สรุปความจากกระทู้
asa หมายเลข 1003309
สรุป
แบบเปิดประเด็นใหม่ เรื่อง ที่เสวนา กม.วันที่ 16-09-2543
อ่าน รายงานประชุมเรื่องกฎหมาย
ประกอบ
ขยายความ: เรียนทุกท่านที่รอคอยเรื่องการสรุปประเด็นสัมมนา
กม. 3 ฉบับ ที่พี่ยอดเยี่ยมจัดขึ้น ตามกระทู้ที่ 1003237
นั้น . ผมได้ถูกให้รับหน้าที่ นี้ซึ่งอย่างที่ ได้กล่าวไว้ ในหัวข้อ นะครับ
ว่าเป็นการสรุปแบบเปิดประเด็นใหม่ดังนี้นะครับ กฎหมายที่คุยกันเมื่อเช้าประกอบด้วย
กม. 3 ฉบับคือ
-
กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 พ.ศ.2543
-
พรบ ควบคุมอาคาร 2543
-
พรบ. จัดสรรที่ดิน 2543
พรบ.จัดสรรที่ดิน
ที่เสวนา มีความเห็นตรงกันว่า กม.นี้ น่าจะดี เพราะมีหลายหัวข้อช่วยเหลือคนซื้อบ้าน
เช่น การบำรุงรักษา สาธารณูปโภค ต่างๆ การกระจาย อำนาจ จากคณะกรรมการ จัดสรรที่ดิน
.การจัดตั้งนิติบุคคลมาบริหารหมู่บ้าน. การใช้สัญญาซื้อขาย แบบไม่เอาเปรียบผู้ซื้อ
ฯลฯ แต่ มีผู้ให้ข้อสังเกตุ คือ ต่อไปนี้คนจะจัดสรรที่ดินน่าจะเหลือแต่รายใหญ่ๆ
(หรือ บ. ต่างชาติ) เพระต้นทุนสูงขึ้นมาก ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องมีเงินทุนมาก
และมีสายปานยาว
พรบ.ควบคุมอาคาร 2543
มีความเห็นหลัก 2 เรื่องคือ
เรื่องการตรวจอาคารและเรื่องของผู้ตรวจสอบ โดยคุยกันในประเด็นเรื่องของ อำนาจ
หน้าที่ และคุณสมบัติของผู้ที่จะสามารถมาเป็นผู้ตรวจสอบ เรื่องที่สองคือ การลด หน้าที่เจ้าพนักงาน ในการตรวจสอบ เช่น
-
เจ้าหน้าที่ไม่ต้องตรวจสอบ (เจ้าที่ของรัฐ ไม่ต้องรับผิดชอบ) รายการคำนวณของวิศวกรโครงสร้างอีกต่อไป
- เจ้าที่ไม่ตรวจสอบ
ภายในอาคาร สำหรับ อาคารที่ไม่เป็นอาคารควบคุม
คราวนี้มาถึงประเด็นของเรื่องนะครับ
คือเรื่อง กฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ปรากฎว่ามีหลายประเด็นมากที่ถกกัน
และสิ่งที่พอสรุปได้คือ
- วิธีการอ่านและตีความของกฎหมาย
ยังมีหลายแนวทาง มีท่านหนึ่งในที่ประชุมให้ข้อมูลว่า แม้แต่เจ้าหน้าที่
กทม. นั่งติดกันยังเถียงกันเองในการตีความ
- สิ่งที่ค่อนข้างเห็นตรงกัน
ในที่ประชุม คือ พวกเรา สถาปนิก ไม่ค่อยกลัว เรื่อง กฎหมายยุ่งยาก ,หรือกฎหมายที่มีข้อกำหนดมาก
,ฯลฯ แต่ที่ห่วงคือ การที่ เจ้าหน้าที่ตีความ ไม่ชัดเจน ใช้ดุลพินิจเป็นบุคคล
พออยู่คนละขต คนละท้องที่ การตีความแตกต่าง ผู้ออกแบบปฏิบัติตัวไม่ถูก
แก้แบบหลายครั้ง (เรียกว่า ต้องการ เอาแบบ ที่ทำแล้วไม่ต้องแก้แบบ จะยุ่ง
จะลำบาก ก็ไม่ว่ากัน)
- ประเด็นที่จะเปิดต่อไปก็คือ
เรียนเชิญทุกท่าน หลังจากอ่าน กฎหมายนี้ ถ้าท่านใด
พบว่า มาตราใด ข้อกำหนดใด เป็นที่ น่าสงสัยในการปฏิบัติจริง เชิญ เข้ามาออกความเห็นเป็นเรื่องๆ
พร้อมกับ เสนอ จุด หรือ การตีความที่ควรจะเป็นให้เสนอมาครับ ที่กระทู้
1003309
เพื่อสิ่งที่เราจะดำเนินการต่อไปคือทำสรุปปัญหาทั้งหมด
+ พร้อม กับแนวทางการตีความ ที่ชัดเจน ทุกแง่ทุกมุม ส่งให้ ท่านคณะกรรมการ
