rOOt

เรื่องน่าสนใจจาก ASA Web board

ผู้จัดทำคัดข้อมูลเหล่านี้มาจากกระทู้ ใน อาษาเวบบอร์ด ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ นำมาจัดทำและ เรียบเรียงขึ้นมาใหม่ ผู้จัดทำ ใคร่ขอ ขอบคุณ ท่าน เจ้าของกระทู้และ คำตอบมา ณ.ที่นี้ ถ้ามี ความผิดพลาด ใดๆ ผู้จัดทำ ขอรับไว้ แต่เพียงผู้เดียว

 

ข้อมูลเรื่องไม้


กระทู้จาก ชลินทร์ (30/06/42)
สีทาอาคารและน้ำยารักษาเนื้อไม้ที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องการทราบชนิด,ประเภทและคุณสมบัติของสีและน้ำยารักษาเนื้อไม้ ที่ใช้ในงานก่อสร้างโดยทั่ไป    ใครมีข้อมูล หรือ รายชื่อ WEB SITE ที่เกี่ยวข้อง กรุณาให้รายละเอียดด้วย ขอขอบคุณมากๆๆ ครับ

ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ (30/06/42)
แนะนำว่า ติดต่อที่บริษัทสีครับ เขามีรายละเอียดครบถ้วนดีครับ เป็น Hard coppy ด้งยครับ (เก็บไว้ใช้วันหลังได้ครับ) ถ้าให้ดีก็ถามไปที่บริษัทที่มีสถาปนิกอยู่ก็ยิ่งดี (พูดภาษาเดียวกัน)  เช่น I.C.I., Jotan, Pamastic ครับ (ให้รายละเอียดมากกว่านี้ไม่ได้ เดี๋ยวกระทู้ถูกตัด เพราะจะเป็นการโฆษณาครับ)

ดำรงค์ (01/07/42)
ประเภทของสีสำหรับทาพื้นผิวไม้ (ตามเอกสารที่ผมมีนะครับ) ระบบสี สีรองพื้น สีทับหน้าเที่ยวที่ 1 เที่ยวที่2 ตัวทำละลาย
1.สำหรับพื้นผิวไม้ใหม่ สีอลูมิเนียมวู๊ดไพร์เมอร์ สีเคลือบเงา ซุปเปอร์กลอส ทินเนอร์ P 20-50  สีประเภทอัลขิด เรซิ่น aluminium wood primer super gloss enamel synthetic alkyd resin
2.สำหรับพื้นผิวไม้ที่เคยทาสีมาแล้ว สีอันเดอร์โค้ท สีอคริลกลอส ทินเนอร์ P 20-50 สีประเภทอัลขิด เรซิ่น undercoat acrylgloss synthetic alkyd resin (solvent base, gloss finish)
3.สีน้ำประเภทอครีลิค 100% - - น้ำสะอาด acrylic,water base
การเตรียมพื้นผิว.....
- พื้นผิวไม้ใหม่ : ควรขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบและเช็ดฝุ่นละอองออกให้หมด
- พื้นผิวไม้ที่เคยทาสีมาแล้ว : ถ้าสีเก่าอยู่ในสภาพที่ดี ควรขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบ ล้างทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากคราบไขมัน ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ ควรล้างน้ำสะอาดแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
: ถ้าสีเก่าหมดสภาพควรลอกสีเก่าออก ขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบแล้วเช็ดฝุ่นละอองออกให้หมด
ผมพยายามแยกเป็นตารางนะครับ แต่แยกไม่ได้  คงอ่านยากนิด ซึ่งผมแยกๆไว้เป็นเรียงๆกันไปนะครับตาม ระบบสี-สีรองพื้น-สีทับหน้าเที่ยวที่1 เที่ยวที่2-ตัวทำละลาย


ข้อมูลเรื่องไม้ชนิดต่างๆ

ชื่อไม้

ชื่อพฤษภศาสตร์

ความแข็งแรงในการดัด
(กก./ซม.2)

ความแข็ง
(กก.)

