราบเลยว่า
จุดที่น้ำเข้านั้นอยู่ที่ใด (ทราบแต่จุดออก) นะครับ
วิญญู
วานิชศิริโรจน์ (22/04/42)
ขออนุญาตแนะนำเท่าที่มีความรู้ดังนี้
สันนิษฐานว่า ผนังนี้เป็นผนังตึกแถวที่ก่อชิดที่ดินโดยก่อชิดกับตึกแถวที่อยู่ข้างๆที่สร้างชิดที่เช่นเดียวกัน
ผนังนั้นน่าจะเป็นอิฐมอญไม่น่าเป็นคอนกรีตบล็อก เพราะช่างไทยไม่นิยมใช้คอนกรีนตบล็อกถ้าไม่ถูกบังคับให้ใช้
เมื่อก่อสร้างชิดที่ทำให้ไม่สามารถฉาบปูนได้จึงต้องทิ้งให้กำแพงเป็นอิฐโชว์แนวโดยจำใจ
เมื่อฝนตกน้ำจะขังที่ร่องปูนฉาบแล้วค่อยๆซึมเข้ามาในอาคาร
แนะนำว่าให้ทำผนังอีกชั้นหนึ่งเป็นระบบกำแพงสองชั้น โดยทำใจยอมรับการซึมที่ผนังชั้นแรกไปเลย
ผนังชั้นในเริ่มโดยให้เท คสล กว้าง10ซม.สูง20-30ซม ห่างจากผนังเดิมอย่างน้อย10ซม.(ยิ่งมากยิ่งดี)
เจาะรูที่ผนังเดิมให้น้ำระบายออกด้านนอกได้หลายรู เทพื้นในช่องระหว่างผนังใหม่กับผนังเก่าให้เอียงออกไปที่รู้ที่เจาะไว้
ก่อกำแพงด้านในด้วยวัสดุที่ไม่ต้องฉาบ เช่นบล็อกคอนกรีตเนื้อแน่น
หรืออิฐขาว หรือคอนกรีตมวลเบา หรือใช้ผนังเบาเช่นกระเบื้องแผ่นเรียบโครงเหล็ก
ผนังเบาน่าจะดีกว่าเพราะไม่รู้ว่าโครงสร้างเดิมจะสามารถรับนำหนักกำแพงก่อไหวหรือเปล่า
ผนังชั้นในน่าจะแห้งเพราะไม่ถูกน้ำ ให้เจาะรูระบายอากาศที่กำแพงเดิมด้านบนเพื่อระบายความชื้นในช่องผนังออกด้วยถ้าทำได้แต่ต้องระวังอย่าให้รูนั้นเป็นช่องทางให้นำรั่วเข้ามา
รูควรเอียงออกน่าจะดี
เป็นข้อเสนอแนะนำเป็นทางเลือกครับ ไม่สามารถรับประกันครับเพราะไม่เคยใช้งานจริงแต่น่าจะแก้ปัญหาได้เพราะเราไม่สนใจกำแพงเดิมครับ
ลองตัดสินใจดูอีกครั้งนะครับ
ด้วยความเคารพครับ
ชูเกียรติ
(14/09/42)
ทำความสะอาดผนัง
ลอกสีออก รอวันอากาศดีๆ และ แห้งๆ ทาผนังด้วย ชิลิโคนน้ำของ ICI คงช่วยได้
เวลาโดนน้ำจะเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบัว และจะถูกกว่าปูกระเบื้องมาก ผมใช้กับพื้นหินทรายบ้านผม
และผนังบางส่วนป้องกันความชื้นดีเยี่ยม แต่นานปีก็อาจะต้องทาใหม่ ชิลิโคนจะแทรกตัวเข้าสู่อนุภาคของปูน
กระทู้จากประชา
ผนังอาคาร
เกิดน้ำซึม แก้ปัญหาอย่างไรดีครับ เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกชุก ทำให้ผนังบ้านผมเกิด
น้ำซึมบริเวณรอยต่อระหว่างวงกบกับผนัง ผนังดังกล่าวเป็น คอนกรีต บล็อกครับ