ควบคุมอาคาร เพื่อ พิจารณาอนุมัติ เดินตามหลักการดังกล่าว ครับ สิ่งที่ได้
คือ การตีที่เราจะถูกบังคับต่อไปนอกจากความชัดเจนแล้วก็คือ น่าจะเป็นการตีความที่มีเหตุผล
มากกว่าปล่อยให้เค้าตีความกันเองมั้ง
สรุปเป็นข้อๆ เพื่อไม่ให้สับสนนะครับ
- เสนอว่า
มาตราใด ข้อกำหนดใด ที่เป็นปัญหา
- ข้อกำหนดนั้น
เป็นปัญหา หรือมีปัญหาอย่างไร
- เสนอแนวคิดว่า
ควรจะตีความอย่างไรที่จะให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสังคมดดยรวม และปฏิบัติได้
ไม่จุกจิก กวนใจในภายหลัง ไม่ป็นช่องทาง ทำมาหา - รับฯ ของท่าน แบบว่า
ข้อสาม ขอให้ชัดเจนมากๆ นะครับ
หมายเหตุ เรื่องที่ดำเนินการนี้ ไม่ใช่ การเปิดประเด็นเรื่อง "การวิพาษ
วิจารณ ว่า กฎหมายนี้ ดี ไม่ดี" นะครับ เราจะพูดกันแต่เรื่อง การนำ
กฎหมายนี้ ไปใช้งาน ได้อย่าง ชัดเจน ชัดแจ้ง เป็นหลัก เท่านั้น นะครับ ขออนุญาต
เน้นครับ เรื่องนี้ เพราะ เดี๋ยวคุยกันไป อาจจะหลงประเด็นได้นะครับ
วิญญู
วานิชศิริโรจน์ ผู้เปิดประเด็น
ข้อมูลเพิ่มจาก:
ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์, รัชต ชมภูนิช, มานพ,
วิญญู
พรบ. ฉบับที่3
(2543)
สถาปนิกมีโอกาสที่จะเป็นผู้ตรวจสอบอาคารขึ้นทะเบียนได้ครับ
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ระบบที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของอาคาร และ การป้องกันอันตราย
จากเหตุต่างๆ เช่น เพลิงไหม้ ตรงนี้ ผมว่าสถาปนิกเราน่าจะตื่นตัว กับประเด็นนี้นะครับ
กฎกระทรวง
ฉบับ 55
ข้อ1.
"อาคารพาณิชย์" หมายความว่า และให้หมายรวมถึงอาคารอื่นใดที่ก่อสร้างห่างจากถนนหรือทางสาธารณะไม่เกิน20เมตร
ซึ่ง อาจใช ้เป็นอาคาร เพื่อประโยชน์ ในการ พาณิชยกรรมได้
ข้อความตรงนี้ไม่ชัดเจนและเปิดโอกาศ ให้โต้แย้งกันไม่สิ้นสุดได้ว่า อาคารที่จะขอฯนี้
อาจใช ้เป็นพาณิชยกรรมได้ และใครจะเป็นผู้กำหนดว่าอาจใช้หรือไม่อาจใช้
ให้หมายรวมถึง อาคาร ใดบ้าง
ที่นี้ " อาคารอยู่อาศัย "ที่สร้างติดถนนทั่วไป ก็อาจเป็นอาคารพาณิชย์ได้หมด
ซึ่งเมื่อเป็น พาณิชยกรรม เมื่อไร ก็ต้อง
-ช่องทาง เดินในอาคาร ต้องกว้าง 1.50เมตรด้วย (ข้อ 21)
-บันได ต้อง กว้าง 1.20 (ข้อ24)
ข้อ
1 วรรคสุดท้าย ."ถนนสาธารณะ" หมายความ ถนนที่เปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไป
หรือใช้เป็นทางสัญจรได้ ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่
อันนี้ปัญหาคือ ถนนในหมู่บ้าน ถนนภาระจำยอม และถนนที่อยู๋ในโครงการอาคารขนาดใหญ่
ที่เปิดให้รถวิ่งเข้าออกได้ ตลอดเวลาจะถือเป็น ถนนสาธารณะหรือไม่ (มีผลในเรื่องการเว้นด้านหน้าในข้อ
34 ,40,41)
แนะนำ ให้ตีความให้ชัด ว่า ถนนในหมู่บ้าน หรือโครงการจัดสรรที่ดิน
ตาม พรบ.จัดสรร ให้ถือเป็นถนนสาธารณะ ส่วนถนนภาระจำยอม และ ถนนในโครงการ
ไม่ต้องนับเป็นถนนสาธารณะ
ข้อ.6
สะพานส่วนบุคคลสำหรับรถยนต์ ทางลาดสำหรับขึ้นไปรับ-ส่งคนด้านหน้าอาคาร
