|







การแบ่งเนื้อเรื่อง:
แบ่งเป็น สามภาค แต่ละภาคประกอบด้วยตอนสั้นๆตอนละไม่เกินครึ่งชั่วโมงรวม
12-14 ตอน โดยแต่ละภาคมีชื่อดังนี้
- ภาคที่
1 ชีวิตในดาวแห่งพฤกษา
- ภาคที่
2 หลงทางมายังโลกมนุษย์
- ภาคที่
3 เด็กชาวโลก ณ.ดาวแห่งต้นไม้ และการลาจาก
รายละเอียดของแต่ภาคมีดังนี้
ภาคที่
1 ชีวิตในดาวแห่งพฤกษา
เรื่องเริ่มต้นเมื่อครอบครัว
เจริญเติบโต ต้องย้ายบ้านจากเมืองที่อยู่เดิม เนื่องจากคุณพ่อของสักน้อยได้เลื่อนตำแหน่งและย้ายที่ทำงานมายังเมืองเสรีภาพ
คนที่ไม่มีความสุขที่สุขก็คือ เด็กชายสักน้อย ซึ่งต้องจากโรงเรียนเดิมและเพื่อนเก่า
ชีวิตในโรงเรียนแห่งใหม่ของสักน้อยนั้น
สักน้อยไม่มีความสุขเลย จากเด็กที่เคยร่าเริง กลายเป็นเด็กเก็บตัวเงียบและไม่ค่อยคุยกับใคร
จนกระทั่งวันหนึ่ง
สักน้อยได้พบเหตุการณ์ที่ ด.ญ.ทานตะวัน เด็กนักเรียนในห้องเดียวกันถูกกระบองเพชรและพรรคพวกรังแก
สักน้อยเข้าไปขัดขวางและถูกพวกกระบองเพชรเล่นงาน เมื่อเหตุการสงบลง
ปรากฏว่าไม่มีวี่แวว ของทานตะวันเลย สักน้อยต้องพาเอาร่างกายที่บอบช้ำกลับบ้าน
และคิดในใจด้วยความน้อยใจว่าจะไม่ขอคบใครอีก
เมื่อกลับถึงบ้านสักน้อยถูกคุณพ่อคุณแม่ดุและสั่งสอนไม่ให้มีเรื่องทะเลาะกับผู้อื่นอีกและหลังจากต้องนอนป่วยอยู่ที่บ้านหนึ่งวัน
สักน้อยกลับไปโรงเรียนอีกครั้ง และได้พบกับ ด.ญ.ทานตะวัน แต่ทานตะวันก็ไม่ได้เข้ามาสอบถามอะไร
ทำราวกับว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ยิ่งทำให้สักน้อยทั้งน้อยใจและเศร้าใจยิ่งขึ้น
จนกระทั่งตกเย็นหลังเลิกเรียน
ขณะที่สักน้อยกำลังเก็บกระเป๋ากลับบ้านเป็นคนสุดท้ายของห้องเพราะต้องลอกบทเรียนที่ตนเองขาดเรียนไปนั้น
น้องทานตะวันได้เดินเข้ามาหาสักน้อย โดยได้ขอบคุณสักน้อยที่เข้าไปช่วยตน
และกล่าวคำขอโทษที่หนีหน้าไปในวันนั้นเพราะตกใจกลัว หลังจากนั้นทานตะวันได้ชวนให้สักน้อย
เดินกลับบ้านพร้อมกัน ทานตะวันจึงได้เป็นเพื่อนคนแรกและเป็นเพื่อนสนิทของสักน้อยตั้งแต่นั้นมา
ทานตะวันยังช่วยให้สักน้อย
ปรับตัวเข้ากับเพื่อนคนอื่นได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่นั้นมาสักน้อยก็ไม่เศร้าอีกต่อไป
และได้เรียนรู้ว่าการที่เราต้องย้ายบ้านนั้นไม่ใช่มีแต่เรื่องเลวร้ายไปเสียทุกอย่าง
อย่างน้อยข้อดีของมันก็คือการได้มีเพื่อนใหม่ๆนั้นเอง
ตอนอื่นๆของภาคนี้จะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตของเด็กกลุ่มนี้
การใช้ชีวิตตามประสาเด็กๆทำให้ต้องพบกับเรื่องราวต่างๆ ซึ่งจะโยงไปสู่การเรียนรู้เกี่ยวกับ
การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นการรู้จักให้อภัย การมีน้ำใจต่อกัน เป็นต้น
ภาคที่
2 หลงมายังโลกมนุษย์
พ่อของสักน้อยที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการอวกาศของดาวพฤกษา
ได้สร้างยานอวกาศขึ้นลำหนึ่งที่สวนหลังบ้านของตน โดยตั้งใจว่าจะหาโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในอวกาศให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต
สักน้อยภูมิใจในยานอวกาศลำนี้มาก
โดยได้นำเรื่องนี้เล่าให้เพื่อนที่โรงเรียนฟังเกือบทุกวัน วันหนึ่งเพื่อนๆอดรนทนไม่ไหวจึงได้นัดกันมาดูยานลำนี้
และในระหว่างที่เด็กกลุ่มนี้อยู่ในห้องบังคับการของยานลำนี้ กระบองเพชรได้ทำให้ยานออกเดินทางโดยอุบัติเหตุ
ยานลำนี้ถูกกำหนดให้เดินทางมายังโลกมนุษย์โดยอัตโนมัติ
ทั้งนี้เนื่องจากพ่อของสักน้อยหลงใหลในดวงดาวสีน้ำเงินดวงนี้เป็นอย่างมากตั้งแต่เห็นครั้งแรกทางกล่องดูดาวของสถาบันอวกาศ