ไม่ทราบว่า จะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไรดีครับ
ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ (24/05/42)
ระหว่างคอนกรีตบล๊อคกับวงกบมีเสาเอ็นหรือทับหลังหรือไม่ครับ
และหากมีเสาเอ็นทับหลัง น้ำที่รั่วเข้ามา รั่วระหว่างวงกับกับเสาเอ็นทับหลัง
หรือรั่วระหว่างเสาเอ็นทับหลังกับคอนกรีตบล๊อคครับ และ
จุดที่รั่วอยู่ด้านไหนของวงกบครับ ด้านบน ด้านข้าง หรือด้านล่าง ครับ
และระนาบของวงกบนั้นอยู่ในระนาบเดียวกับผนัง
หรือยื่นออกมาข้างนอกนิดหน่อยครับ หากพอหาข้อมูลเหล่านี้เพิ่มได้
กรุณาแจ้งในนี้ด้วยนะครับ
กิมจิ
(25/05/42)
น้ำอาจจะรั่วเข้าทาง
concrete block โดยตรงก็ได้นะ เพราะ ไม่ค่อยกันน้ำได้เหมือนอิฐอย่างอื่น
ข้างในมันกลวง
ประชา
(25/05/42)
ต้องขอโทษด้วยครับที่ให้ข้อมูลไม่ระเอียด
คือว่าหน้าต่างด้านที่น้ำซึมเข้ามานี้ จะมีทับหลังและเสาเอ็นครับ น้ำที่รั่วจะรั่วตรงบริเวณรอยต่อของ
วงกบด้านข้างซ้าย (อยู่ภายในบ้าน)กับเสาเอ็นครับน้ำจะซึมตรงมุมบนของวงกบไหลย้อยตามแนวรอยต่อครับ
และระนาบของวงกบอยู่ระนาบเดียวกับผนังครับ ผมขอข้อมูลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ
ขอบคุณครับ
ยอดเยี่ยม
เทพธรานนท์ (26/05/42)
เอาซิลิโคนหรืออาคลิลิค
ยิงอุดตรงรอยต่อของวงกบด้านนอกง่ายที่สุดครับ อยู่ได้ประมาณ ๒-๔ ปีครับ แม้เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ
แต่ก็สะดวกดีครับ
วิญญู
วานิชศิริโรจน์ (02/06/42)
ผมขออนุญาตเสนอแนวความคิดวิธีแก้ปัญหานี้คือ
ให้เสริมปีกนก หรือกันสาดบริเวณเหนือหน้าต่างนี้ครับ เพื่อลดปริมาณน้ำฝนที่สาดเข้ามาที่ผนังด้านนี้
หรือถ้าทำไม่ได้ เช่นปัญหาเรื่องเขตที่ดิน วิธีที่น่าจะ พอแก้ได้ คือ ทำบัวกันน้ำ เหนือขอบหน้าต่างด้านบน โดยอาจใช้แผ่นสังกะสีพับยื่นไม่น้อยกว่า
15 ซม.ติดเหนือหน้าต่าง และงอปลายสังกะสีพับเป็นมุมดิ่งลงมา (อธิบายยาก
ต้องเขียนภาพให้ดู แต่ทำไม่ได้ครับ)
เอาเป็นว่า ทำเป็นบัวกันน้ำหยด ใส่บานหน้าต่างแล้วกัน
ผมคิดว่าวิธีนี้น่าจะได้ผลบ้าง แม้ว่าอาจแก้ไม่ให้น้ำไหลเข้าได้
100% ก็น่าจะ ลดปริมาณน้ำรั่วไปมาก ทีเดียวครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง ^-*
กระทู้จาก
หนูดี (26/04/42)
ทุกข์ของคอนโดฯ
หนูดี อยู่คอนโด (คอนโดรังนกกระจอก) เป็นเหมือนแฟลตดีดี นี่เองแต่เค้าเรียกว่า