ความทนทาน
(ปี)

หมายเหตุ

ไม้แดง Xylia kerrii Craib&Hutch. 1,305 1,030 15.9  
ประดู่ Pterocarpus spp. 1,334 925 14.7  
มะค่าแต้ Sindora spp. 1,221 1,294 มากกว่า 7.0 ผลการทดลองยังไม่สิ้นสุด
มะค่าโมง Afrelia Xylocarpa Craib. 1,229 808 10.7  
สัก Tectona grandis Linn.f. 1,045 489 16.0  
หลุมพอ Intsia bakeri Prain 1,626 772 14.5  
สนประดิพัทธ์ Casuarina junghuhniana Miq. 1,525 865 4.6  
สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh.) 1,000 402 4.9  
สนสามใบ (Pinus Kesiya Jungh.) 1,055 404 3.2  

หมายเหตุ

  • ความแข็งแรงในการดัด คือค่าที่ทำให้ไม้เกิดแตกหัก
  • ความแข็ง คือ แรงที่ใช้ในการกดลูกปืนให้จมลงในเนื้อไม้ในระดับที่กำหนด
  • ความทนทาน คือ ความทนทานตามธรรมชาติของไม้ที่ปักลงดิน ทนต่อมอด ปลวก และทนต่อการผุ (ทดลองจนไม้หัก)
  • ถ้านำไม้เหล่ามาทำปาเก้ ซึ่งต้องทนการเหยี่ยบย่ำ น่าจะนำเอาค่าของความแข็งแรง มาพิจารณา
  • ไม้แดงที่เกิดการบิดตัวน่าจะเกี่ยวกับความชื้นในไม้ที่ใช้ทำปาร์เก้ (ความชื้นต้องต่ำกว่า16% จึงจะถือว่าเป็นไม้แห้ง)
  • ความทนทานเฉลิ่ย(ปิ) เป็นผลทิ่ได้จากการทดลอง โดยใช้ไม้ตัวอย่างเเต่ละชนิดที่เป็นแก่นล้วน ไม่มีกระพี้ ไม่มีตำหนิ ลักษณธดี ขนาด 5ซม. สี่เหลี่ยมยาว 50 ซม. ความชื้นไม่เกิน 20%ผังลงไปในดิน ประมาณ 25 ซม. กระจายไปทั่วแปลง ทดลอง ในที่กลางแจ้ง ตากแดด ตากฝน ตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย แล้วทำการตรวจสภาพของไม้ เพื่อเก็บสถิติ ทุก 6เดือน จนไม้ตัวอย่างผุผังเสียหายจนหักไป ถือว่าสิ้นสุดการทดลอง แล้วตึงเฉลี่ยค่าความทนทาน

ข้อมูลจากไม้เนื้อแข็งของประเทศไทย ฝ่ายวิจัยไม้กรมป่าไม้ สนับสนุนการค้นหาข้อมูลโดย คุณกฤษฎา หิรัญพานิช


ข้อมูลเรื่องไม้ เพิ่มเติม โดยคุณยอดเยี่ยม เทพทานนท์
ไม้แดง มีความแข็งมาก ทำให้เวลาเกิดความชื้นหรือร้อน และขยายตัว จะดันจนกำแพงแตกได้ (กรณีเป็นพื้น) หรือ หากไปตีชิด ทำฝ้าเพดาน (ชายคา) ด้านนอกบ้าน ก็จะดันจน เครื่องหลังคา มีปัญหาง่าย ต่างกับไม้สักหรือมะค่า ที่อ่อน/แข็ง แต่ยืดหดตัวน้อยกว่าครับ ยิ่งถ้าเป็น ตะเคียนทองแท้ (ต้องมีรอยมอดป่า) การยืดหดค่อนข้างน้อยมาก ครับ เอาไปทำวงกบละก็ ดีมากเลย
ไม้ประดู่
ส่วนใหญ่คือ ประดู่แดง หรือ ประดู่เหลือง ความแข็งใกล้เคียงกับไม้แดง แต่ยืดหดน้อยกว่า (ถามจากช่างไม้ และช่างทำวงกบมาหลายราย) แต่คนไม่ค่อยชอบ เพราะ สีบางครั้งออกเป็นจ้ำๆ (ไม่สวยเหมือนมะค่า) แต่ก็ไม่เรียบร้อย เหมือน ไม้แดง ตอนแรกๆ ก็เลยไม่เป็นที่นิยมกัน ... จนมาปิดป่าไม้แดง เมื่อหลายปี มานี่แหละครับ ไม้ประดู่ จึงเริ่มเป็นที่รู้จักกัน อย่าง จริงจัง ครับ