เช่น Ramp คือสะพานส่วนบุคคลด้วยหรือไม
ข้อ 41
ระยะร่นถ้า 6 เมตรพอดี เว้นเท่าไหร่ ความสูงอาคารที่ว่า 8 เมตร นับจากไหนอย่างไร
ข้อ.48
การก่อสร้าง อาคาร ใกล้อาคารอื่นใด ในที่ดิน เจ้าของเดียวกัน
พื้น หรือ ผนังของอาคาร สำหรับอาคารสูงไม่เกิน9เมตร ต้องห่างอาคารอื่นไม่น้อยกว่า4
เมตร
-กรณี การสร้าง บ้านเล็ก ติดบ้านใหญ่ โดยห่างกันไม่ถึง4เมตร บางท่านแนะนำให้ทำทางเดินแบบมีหลังคา
(covered walkway) เชื่อมเสีย และ ขอฯเป็น ต่อเติมอาคาร เสียก็ได้ ตามความ
คิดเห็นส่วนตัว คิดว่าไม่น่าจะทำได้ เพราะ
-ทางเดินแบบมีหลังคาที่ว่า ถือเป็น อาคาร ด้วย
ตาม พ.ร.บ.22 มาตรา4. ดังนั้นทางเดินแบบมีหลังคาหรืออาคารนี้ ต้องห่างอาคารอื่นไม่น้อยกว่า4เมตรด้วย
-บางท่านแนะว่า ให้ต่อเชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกับอาคารเดิมไปเลย แล้วขอฯเป็น
ดัดแปลงอาคาร ก็เช่นเดียวกัน อะไรก็ตามที่จะสร้างขึ้นมา คงหนีไม่พ้นว่าเป็น
อาคารอีกนั่นแหละ เพราะ ข้อความ ในกฎหมายข้อนี้
ข้อความว่า "การก่อสร้าง อาคาร ใกล้อาคารอื่นใด
ในที่ดิน เจ้าของเดียวกัน " ช่างกินความได้กว้างขวางเหลือเกิน และ ไม่ได้มีข้อความว่า
ยกเว้นการต่อเติมอาคาร หรือ ดัดแปลงอาคาร ต่อท้ายด้วย
ข้อ 48
ระยะห่างอาคารใกล้เคียง ถ้าต่อเติม ดัดแปลงต่อ ออกมาจาก อาคารหลังเดิม จะเข้าข่ายเว้น
4 เมตรด้วยหรือไม่ มีปัญหากับบ้านพักอาศัย หรือ อาคาร ขนาดเล็ก ที่ต้องการ
ขยาย แต่มีที่ดิน แปลงเล็ก หรือ อาคารที่เว้นไว้ สำหรับอนาคต ให้ลูกหลาน
มาต่อเติมเอง ก็จะมีปัญหาแน่นอน
ข้อ 50.
ผนังของอาคารที่มีหน้าต่าง ประตู ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินดังนี้
(1) อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ผนัง(ข้อสังเกตุตรงคำว่า ผนัง เฉยๆ
ไม่มีเน้นต่อท้ายด้วยคำว่า "ที่มีประตูหน้าต่าง" ท่านจงใจละไว้
หรือไม่ตั้งใจละไว้ หรือจงใจ และ ตั้งใจให้ หมายถึง ผนังโดยทั่วไป ก็สุดจะคาดเดา)
หรือ ระเบียงต้องห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2เมตร.
(2) อาคารที่มีความสูงเกิน 9เมตร แต่ไม่ถึง 23เมตร ผนังหรือระเบียงต้องห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า
3เมตร
-เจ้าหน้าที่ ท่านหนึ่ง เข้าใจว่าถ้าอาคารสูงไม่เกิน 9เมตร จะเป็นกี่ชั้นก็ตาม
ทั้งอาคารต้องห่างเขต2เมตร อาคารสูงเกิน9เมตรทั้งอาคารต้องห่างเขต
3เมตร
-เจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งว่า หมายถึง ผนัง ที่มีหน้าต่าง
ประตู เท่านั้น ส่วนผนังทึบสามารถห่างเขตไม่น้อยกว่า 50เซนติเมตร
(ดูข้อความสุดท้าย ของกฎหมายข้อ 50นี้) ดังนั้นไม่น่าจะหมายถึง ทั้งอาคาร
อื่นๆ
ที่ดินราชพัสดุ หรือที่ดินทรัพย์สิน เป็นที่ดินแปลงเดียวกันใหญ่ๆ
แต่แบ่งสิทธิ์การเช่าออกเป็นรายๆ แบ่งพื้นที่ด้วยตัวเอง ไม่ได้แบ่งโฉนดตามกรมที่ดิน
ถ้าจะสร้างอาคาร จะต้องห่างกัน ๔ เมตร หรือ ๖ เมตร ด้วยหรือเปล่า ??
|