คอนโด วันดีคืนไม่ดี มีน้ำรั่วจากห้องน้ำบน ตกลงมาห้องน้ำหนูดี ไปบอกออฟฟิศส่วนกลางเค้าบอกเจ้าของห้อง
ข้างบนแล้วเขาเฉยๆๆ หนูดีโดนน้ำรั่วใส่หัว ไม่รู้จะทำยังไงดี
ผู้มีความรู้ ช่วยอธิบาย หน่อยว่า จะต้องดำเนิน การอย่างไร จะซ่อมก็ต้องเข้าไปในห้องเขา
ซึ่งนานๆจะมาที ่แล้วไม่รู้ว่าจะติดต่อให้ความร่วมมือรึปล่าว ค่าใช้จ่ายใตรต้องรับผิดชอบ
ด้วยคะ
ยอดเยี่ยม
เทพธรานนท์ (27/04/42)
เรียนคุณหนูดี
ความผิด ความรับผิดชอบ ผู้ออกค่าใช้จ่าย คือ เจ้าของห้องข้างบนของคุณทั้งสิ้น
แต่แนวทางหรือวิธีการในการจัดการนั้น ต้องขึ้นอยู่กับ กฎ ระเบียบ ข้อตกลง
ของ นิติบุคคลอาคารชุดที่คุณหนูดีอาศัย อยู่ ว่าเราจะต้องแจ้งให้ใครทราบ
ใครจะต้องเป็นผู้รับเรื่อง ใครจะต้องเป็นคนจัดหาผู้รับเหมามาซ่อมแซม
ในกรณีที่ท่านแจ้งนิติบุคคลอาคารชุด (ผู้จัดการแล้ว)
เขาบอกว่าได้แจ้งเจ้าของห้องข้างบนแล้ว แต่ห้องต้นเหตุทำเฉยๆ ก็ต้องไปเปิดกฎระเบียบของอาคารชุดละครับว่า
บัญญัติไว้ว่าต้องทำอย่างไร เมื่อ เปิดเจอก็บอกให้เขาทำตามนั้น หากไม่มีบันทึกไว้
(ซึ่งผมว่าน่าจะมีนะครับ) ก็ทำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมกรรมการอาคารชุด (ของคุณหนูดี)
กรรมการเขาว่าอย่างไรก็ทำอย่างนั้น
หากยังติดปัญหาใดอยู่อีก อย่าเกรงใจที่จะแจ้งมาครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องการผิดกฎหมายหลายพระราชบัญญัติ
หลายมาตรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารณะสุข เรื่องอาคารชุด เรื่องการก่อสร้าง
หรือแม้แต่ประมวลกฎหมายแพ่งฯ และกฎหมายอาญา ครับ
หวังว่าคงจะพอมีประโยชน์ในเบื้องต้นบ้าง ผู้ใดมีประสพการณ์
ขอความกรุณาตอบต่อด้วยครับ
สุรพล
พฤกษ์ไพบูลย์ (27/04/42)
ผมกำลังเป็นห่วงคุณหนูดีน่ะครับ
(ชื่อเหมือนคนที่รู้จัก) ที่จริงการซ่อมก็ไม่แน่ว่าจะต้องซ่อมในห้องข้างบน
ส่วนมากมักจะต้องมาเปิดเพดานห้องของคุณหนูซ่อมซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างน้อย ก็ต้องมาเปิดดูว่ามันรั่วตรงไหน
ว่ากันไปตามกฎเกณฑ์ ก็เหมือนที่พี่ยอดว่าไว้ตอนแรกนะครับ แต่ตอนที่กำลังใช้ห้องน้ำอยู่แล้วน้ำหยดลงมาในห้องที่เราใช้อยู่นี่สิครับ
ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วนนะครับ น่าสงสารออก ใครมีทางออกทางอื่นๆมั้ยครับ?