คำถามจาก: ธนา (11/09/42)กรณ์(22/09/42)
ขอถามเรื่องการเตรียมพื้นปูนก่อนการปูปาร์เกต์   ผมต้องการปูปาร์เกต์ที่พื้นชั้นล่าง ซึ่งหลายคนบอกว่าให้ระวังเรื่องความชื้นจากพื้นดิน บ้านผมเป็นพื้นยกสูงจากพื้นดิน 60ซม ใช้แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปวางแล้วถึงเทปูนทับอีกทีนึง ผมอยากทราบว่า
1 ผมควรจะปูแผ่นพลาสติกก่อนเทปูนทับพื้นสำเร็จรูปหรือเปล่าครับ
2 พื้นปูนควรเทหนาเท่าไรครับ
3 น้ำยากันซึมที่ใช้ผสมปูน สามารถใช้แทนแผ่นพลาสติก ได้หรือเปล่าครับ อันไหนดีกว่ากันครับ  มีบางคน บอกผมว่า ไม่สามารถใช้น้ำยากันซึมได ้เนื่องจากน้ำยากันซึม จะ ใช้ใน กรณีที่ กันน้ำไม่ให้ไหลผ่าน เช่นพื้นระเบียงครับ ได้รับเอกสารจากบริษัทโฟร์พัฒนาเกี่ยวกับ มาตราฐาน การก่อสร้าง ว่าด้วยเรื่อง การปูปาร์เกต์ กล่าวว่า "ระบบเทพื้นวางบนคาน (On beam) กำหนดให้ปูพลาสติกบนพื้นที่ปรับระดับ แล้วจึงวางเหล็กเทพื้นคอนกรีตผสมน้ำยากันซึม (Plastocrete-N) และ ยังป้องกันอีกขั้นก่อน การปูพื้นผิว"ด้วยผสมน้ำยากันซึม Sika Lite ในส่วนที่เป็นปูนทรายที่จะปรับผิวหลังจากเทพื้นคอนกรีตแล้ว" ผมอ่าน แล้วไม่ค่อยเข้าใจ จึงอยากเรียนถาม ผู้ที่มีความรู้ทางช่าง ช่วยอธิบายด้วยครับ
4 เขาปูพลาสติกบนพื้นดินก่อนวางพื้นสำเร็จรูป หรือวางพื้นสำเร็จรูปก่อนแล้วจึงปูพลาสติกทับ
5 ถ้าใช้พื้นสำเร็จรูปแล้วเวลาเทพื้นปูนทับ ทำไมต้องวางเหล็กด้วยครับ เหล็กที่ว่านี้เป็นเหล็กอะไรครับ
6 ทำไมต้องใช้น้ำยากันซึมถึง2 ครั้งครับ

วิญญู วานิชศิริโรจน์ (14/09/42)
ก่อนออกความเห็นเรื่องนี้ ผมขออนุญาตออกความเห็นในมุมอีกมุมนะครับ   คือ ในความคิดแล้ว ไม่แนะนำให้ปูปาเก้ หรือพื้นไม้ที่ชั้นล่างของบ้านนะครับ เพราะโอกาส พื้น ไม้ได้ รับความเสียหาย เนื่องจาก ความชื้นจะมีมาก รวมทั้งการใช้งานปกติ ก็อาจมีโอกาสทำให้พื้นไม้ได้รับความเสียหาย อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เราใช้งานพื้นใช้ล่างในลักษณะที่หนัก กว่าพื้นชั้นบน ความเห็นก็คือน่าจะหาวัสดุอื่นๆมาปูแทนไม้น่าจะดีกว่า ท่านเจ้าของบ้าน ในระยะยาวครับ และถ้าชอบไม้จริงๆ ไปปูที่ชั้นบนดีกว่าครับสำหรับความเห็นเกี่ยวกับคำถามมีดังนี้ แม้จะทำพื้นสำเร็จรูปสูงจากดิน ก็ตาม ความชื้นของอากาศที่ขังอยู่ระหว่างดิน กับพื้นอาจกลั่นตัวที่ท้องพื้น โดยเฉพาะถ้าด้านบนเป็นห้องปรับอากาศ อันนี้คงต้องเสี่ยงเอานะครับ มีคนแนะนำว่าให้เจาะรูระบายอากาศให้กับช่องว่างนี้ แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะจะกลายเป็น เอาน้ำเข้าไปมากกว่า รวมทั้งพวกสัตว์ประหลาดต่างๆ อีกด้วยนะครับ
1.ไม่ควรปูพลาสติกก่อนเทปูนทับพื้นสำเร็จ เพราะจะทำให้พื้นสำเร็จกับปูนทับหน้าไม่เชื่อมประสานกัน ทำให้พื้นสำเร็จไม่มีกำลังในการรับน้ำหนัก   หรือ แม้แต่ให้ ปูพลาสติก ระหว่าง ปูนทรายปรับระดับ กับพื้นคอนกรีต ก็ไม่แนะนำ เพราะปูนทรายจะร่อนในเวลาไม่นานนักครับ หรือ จะปูระหว่างช่องอากาศกับท้องพื้นสำเร็จ ก็ไม่แนะนำอีกแหละ เพราะทำงานยาก การควบคุมให้พลาสติกปิดช่องว่างอากาศก็ไม่น่าจะทำได้ สรุปวิธีปูพลาสติก เลิกไปสำหรับระบบพื้นแบบนี้
2.พื้นปูน ถ้าหมายถึง _Topping ของพื้นสำเร็จ ให้ดูรายละเอียดของผู้ผลิต ครับ แต่เท่าที่จะได้ อย่างน้อย เมื่อเทแล้วต้องหนาไม่น้อยกว่า 10 ซม. แต่ตรวจสอบกับผู้ขายดีกว่าครับ ชัวครับ  ส่วนปูนทรายปรับระดับ เทเท่าที่ทำให้ระดับเสมอครับ ไม่ต้องมาก เพราะจะทำให้พื้นหนัก ปกติก็ประมาณ 2-3 ซม. แต่เชื่อว่า ช่างไทย ทำได้มากกว่านี้แน่นอนครับ
3.อันนี้แนะนำครับ ผสมน้ำกันซึมน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่คิดได้ครับ หายี่ห้อดีๆหน่อย การกันซึม กันทั้งซึมลงล่าง และกันซึมขึ้นบนครับ   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังคงความเห็นเหมือนที่บอกได้ในตอนต้นๆนะครับ
4. ดูคำตอบข้อ 1 ตอนท้าย
5. การที่ต้องใช้เหล็กเสริม + เท ทับหน้าพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปนั้น เพราะ ในการผลิตพื้นนั้น ผู้ผลิตไม่ได้ออกแบบให้พื้นสำเร็จรูปรับแรงได้ทันทีที่วางบนคาน แต่จะใช้ วิธีให้มี การเท คอนกรีต+เสริมเหล็ก หลังการติดตั้ง เพื่อให้พื้นแข็งแรงขึ้น จนรับน้ำหนักได้ครับ (อันนี้ไม่ใช้ทุกชนิดนะครับที่เป็นลักษณะนี้ พื้นสำเร็จรูป บางแบบ เมื่อวางแล้ว สามารถรับ นน. ได้เลยครับ)