กลุ่มเด็กๆนี้ต้องเดินทางในอวกาศมาโดยลำพัง และไม่สามารถหันจรวดกลับไปดาวพฤกษาได้
เพราะทุกอย่างถูกล็อกไว้หมด
หลังจากที่ยานอวกาศลงจอดบนโลกอย่างปลอดภัยแล้ว
คอมพิวเตอร์บนยานได้รายงานว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีจึงจะสะสมพลังงานให้เพียงพอในการเดินทางกลับได้
กลุ่มสักน้อยจึงตัดสินใจที่จะอาศัยอยู่บนโลกชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ในระหว่างที่กลุ่มสักน้อยต้องติดอยู่ที่โลก
ทั้งหมดอาศัยอยู่กับครอบครัวของเด็กหญิงชาวโลกที่มีชื่อว่าน้องการ์ตูน
น้องการ์ตูนได้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มสักน้อยตลอดเวลาที่อยู่บนโลก
ในระหว่างที่อาศัยอยู่ที่โลกเด็กเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดเรื่องตื่นเต้น
วุ่นวายและสนุกสนานมากมาย ตัวอย่างเช่น การปรับตัวของมนุษย์ต้นไม้ในการใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์
วัฒนะธรรมใหม่ของชาวต้นไม้ที่ไม่เหมือนกับบนโลก ทำให้บางครั้งการใช้ชีวิตตามปกติของชาวพฤกษาแก่ให้เกิดความวุ่นวายมากมาย
รวมทั้งจะกล่าวถึงการเรียนรู้ที่จะมีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ชาวโลกกับชาวพฤกษา
เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งปียานอวกาศของสักน้อยสามารถเติมเชื้อเพลิงเต็มถังและพร้อมที่จะออกเดินทางกลับสู่ดาวพฤกษา
กลุ่มสักน้อยจึงเตรียมตัวออกเดินทางและอำลาโลกมนุษย์ ในระหว่างที่น้องการ์ตูนและเพื่อนชาวโลกอีกสามคนเข้ามารำลาสักน้อยในห้องบังคับการการบิน
กระบองเพชรได้ก่อให้เกิดปัญหาอีกครั้งเมื่อไปทำให้ระบบเดินทางอัตโนมัติทำงาน
โดยที่ น้องการ์ตูนและเพื่อนอีกสามคนยังติดอยู่ภายในยาน
ภาคที่
3 เด็กชาวโลก ณ.ดาวแห่งต้นไม้ และการลาจาก
กลุ่มเด็กชาวโลกทั้งสามเดินทางมายังโลกพฤกษาพร้อมกับสักน้อย
และต้องใช้ชีวิตในดาวนี้เป็นเวลาหนึ่งปีเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับกลุ่มของสักน้อย
แม้ว่าในครั้งแรกเด็กชาวโลกเหล่านี้รู้ตื่นตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
แต่เมื่อได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากชาวต้นไม้ ทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นหมดไปและเริ่มปรับตัวและใช้ชีวิตร่วมกับคนต่างดาวเหล่านั้นได้ในที่สุด
การใช้ชีวิตในดาวดวงนี้ทำให้
น้องการ์ตูนได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งชาวต้นไม้สามารถทำได้ดีกว่ามนุษย์โลกมากนัก
โดยได้เห็นถึงการที่ชาวต้นไม้มีการอนุรักษ์ทรัพยากร พลังงาน และธรรมชาติ
อย่างจริงจังทั้งนี้เนื่องจากมาจากชาวพฤกษามีจิตสำนึกภายในที่ต้องการทำสิ่งเหล่านั้นอย่างแท้จริง
ไม่ใช้เป็นการทำตามแฟชั่นหรือเกิดจากแรงโฆษณาชักชวนเป็นพักๆเหมือนที่เกิดขึ้นบนโลก
การที่น้องการ์ตูนอยู่
ณ.ดาวนี้ทำให้ผู้ชมสามารถเปรียบเทียบการใช้ชีวิตของชาวต้นไม้กับคนบนโลก
ซึ่งจะทำให้เกิดแนวความคิดใหม่ๆในการใช้ชีวิตได้อย่างมากมาย
เมื่ออาศัยอยู่
ณ.โลกแห่งนี้เป็นเวลาพอสมควรแล้ว เด็กชาวโลกทั้งหมดจึงเดินทางกลับมาหาครอบครัวที่ดาวโลก
และการลาจากที่แท้จริงจึงเกิดขึ้น โดยที่กลุ่มเด็กชาวโลกแม้ว่าจะดีใจที่ได้กลับบ้านแต่ก็รู้สึกอาลัยอาวรที่ต้องจากดาวแห่งต้นไม้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เด็กเหล่านี้ได้กลับมาไม่ใช่เพียงแค่ความรู้สึกดีๆต่อเพื่อนชาวพฤกษาเท่านั้น
แต่เป็นแนวความคิดดีๆในการใช้ชีวิตอีกด้วย

อวสาน

|