จะไปบังคับส่วนกลางยังไงได้บ้างให้มาดูแลตรงจุดนี้ก่อน (คงต้องใช้กำลังภายใน)
ยอดเยี่ยม
เทพธรานนท์ (28/04/42)
ผมอยากได้ความเห็นเรื่องอุดรอยรั่วนี้จาก
คุณวิญญู หรือคุณอนันต์ หรือท่านผู้รู้อื่นๆ
จังเลยครับ
เพราะถ้าทำแบบผม ก็คงจะต้องเลิกฝ้าของห้องตัวเองออกมา แล้วก็เช็ดคราบและรอยชื้นให้สะอาดแห้ง
แล้วก็เอาซิลิโคน หรือ ยาเข้าไว้ก่อน (อยู่ได้ไม่กี่อาทิตย์หรอกนะครับ แล้วก็จะรั่วอีก)
เอาเวลาที่เราประวิงเวลานั้นไปลุยเรื่อง สิทธิส่วนบุคคล นะครับ ....คิดออกแค่นี้จริงๆ
ไม่ได้ถ่อมตัวนะครับ
ปริญญา
(29/04/42)
ไม่รู้หนูดีอยู่คอนโดหรือแฟลต
ปัญหานำรั่วซึม หรือปัญหาอื่น ในคอนโดรังหนู ราคาถูกเป็นเรื่อง ธรรมดา
เรา เป็นสถาปนิกย่อมรู้ดีอยู่แล้ว เพราะ พวกเราเอง เป็นผู้ออกแบบ ผม เสนอ
ให้หนูดีกลับไป เปิดตำรา ดูว่าปัญหาอยู่ที่ไหน แก้อยางไร แล้วเดินไปบอกคนรับผิดชอบ
ให้ทำตามนั้น เรื่องคงจบ ผมไม่เห็นด้วยกับเรืองไปเปิด กฎหมาย เพื่อแก้ปัญหา
เพราะไม่ใช่อาชีพที่เราเรียนมา ดีไม่ดีจะกลาย เป็น จับผิดสถาปนิกพวกเรากันเอง
แบบที่สถาปนิกรุ่นพี่บางคนชอบทำ สภาวะอย่างนี้ช่วยกันดีกว่าจะหาคนผิด บ้านเมืองเราจะได้เดินหน้าเสียที
วิญญู
วานิชศิริโรจน์ (29/04/42)
ขออนุญาตออกความเห็น
มองต่างด้านนิดหนึ่งครับ การแก้ปัญหาทางเทคนิคเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างแน่นอนและต้องทำก่อนเพื่อลดความเดือดร้อนในทันที
แต่การเปิดกฎหมาย ก็เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อการรักษาสิทธิของเราไม่ให้ใครมาแกล้งหรือระเมิดสิทธิที่เป็นของเรา
แม้กฎหมายจะไม่ใช่อาชีพของเรา ผมกลับพบว่า ในการปฏิบัติวิชาชีพ สถาปนิก กลับต้อง
เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้มากๆ เช่น กฎหมายควบคุมอาคาร สถาปนิกหลายคนมักละเลยที่จะรับรู้เรื่องนี้เพราะมัน"ไม่สนุก"
ชอบออกแบบอย่างเดียว ถ้าเราไม่สนใจรอจนผลมากระทบตัวจึงลุกขึ้นสู้ผมว่าสายไปหน่อยครับ
เราส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ทนาย ทนายจะเก่งนี้นี้ที่สุด
ผมตอบได้ว่าไม่จริงครับ ผมเคยเถียงกับนักกฎหมายมาหลายคน เคยแย้ง ข้อสัญญา
ที่ทนาย เขียนมาแล้ว หลายฉบับ ไม่มีใคร ผูกขาดเรื่องนี้ได้หรอกครับ อย่าให้เรื่องนี้เป็นที่ผ่านไปครับ
เรียนรู้มันและอยู่กับมันไม่เช่นนั้นเราจะเป็น ทาษ ของ นักเลือกตั้ง และ
นักกฎหมาย ตลอดไป ขออภัยครับนอกเรื่องไปหน่อย ขออนุญาตทำตามคำสั่ง
ท่านอาจารย์ ที่ผมเคารพนิดหนึ่ง นะครับ ท่านอาจารย์ยอดเยี่ยมสั่งมาคงต้องตอบคำถามนี้ทั้งๆที่คิดว่าอาจหาคำตอบให้ดีๆไม่ได้นะครับ
เรียนท่านหนูดี
ผมเสนอว่าอย่างนี้ครับ แก้ตามอาการ เริ่มโดยอาจต้องรื้อฝ้า หรือถ้าเปิดฝ้าได้โดยมีระยะเหนือฝ้าทำงานได้ก็ไม่ต้องรื้อฝ้าครับ