กิติณรงค์ (14/09/42)
สำหรับการเทพื้น Slab on ground หรือ slab on beam ที่ใช้พื้นดินเป็นแบบท้องพื้น จะต้องปูแผ่นพลาสติคก่อนทำการผูกเหล็กเสริมพื้นครับ โดยรอยต่อแผ่นควรให้มีการซ้อนทับกันพอประมาณ ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้ความชื้นจากดินผ่านขึ้นมาทำความเสียหายแก่พื้นปาร์เก้ต์   ส่วนน้ำยากันซึม นั้น น่าจะมีคุณสมบัติเป็นตัวช่วยหน่วงเวลาการแข็งตัวของคอนกรีตให้ช้าลง เพื่อให้มีคุณสมบัติในการซึมผ่านของความชื้นน้อยลงครับ   พื้นชั้นล่าง เราจะ ทดสอบว่ามีความแห้ง พอที่จะ ปูปาร์เก้ได้หรือยัง ให้เอาแผ่นไม้กระดานมาวางทับบนพื้นนั้นสัก 5-6 วัน แล้วยกออกดูถ้ายังเห็นมีรอยความชื้น ที่พื้น ก็รออีกสักระยะ โดย ย้ายที่วางแผ่นไม้ จากตำแหน่งเดิม เล็กน้อย ถ้าความชื้นที่ปรากฎยังเท่าเดิม ก็หาอย่างอื่นปูแทนดีกว่าครับ

ตามมาตอบ (23/09/42)
5. เหล็กเสริมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงแก่พื้น และกันคอนกรีตทับหน้าร้าวครับ
6. เพื่อความมั่นใจว่าไม่ซึมแน่ครับ

ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ (27/09/42)
ข้อ 6 ตัวแรกใช้ผสมคอนกรีต ตัวที่ ๒ ใช้ผสมปูนทรายปรับระดับครับ และเวลาปูไม้ปาเก้แล้ว ต้องทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิท (อย่างน้อยก็ ๑ อาทิตยฺ์ละครับ) ก่อนที่จะ "ขัดผิว" นะครับ ไม่ยังงั้น ทิ้งไว้ไม่นาน มีความชื้น (จากผิวบน) นิดเดียว ก็ล่อนออกมาหมดเลยนะครับ


tOp^ rOOt