ยิ่งเป็น ทีบาร์ยิ่งดีครับ
อาการแรกถ้าเป็นน้ำหยดลงบริเวณห้องไม่ชิดผนัง ให้จ้างคนทำท่อน้ำฝนสังกะสีทำรางรองข้างใต้ต่อท่อลง
Floor drain ครับ
ถ้าน้ำไหลมาตามผนังให้ทำแผ่นครีบกว้าง10ซม. ติดผนังนั้น ทำมุมเอียงออกยาแนวไม่ให้น้ำไหลผ่านครีบออกมาได้
ทำรางรองใต้ปลายครีบ ต่อท่อไหลลง floor drain
ผมรู้ว่าการทำยุ่งยากแต่นอกจากวิธีนี้แล้วผมคิดวิธีอื่นไม่ออกจริงๆ
นอกจากต้องไปซ่อมขนานใหญ่ เพราะ คาดว่า การรั่ว คงไม่ใช่ท่อซึม เพราะ ถ้าท่อซึม
แก้ง่าย และ แก้จากข้างล่าง ได้ อาการนี้เดาว่าน่าจะเป็น floor drain ที่พื้นรั่วซึ่งเป็นการซ่อมที่ยากที่สุด
(เคยเจอมาแล้ว)ซึ่งต้องสกัดพื้นทำใหม่ ฝัง floor drain ใหม่ แต่อาจจะเดาผิดครับ
ได้แต่หวังว่าอาการคงไม่หนักขนาดที่ต้องทำตามที่ผมบอก
แค่ให้ช่างปะปาเอาคีมมาขันท่อเข้าที่แล้วน้ำหยุดรั่วเถอะครับของเภาวนาสาธุ
-_-
คำตอบ
จาก: ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ (29/04/42)
สงสัยผมจะกลายเป็นเจ้าสถาปนิกบ้ากฎหมายคนนั้นแหงเลย
ถ้าไม่เป็นที่พอใจผู้ใดก็ "ขอโทษ" ด้วยนะครับ
ขอเสริมคุณวิญญูนิดหนึ่งก็คือ คอนโดรังนกกระจอกนั้น พื้นส่วนใหญ่จะเป็นระบบพื้นสำเร็จ
การเทคอนพื้นคอนกรีตจึงมีน้อยมาก เพราะจะเป็นคอนกรีตเทกับที่เฉพาะ ที่ระเบียง
บันได แล้วก็ห้อวน้ำ ดังนั้นตอนก่อสร้าง ผู้รับเหมาจึงไม่ค่อยระมัดระวังเรื่องการ
Block Out ของพวกท่อน้ำต่างๆ ถึงเวลาก็เจาะพื้นเอา แล้วก็ใส่ท่อแนวตั้งลงไป
...แน่นอนว่า การที่ไม่ได้ blockout หรือ ฝังสลิฟเอาไว้
จะทำให้มี ช่องว่าง ระหว่าง ผิวท่อด้านนอก กับผิวพื้นคอนกรีต แล้วเขาก็จะเอาปูนทรายเทลงไปให้เต็มช่องว่าง
ปัญหามันเริ่มมาเกิดก็เพราะปูนทรายนั้นหดตัว หากท่อแนวตั้งสั่นเพราะแรงดันอะไรสักอย่างในท่อด้วย
ก็จะยิ่งทำให้เกิดช่องว่างเป็นรูเล็กๆตรงปูนทรายที่อุกเอาไว้ เมื่อ มีการใช้ห้องน้ำ
น้ำ ที่เทลงบนพื้นห้องน้ำ ก็จะไหลมาตามรูนั้น (ตอนใช้แรกๆไม่เป็นไร เพราะสภาพปูนทราย
หรือปูปูกระเบื้องยังดี และช่วยกันน้ำอยู่บ้าง) น้ำก็เลยไหลลงมาสู่ห้องของคุณหนูดีไงครับ
วิธีการแก้ไขแบบปกติ ก็จะต้องขึ้นไปห้องข้างบน
เลาะกระเบื้องออก แล้วก็สกัดปูนทราบเดิมออก ใช้ปุน Non Shrink (ปูนที่มีผงเหล็กผสมอยู่
พอตอนเซ็ทตัว ปูนจะหดตัวลง แต่ผงเหล็กจะเกิดอ๊อกไซด์ขยายตัวขึ้น ทำให้สภาพของปูนทั้งหมดไม่หดตัว)
หรือจะใช้สารประเภทที่ท้องตลาดเรียกว่า กาวซีเมนท์ (Water Plug) อุดลงไปก็ได้ครับ
สำหรับวิธีการที่ไม่ปกติ ที่เราต้องซ่อมจากห้องของเรา
ก็ต้องเปิดฝ้าเพดาน แล้วก็ค่อยๆสกัดปูนทรายออกบ้าง (พื้นหนา ๑๐ ซม. ก็สกัดสัก
๕ ซม.) อย่าสกัดไปถึงพื้นข้างบน เพราะ จะไปมีเรื่องกับเขาได้ แล้วก็ใช้ Water
Plug หรือสารประเภท Epoxy ค่อยๆยาขึ้นไป เอาไม้เล็กๆปิดไว้เพื่อเป็นไม้แบบ
ไม่ให้สารที่เราอุดเอาไว้ ร่วงหล่นลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ....ก็พอไหวครับ
ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงการตั้งสมมุติฐานว่าเกิดจากการไม่ได้
Blockout พื้นคอนกรีตตอนเทคอนกรีตเท่านั้น อาจจะมาอีกจากสาเหตุอื่น ซึ่งท่านเจ้าของกระทู้อาจจะให้
ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อคุยกัน และ ช่วยกันหาทางออกครับ
สมศักดิ์
(30/04/42)
ผมพึ่งซ่อมห้องน้ำรั่วที่บ้านตัวเองมาครับ
อาการคล้ายที่คุณหนูดีบอกเลย แต่ดีที่เป็นบ้านเราเองก็เลยจะเปิดจะมุดอย่างไรก็ได้
ส่วนสาเหตุนั้น สุดท้าย ก็ต้องไปด ูครับ ว่ามาจากอะไร แล้วก็หาทางแก้
ตาม ที่ พี่ทั้งหลายแนะนำ เพราะ เดี๋ยวจะแก้ไม่ตรงจุด
เรื่องเปิดกฏหมาย
หรือ กฏระเบียบต่างๆ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นครับ กฏหมายเป็นเรื่องของทุกคน
ไม่ใช่เรื่องของพวก ทนาย แต่ ทนาย มีหน้าที่ คอย ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ ในการ
ใช้กฏหมาย ครับ ที่จริงวัฒนธรรมการอยู่คอนโดมันไม่ค่อยเข้ากับคนไทยเท่าไรอยู่แล้ว
เรื่องของการเคารพสิทธิ และ ความรับผิดชอยต่อหน้าที่ นี่ยังไม่นับรวมพวกที่ซื้อไว้เก็งกำไร
พอสร้างเสร็จไม่ได้มาอยู่ คอนโดที่ผมอยู่มีปัญหามาก จะตั้งกรรมการซักชุดแทบตายกว่าจะได้เสียงครบตามกฏหมาย
การลงมติเรื่องอะไรก็ทำไม่เคยสำเร็จเพราะไม่มีใครสนใจเข้าประชุม
บ่นมากไปหรือเปล่านี่ ขอโทษด้วยครับ ขอเอาใจช่วยคุณหนูดีให้แก้ปัญหาได้โดยเร็วครับ
ถ้าไม่รู้ทำไงก็ให้เปิด ฝ้าห้อง ตัวเอง ทำราง รองน้ำไปทิ้งก่อนครับ อย่างที่มีคนแนะนำไว้แล้ว
น่าจะดีที่สุด
ปริญญา
(01/05/42)
พอเปิดประเด็น
ก็เลยมีคนร่วมวง ขออนุญาตหนูดีไม่พูดเรื่องนำรั่ว เพราะได้ข้อแนะนำไปเยอะแล้ว
แต่จะขยายความที่แนะนำไป ไม่ค้านทุกคนเรืองการรักษาสิทธิ เพียงแต่เสนอว่าเวลาเกิดปัญหา
อย่าไปเริ่มที่คนอื่น แต่อยากให้เริ่มที่ตนเอง จนรู้แน่ชัดแล้วค่อยขยายวงออกไป
เท่านั้นเอง หากเรื่องนี้ไม่เข้าท่าก็ขออภัย
อนันต์
พ่วงสมจิตต์ (01/05/42)
ผมเห็นด้วยกับผู้รู้หลายๆท่านที่แนะนำมาล้วนเป็นวิธีการแก้ปัญหาได้ทั้งรูปแบบระยะสั้นและระยะยาว
(การทำรางน้ำ) แต่ขอเพิ่มเติม นิด ครับว่า ควร อย่างยิ่ง ที่จะเปิดฝ้า
เข้าตรวจสอบ ถึงสาเหตุ ที่แท้จริงก่อน แล้วจึงเริ่มต้นคิดว่า จะซ่อมด้วยวิธีการขอผู้รู้ท่านใดที่เหมาะสมกับต้นเหตุที่พบ
ทั้งนี้เพราะ ผมเคย เจอปัญหาลักษณะนี้ แล้วก็จะทำการซ่อมคิดหา วิธีซ่อมอย่างดีซื้อวัสดุราคาแพงมาเตรียมการ
แต่พอเปิดฝ้าเพดานจะซ่อมก้ต้อง.โอละพ่อ..
พบว่าปัญหาที่เกิดมาจากช่างมักง่ายไม่ยอมทากาวยาท่อ
PVC. เพียงสวมไว้ เฉยๆ เมื่อใช้ไปแรกๆ ไม่ออกอาการ เพราะ ปริมาตรน้ำ ที่ลงมายังไม่มาก
แต่นานเข้า น้ำมีมากก่อนเลยรั่ว อุปกรณ์ที่ซื้อเตรียมไว้ไม่ได้ใช้เลยครับ
แถม ยังต้องวิ่งไปซื้อ กาวยา ท่อPVC.มาใหม่อีก ก็เลยอยากจะเตือนกันไว้ก่อน(จะได้ไม่โง่เหมือนผมครับ
...)
และขอเสริมอีกนิดครับ ..เรื่องหากจะซ่อมด้านล่างด้วยระบบน้ำยาเคมีแบบฉีด(INJECTION)ไม่ควรที่จะซื้อหามาทำเองเพราะราคาวัสดุแพง
และ ต้องใช้อุปกรณ์ พิเศษมาก อีกทั้ง ต้องมีความชำนาญด้วย จึงจะได้ผล (จ้างพวกที่เขารับทำมาทำให้จะ
ดีกว่าแถมได้การันตีด้วย) เพราะ อ่านคำแนะนำของ คุณยอดเยี่ยม แล้วกลัว ท่านที่อ่าน
คิดว่าทำเองได้ง่ายจังซื้อ มาทำเองแล้วจะสิ้นเปลืองครับ (ถ้า ต้องใช้ระบบฉีดจริงๆ
อยากแนะนำ ให้ใช้เป็น สาร POLYURETHAN ชนิด ONE PART เพราะพวกนี้จะขยายตัวเวลาโดนน้ำปกติใช้ในการซ่อมสระว่ายน้ำ
ราคาจะสูงกว่าชนิด EPOXY แต่ดีกว่าตรงที่เค้ามีการขยับตัวได้ครับ)
หวังว่าคุณหนูดี จะแก้ปัญหาได้สำเร็จ ทั้งทางด้านกฏหมาย
(ที่กำลังถกกันอยู่)และทางด้านปัญหาน้ำกวนใจครับ
กระทู้จาก
sara (07/06/42)
หลังคากระเบื้องซีแพครั่ว!
ควรทำไงดี
Jam
(08/06/42)
เห็นได้ไงว่ารั่วตรงไหน
น้ำฝนลงมาบนฝ้าเพดานเข้ามาในห้องหรือเปล่า อาจเป็นที่ตะเฆ่ราง หรือ ครอบ
หรือ ที่ชนกับกำแพง ฯลฯ ที่ไหนสักแห่ง ต้องบอกรายละเอียดมาหน่อย
จะได้วิเคราะห์กันถูก
CPAC
(08/06/42)
กระเบื่องแผ่นไหนแตกหรือเปล่า
sara
(09/06/42)
ส่วนที่รั้วจะ
เป็นช่วงรอยต่อของกระเบื้องบริเวณกลางหลังคานะครับส่วนที่ว่ามีแตกหรือไม่เท่าที่ตรวจสอบดูไม่มีแผ่นที่แตกครับ
omni
(09/06/42)
Did
you check distance OVERLAPING of each roofing tile ? The tiles may overlay
together too narrow (short), you may check your roofing with it's standard
instalment catalogue.
Jam
(10/06/42)
อาจเป็นที่
ปูนทราย บริเวณครอบสันหลังคาแตกก็ได้
นิสิตตต
(06/09/42)
ลองดูว่า
กระเบื้อง เนี่ยเรียง ถูกรึเปล่าด้วยครับ ต้องเรียง แบบสลับนะครับ ถ้าผมจำไม้ผิด
ถ้าเรียงแบบเป็นแนวอย่างกระเบื้องลอนคู่นี่รั่วชัวร์ครับ 100% ลองดูนะครับ
ผู้รับเหมาของคุณ อาจพลาดด้วยประการฉะนี้ได้
|